วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักวิชาการกระตุ้นรัฐแก้ปัญหาทำลายป่า หวั่นแย่ลงหลังเปิดอาเซียน

นักวิชาการกระตุ้นรัฐแก้ปัญหาทำลายป่า หวั่นแย่ลงหลังเปิดอาเซียน

  • Share:

นักวิชาการ ม.เกษตร เปิดเวทีเสวนา "ทำลายป่า กระทบสิ่งแวดล้อม" หวังกระตุ้นรัฐบาลฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน หวั่นทรัพยากรน้อยลง หลังเปิดประเทศอาเซียน...

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 57 นักวิชาการ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเวทีอภิปรายเชิงวิชาการ ผลของการทำลายป่าต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อเนื่องต่อสิ่งแวดล้อม ผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากเห็นว่า ภูมิภาคเอเชียถือเป็นพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนมากที่สุด โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ) ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงระดับ 5 จาก 10 ระดับ  

ในการเสวนาครั้งนี้ มี ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดร.สุรางค์ เธียรหิรัญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.เอ็จ สโรบล ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมอภิปราย

รศ.ดร.บัญชา กล่าวถึงระดับของผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อทรัพยากรดินและผลผลิตทางการเกษตร โดยชี้ให้เห็นว่า หากเปิดประเทศอาเซียนแล้ว จะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ เพราะจะมีการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม และต้องใช้ทรัพยากรน้ำมากขึ้น เช่น ต้องลดทำนาปรังในรอบปี

สอดคล้องกับ ดร.สุรางค์ ที่เสริมว่า ประชาชนควรจะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ รักษาต้นน้ำเพื่อมีแหล่งน้ำที่ยั่งยืน พร้อมห่วงหากเกิดการเผาทำลายป่า จะส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น หากป่าเต็งรัง 45,000 ไร่ถูกทำลาย จะทำให้ทรัพยากรพืชที่เป็นอาหารลดลงเกือบ 200,000 ต้น และไม่มีพื้นที่ในการกักเก็บน้ำ เช่นเดียวกับ รศ.ดร.เอ็จ สโรบล อาจารย์ภาควิชาพืชไร่นา คระเกษตร ที่ระบุว่า การทำลายป่าทำให้หน้าดินเสียทำให้ต้องเพิ่มปุ๋ย และบำรุงดินมากขึ้น

ขณะที่ ดร.สมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจราชการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คาดว่าการมีเครื่องมือพยากรณ์ภัยธรรมชาติล่วงหน้า เป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ รวมถึงอาจส่งผลต่อการวางแผนการทำการเกษตรในแต่ละปี

อย่างไรก็ตาม เวทีเสวนาในครั้งนี้ ต้องการใหัเห็นว่านโยบายและหน่วยงานของรัฐบาลยังไม่มีการตื่นตัวเท่าที่ควรกับการฟื้นฟูธรรมชาติ แม้แต่ทรัพยากรน้ำก็ไม่สามารถบริหารเพื่อให้รองรับกับการเกษตรได้อย่างทั่วถึง ซึ่งในการฟื้นฟูธรรมชาติเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ในการฟื้นฟูธรรมชาติให้คงอยู่และเพียงพอ.

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้