วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พายุหิมะระลอกใหม่ถล่มมะกัน บ้านเรือนนับล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้

พายุหิมะระลอกใหม่ถล่มมะกัน บ้านเรือนนับล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้

  • Share:

เกิดพายุหิมะถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ อีกเมื่อวันพุธ ทำให้มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบจากปัญหาไฟดับกว่า 1 ล้านหลัง...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ว่า พายุหิมะระลอกล่าสุดที่พัดถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) ทำให้มีหิมะปกคลุมหนาในหลายรัฐ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจราจร ทั้งทางบกและทางอากาศ ทำให้บ้านเรือน และธุรกิจราว 1 ล้านแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะเมื่อวันพุธมากที่สุด คือ รัฐเพนซิลเวเนีย มีผู้บริโภคราว 849,000 ราย ไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนที่ในช่วง 20.00 น. วันพุธ ตัวเลขจะลดลงมาเหลือประมาณ 625,000 ราย ตามการเปิดเผยของ โครี แองเจล โฆษกสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินรัฐเพนซิลเวเนีย

 

 

รัฐอื่นๆ ที่ประสบปัญหาไฟดับ ได้แก่ รัฐแมริแลนด์ 140,000 ราย, รัฐนิวเจอร์ซีย์ 44,000 ราย, อาร์คันซอ, 48,000 ราย, เคนทักกี 10,000 ราย, นิวยอร์ก 8,000 ราย, เดลาแวร์ 6,000 ราย, อินดีแอนา 2,500 ราย และคอนเนตทิคัตอีก 300 ราย

ขณะที่ทั่วประเทศมีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวน 2,893 เที่ยว ในวันพุธ หลังจากสนามบินต่างๆ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย โดยที่เที่ยวบินขาออกกว่าครึ่งของท่าอากาศยานนานาชาติ "นิวอาร์ค ลิเบอร์ตี", สนามบิน "ลาการ์เดีย" และท่าอากาศยานนานาชาติ "โลแกน" ในเมืองบอสตันต้องถูกยกเลิก

 

 

ส่วนทางการของรัฐนิวยอร์ก และรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประกาศเตือนว่าพวกเขากำลังจะประสบภาวะขาดแคลนเกลือหิน ซึ่งใช้สำหรับป้องกันไม่ให้น้ำแข็งเกาะบนถนนทางหลวงและถนนท้องถิ่น เนื่องจากเปิดพายุหิมะอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2014 เป็นต้นมา โดยนิวยอร์กใช้หินเกลือไปแล้วถึง 346,000 ตัน และใช้งบประมาณในการกำจัดหิมะไปแล้วถึง 57.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรัฐนิวเจอร์ซีย์ใช้ไปแล้วมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่รัฐคอนเนตทิคัตมีรายงานอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่า 300 ครั้ง ในวันพุธ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย แต่ไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิต ในวันเดียวกันที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด มีอุณหภูมิหนาวทุบสถิติ โดยช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของวัน ยังมีอุณหภูมิต่ำที่ -18 องศาเซลเซียส

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้