วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซื่อสัตย์ กับ เชื่อง คนละเรื่องกัน

ท่าทางจะเป็นคนที่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กไปแล้วจริงๆ ขนาดปิดไฟจะเข้านอน ยังขอเข้าไปส่องทวิตเตอร์ซะหน่อย เจอคำถามนี้ตาค้างเลยค่ะ...

“การที่คนเรามีรักที่ซื่อสัตย์มากไป จะกลายเป็นเราเชื่องหรือเปล่าครับ” และนี่คือบทสนทนาต่อจากนั้น

พี่อ้อย : “เชื่อง” ใช้กับสัตว์เลี้ยงนะพี่ว่า

น้อง : นั่นแหละที่ผมกลัว ซื่อสัตย์มากจนเขาจะมองเราเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา ที่พร้อมจะถีบหัวส่งเมื่อไรก็ได้

พี่อ้อย : ซื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติที่ดี ไม่ได้ทำให้ใครเป็นสัตว์เลี้ยงของใคร แค่อย่างมงายกับเธอ จนเหมือนไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง

แล้วน้องก็เงียบหายไป ไม่รู้คิดอะไรอยู่ หรือหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่เชื่องก็ไม่รู้ แปลกดีค่ะ ความคิดของบางคนในยุคนี้ ความซื่อสัตย์กลายเป็นเรื่องหายนะ เลยต้องต่างคนต่างไม่ซื่อสัตย์ ให้ดูเหมือนว่า ฉันก็ไม่ได้ด้อยกว่า เราตีความกันไปแล้วหรือว่า ฉลาด ต้องเท่ากับไม่ซื่อสัตย์

ที่บ้านเมืองวุ่นวายต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่เพราะความไม่ซื่อสัตย์หรือ ไหนจะปัญหาความรัก ที่มีคนจำนวนมากมาย ถูกดึงเข้ามาในชีวิตคู่ แล้วทำให้อยู่ไม่รอด ก็เพราะความไม่ซื่อสัตย์นี่แหละค่ะ ตอนนี้เสื่อมจนถึงขั้นเธอมีคนของเธอ ฉันมีคนของฉัน แต่ก็แอบมารักกัน อ้างว่าไม่อยากทำร้ายทั้งคนของเธอและของฉัน เลยต้องอยู่รวมๆ กันไปแบบนี้ ตรรกะชีวิตประหลาด บอกตรงๆ เป็นเรื่องใจร้าย เลยใช้วิธีโกหกกันไป ถือว่าถนอมน้ำใจกว่า อย่างเรื่องของพี่คนหนึ่งที่ส่งมาเล่าให้ฟัง

“เมื่อวานอยู่ๆ มีผู้หญิงคนหนื่งโทรเข้ามือถือเรา บอกเราว่าเราแย่งสามีเขา เราถามว่าเขาเป็นใคร เขาไม่ตอบเรา เลยขอคุยกับสามี เขาก็บอกว่าสามีอยู่ข้างๆ แต่ไม่ยอมคุย เราเลยกดสายทิ้ง เพราะคิดว่าคงเข้าใจผิดกัน หลังจากนั้นก็โทรหาสามีเราเป็นสิบๆ สาย สามีไม่รับ เราร้อนใจจึงขับรถไปหาเขาที่บ้าน (เรามาเช่าคอนโดฯ อยู่กับลูกชายในตัวเมือง เพราะลูกยังเรียนหนังสือ ไม่อยากขับรถไป-กลับทุกวัน จะกลับเฉพาะศุกร์กับเสาร์) ไปถึงบ้านตอน 3 ทุ่มรถของสามีไม่อยู่ เราภาวนาขอให้มันไม่เป็นเรื่องจริง ขอให้คนที่โทรมาโทรผิดเบอร์ สักพักสามีก็ขับรถกลับมา เราถามเขาว่าเรื่องเป็นยังไง เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง เรามาทีหลังผู้หญิงคนนั้น (เราอยู่กับสามีมา 16 ปี) เท่ากับว่าตลอดเวลา 16 ปีที่เราคิดว่าตัวเองเป็นเมียเดียว เราเข้าใจผิดมาตลอด

เราร้องไห้ โวยวาย เหมือนคนเสียสติ ถามเขาว่าทำไมทำกับเราอย่างนี้ เขาบอกว่าเขาอยากจะบอกเรามาตลอด แต่ไม่กล้า เขาสงสารลูก เราเจ็บปวดกับคำตอบเขา ลูกชายที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ร้องไห้ เมื่อคืนเรานอนไม่หลับทั้งคืนจนถึงตอนนี้ แม้กระทั่งข้าวก็ไม่หิว กลับมาถึงคอนโดฯ นั่งย้อนทบทวนเรื่องต่างๆ ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น เราไว้ใจเขา รักเขา ศรัทธาในตัวเขาเห็นความมีอุดมการณ์ในหน้าที่การงาน ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายมันเหมือนตกเหวโดยไม่ทันรู้ตัว ถึงเขาจะบอกเราว่าจะดูแลเรากับลูก เคยรักเรายังไง ก็จะรักเราเหมือนเดิม เราก็ทำใจไม่ได้ ที่เจ็บสุดคือ ตั้งแต่เราเป็นภรรยาเขา เราเป็นแม่บ้านมาตลอด ไม่เคยทำงาน เราไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อไปดี ตอนนี้คิดอย่างเดียวคืออยากตาย”

