king10
Thairath Logo
กีฬา

บทเรียนจาก BBC สู่ 'ออมสิน' อย่าให้ซ้ำรอยเดิม

Share :
line-share-logo

วิกฤติลูกค้าแห่ถอนเงินออกจากแบงก์ที่เกิดขึ้นกับธนาคารออมสินขณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เคยเกิดขึ้นในบ้านเรา หากยังจำกันได้ ภาพคนต่อแถวรอคิวยาวเหยียดทุกสาขาของธนาคารตลอดทั้งวันแบบนี้ เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา กับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่รายหนึ่งของไทย นั่นคือ “ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ” หรือ บีบีซี...

ปรากฏการณ์แห่ถอนเงินออกจากแบงก์บีบีซีเกิดขึ้นจากความไม่มั่นใจของลูกค้า เมื่อประเด็นการทุจริตที่เกิดขึ้นภายในแบงก์ ถูกเปิดโปงและตีแผ่ ทำให้ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในสมัยนั้น นำเรื่องดังกล่าวอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่มีนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อโจมตีนักการเมืองกลุ่ม 16 ที่พัวพันไปถึงนายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยนั้น ว่า มีส่วนรู้เห็นกับการปล่อยกู้โดยผิดหลักการดำเนินธุรกิจของธนาคาร


การทุจริตยักยอกทรัพย์แบงก์บีบีซี ของพ่อมดการเงิน นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ หรือ บีบีซี , นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี และอดีตผู้บริหารของธนาคารจำนวนหนึ่ง เกิดขึ้นหลายปีก่อนหน้าที่จะถูกเปิดโปงในปี 2538 โดยเป็นการกระทำแบบสมคบคิดระหว่างพวกระหว่างก๊วน ทุจริตทุกรูปแบบ เช่น ปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สร้างมูลค่าหลักประกันที่สูงเกินความจริง การทำธุรกรรมการเงินแบบนิติกรรมอำพราง ฉ้อฉลปล่อยกู้ให้กับพวกกันเองในลักษณะอัฐยายซื้อขนมยาย

ยกตัวอย่างเช่นการปล่อยกู้เป็นจำนวนมากให้กับ บริษัท สมประสงค์แลนด์ จำกัด(มหาชน) อดีตยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องปิดกิจการลงเพราะขาดทุน และปัญหาหนี้สิน ที่เกิดจากการทุจริตของผู้บริหาร ในการตกแต่งบัญชี, ตกแต่งผลประกอบการ การถ่ายเททรัพย์สิน การกู้เงินไปจองห้องในโครงการบ้านเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง เพื่อตบตาผู้ถือหุ้นว่าโครงการขายหมดแล้ว หวังเก็งกำไรในหุ้น สุดท้ายถูกฟ้องล้มละลายต้องปิดกิจการลง เงินกู้ที่กู้มาจากบีบีซี กลายเป็นหนี้เสีย


ไม่นับรวมการปล่อยกู้ให้กับ อัลฟาเทคฯ และการปั่นหุ้นแบงก์บีบีซี ของ เสี่ยสอง วัชรศรีโรจน์ ที่ใช้เวลา 12 วันในการเข้าไปซื้อหุ้นของแบงก์บีบีซี จนสามารถรวบรวมหุ้นได้ถึง 119,565,700 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 43% ​ของหุ้นทั้งหมด ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในสมัยนั้นขาดการควบคุมดูแลอย่างเฉียบขาด มีการสมคบคิดกันปิดบังการกระทำความผิด จนนำไปสู่ภาวะล่มสลายของสถาบันการเงินไทย

หลังจากพรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องดังกล่าวแฉในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ลูกค้าของแบงก์บีบีซี ต่างแห่ไปถอนเงิน เพราะขาดความมั่นใจ จนกระทั่งฐานะทางการเงินของแบงก์บีบีซีสั่นคลอน สภาพคล่องทางการเงินหดหายจากการแห่ถอนเงินของลูกค้า สุดท้าย แบงก์บีบีซี จึงต้องปิดฉากลง และนำไปสู่วิกฤติฟองสบู่ในปี 2540 ที่มีสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ปิดตัวลงถึง 56 แห่ง

ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ขาดหลักธรรมาภิบาล


ภาพคนต่อแถวถอนเงินจากธนาคารออมสินในวันนี้ จึงทำให้หลายคนเกรงว่า หากปรากฏการณ์นี้ยังเกิดขึ้นต่อไป อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติระบบสถาบันการเงินของไทยรอบใหม่ของไทยก็เป็นได้.

 

อ่านเพิ่มเติม...