วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สธ.ย้ำเฝ้าระวัง'ไข้หวัดนก'ทุกจังหวัด เน้น 4 กลุ่มเสี่ยง

สธ.ย้ำเฝ้าระวัง'ไข้หวัดนก'ทุกจังหวัด เน้น 4 กลุ่มเสี่ยง

  • Share:

สธ.กำชับ สสจ.ทั่วประเทศ เฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก ย้ำ เตือนประชาชนไม่ให้นำเป็ด-ไก่ รวมทั้งนกที่กำลังป่วย หรือตายแล้ว มาชำแหละประกอบอาหาร และระวังพิเศษใน 4 กลุ่มเสี่ยง...

จากกรณีที่คณะวิจัยจีน พบโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่คือ เชื้อ เอช 10 เอ็น 8 (H10N8) ที่ทำให้หญิงชรา วัย 73 ปี 1 ราย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 56 และพบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ติดเชื้อเมื่อเดือน ม.ค. 57 โดยประเด็นที่กังวล คือ การที่ไวรัสสายพันธุ์นี้ มีความสามารถในการติดเชื้อในเนื้อเยื่อระดับลึก อย่างเช่น ในปอด รวมทั้งมีความเป็นไปได้ในการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้นั้น

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ข้อมูลการวิจัยในจีน ถือเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการเตรียมพร้อมมาตรการของทุกประเทศในการรับมือไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 10 เอ็น 8 ได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 10 เอ็น 8 และสายพันธุ์อื่นๆ ที่มีรายงานพบในต่างประเทศ เช่น เอช 7 เอ็น 9 (H 7 N 9) เอช 5 เอ็น 1 (H 5 N 1) ทั้งในสัตว์ปีก สัตว์ป่าและในคน และไทยไม่มีการนำเข้าสัตว์ปีกจากประเทศจีน โดยขณะนี้ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และกรมปศุสัตว์ของไทย มีศักยภาพสามารถตรวจยืนยันเชื้อไข้หวัดนกได้

นอกจากนี้ ได้มอบให้กรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เข้มมาตรการเฝ้าระวังโรคร่วมกับปศุสัตว์จังหวัด ทั้งในคนและสัตว์ปีกอย่างเข้มข้น เน้นหนักพื้นที่ที่เคยพบผู้ป่วยหรือสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก

แม้ว่าไทยจะไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ เอช 5 เอ็น 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 และไม่มีรายงานการเกิดโรคในสัตว์ปีก ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา แต่ยังมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคดังกล่าว เนื่องจากภูมิภาคใกล้เคียงยังพบผู้ป่วยไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่อง และประชาชนเดินทางข้ามพรมแดนตลอดเวลา และให้กรมควบคุมโรคประสานงานจากองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกทุกสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเน้นมาตรการเฝ้าระวังโรคทั้งในคนและในสัตว์ พร้อมการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การดูแลรักษาพยาบาล เรื่องที่ต้องเน้นย้ำขณะนี้ คือ ประชาชนที่เดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานว่า พบผู้ป่วยไข้หวัดนก โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงอาการรุนแรง 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงกำลังตั้งครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้สูงอายุ ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่สัมผัสสัตว์ปีก ไม่ไปตลาดขายสัตว์ปีก หมั่นล้างมือ และภายหลังกลับจากต่างประเทศภายใน 15 วัน หากมีอาการป่วย มีไข้สูง ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขอให้คาดหน้ากาก หรือใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเวลาไอ-จาม เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายไปยังผู้อื่น ขอให้รีบพบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมง และแจ้งประวัติการเดินทางแก่แพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องทันเวลา

ขณะนี้ ยาต้านไวรัสยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคไข้หวัดนก ขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคน ให้ช่วยกันสังเกตอาการของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อและป่วยจากไข้หวัดนก ได้แก่ ซูบผอม ซึม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ขนร่วง ไข่น้อยลง หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ ท้องเสีย หากพบสัตว์มีอาการดังกล่าว ขอให้สงสัยอาจติดเชื้อไข้หวัดนก ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อสม. หรือผู้นำชุมชน เพื่อทำการควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ห้ามนำสัตว์ปีกที่ตายแล้ว หรือกำลังป่วยมาชำแหละเพื่อจำหน่าย หรือรับประทาน เนื่องจากเสี่ยงติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ปีก ให้สวมถุงมือ หรือถุงพลาสติก และล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้ง หลังจากสัมผัสสัตว์ปีก

ทั้งนี้ สถานการณ์ของโรคไข้หวัดนกในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงาน ณ วันที่ 23 ม.ค. 57 ว่า ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 - 17 ม.ค. 57 พบผู้ป่วยไข้หวัดนก สายพันธุ์ เอช 5 เอ็น 1 จำนวน 649 ราย เสียชีวิต 385 ราย จาก 16 ประเทศ ส่วนไข้หวัดนก สายพันธุ์ เอช 7 เอ็น 9 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อ จำนวน 219 ราย เสียชีวิต 52 ราย ในประเทศจีน ประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค 0-2590-3159 ในเวลาราชการ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้