ตายเพื่อสังเวยผู้ชายที่หลอกเรามาได้ตั้ง 16 ปี ไม่มีอะไรคุ้มเลยค่ะ สู้อยู่ต่อไปเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้ชายอีกคน ที่เราสร้างเขามาจากความรักดีกว่า ลูกเกิดมา ใจเราก็หวังว่าเราสร้างครอบครัวที่ดีและอุ่นพอที่จะโอบประคองเขา แต่ในเมื่อสามีเราไม่ได้น่ารักมากพอที่จะเป็นพ่อใคร คนที่เป็นแม่ ยิ่งต้องทุ่มทั้งแรงกายและพลังใจเป็นหลายเท่า เพื่อกอดเขาให้แน่นๆ วันนี้ลูกร้องไห้ พ่อรู้สึกอะไรไหม ความไม่รู้จักพอ ดึงใครต่อใครมาทำให้เสียใจ ใช้ชีวิตมักง่ายมาได้ตั้งหลายปี ผู้หญิงของเขาอีกคน คงเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากัน มาก่อน มาหลัง ไม่ได้สำคัญเท่าสามีเราดันคบซ้อน ถ้ามีโอกาสลองคุยกับผู้หญิงอีกคนของเขาว่าเราถูกหลอกมา ไม่ได้ตั้งใจแย่ง ถ้ารู้ว่าสามีไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คิด ใครจะดึงเข้ามาทำให้ชีวิตอับเฉา

ตอนนี้คงต้องตั้งสติให้ดีๆ เป็นแม่บ้านก็ไม่ได้แย่ แค่ดูแลลูกของเราต่อไปอย่างเต็มที่ รักเราจะเหมือนเดิม คงไม่มี เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความระแวง ความเชื่อใจสร้างไม่ง่าย ทำลายไม่ยาก หลอกกันแค่ 1 ครั้ง มันอาจจะพังความเชื่อใจไปทั้งชีวิต ถ้าเป็นคู่อื่นจะยุให้เลิกซะตอนนี้ แต่คู่พี่กลับเชียร์ให้อยู่ต่อซักพัก แค่อยู่ในที่ของตัวเอง ให้สามีได้แสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของภรรยา ที่ถูกหลอกมาตลอด 16 ปี และลูกที่หัวใจสลายป่นปี้ ในวันที่เพิ่งมารู้ว่า พ่อทรยศ รักส่วนรัก แต่ความซื่อสัตย์ที่สามีไม่เคยมี เขาจะรับผิดชอบส่วนนี้ยังไง ส่งเสียเลี้ยงดูลูกจนจบได้ไหม ระหว่างที่เสียหลัก อย่าเพิ่งตัดสินใจทำอะไร พอผ่านวันนี้ไป เรื่องใหญ่แค่ไหน มันก็แค่เรื่องใหม่ที่เราค่อยๆ ปรับใจให้ชิน ลองมองหางานที่พอจะทำได้ ถ้ายังหาไม่ได้ง่ายๆ ก็ต้องทนอยู่ต่อไปเพื่อลูก ความรักหมดไป แต่ความรับผิดชอบสิ้นสุดไม่ได้ง่ายๆ

หาคนที่อยู่ทีมเดียวกับเรา กอดคนที่รักเรามากที่สุด จะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน คนที่ทำให้หัวใจเคว้งๆ พอจะมีที่พัก พอได้ตั้งหลัก เดี๋ยวเราจะค่อยๆ เห็นทางออก ถึงตอนนั้นจะเดินไปทางไหน ค่อยพาตัวและหัวใจขยับเขยื้อนเคลื่อนย้าย ในที่สุดเขาก็แค่คนบางคนที่เรารู้จักกันนาน แต่ไม่รู้จักกันดี คิดว่าเป็นสามีที่ดี ที่แท้แค่คนขี้อาย ไม่อายที่จะทำ แต่อายที่จะบอก เลยใช้วิธีหลอกๆ ไป สุขทุกข์ต่อจากนี้อยู่ที่เราและลูก ไม่ต้องเอาไปผูกขาเขาเอาไว้อีกแล้ว

ความซื่อสัตย์ คือ คุณสมบัติหนึ่งของคนรักกัน รักเขาเราจะไปกอดคนอื่นเพื่อทำให้คนที่รักเสียใจทำไม เชื่องไม่เชื่อง เป็นเรื่องของสัตว์ที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยพึ่งพิง เชื่องไว้จะได้มีคนเอาใจ หาอะไรต่อมิอะไรมาให้กิน แต่เราเป็นคนจริงๆ ที่ชีวิตและลมหายใจยังเป็นของเรา เราเลือกที่จะรักเขา และยังต้องแบ่งความรักนั้นไว้ที่ตัวเอง เราซื่อสัตย์ เพียงเพราะไม่อยากทำให้คนที่เรารักเสียใจ แต่ถ้าเขายังถีบหัวส่งๆ ไป เขาก็แค่คนที่ไม่ได้มีใจต่อกันมากพอ

 

ดีเจพี่อ้อย

 

ดีเจพี่อ้อย

ท่าทางจะเป็นคนที่เสพติดโซเชียลเน็ตเวิร์กไปแล้วจริงๆ ขนาดปิดไฟจะเข้านอน ยังขอเข้าไปส่องทวิตเตอร์ซะหน่อย เจอคำถามนี้ตาค้างเลยค่ะ... 27 ก.พ. 2557 06:55 ไทยรัฐ