วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'พิเชษฐ'โพสต์เฟซบุ๊ก อำลาชีวิตนักการเมือง

'พิเชษฐ'โพสต์เฟซบุ๊ก อำลาชีวิตนักการเมือง

  • Share:

"พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" อดีต ส..กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กอำลาชีวิตนักการเมือง พร้อมให้กำลังใจ กก.บริหารชุดใหม่ เผยไม่สนับสนุนให้ใครไปเสี่ยงตาย ลั่นยอมให้คนกระบี่โกรธ...

วันที่ 6 ก.พ. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส..กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล (พระอภัยมณี)" ว่า ประชุมใหญ่เลือกกก.บริหาร พรรค ปชป. เขต 3 .กระบี่ กล่าวปราศรัยกับสมาชิกในฐานะอดีต ส.ส. ขอบคุณ กก. บริหารชุดเก่า ผู้พ้นวาระพ้นวาระ ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งตลอดมา ในยามที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน และให้กำลังใจ กก.บริหารชุดใหม่ ที่เป็น กก.บริหารชุดแรกในรอบ 22 ปี ที่เป็นสาขาพรรค ที่ไม่มี ส.ส.ในสภา

พร้อมกล่าวอำลาการเมือง ในโอกาสวันที่ 5 .. 2514 อายุครบ 70 ปี ตามทะเบียนบ้าน เพื่อดำรงสถานะอดีต ส.ส.ต่อไป เพราะอิ่มตัวทางการเมืองแล้ว ซึ่งเป็น ส.ส.คนแรกของ จ.กระบี่ ที่เป็น ส.ส.เขตติดต่อกันถึง 22 ปี โดยไม่เคยสอบตก ไม่เคยทิ้งประชาชนและพื้นที่ไปเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งที่เป็นอดีตรัฐมนตรีและงานสบายกว่า

แจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ได้มาที่หน่วยเลือกตั้งเพื่อลงคะแนน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ต้องการละทิ้งหน้าที่ในโอกาสสุดท้ายที่กำลังจะจบชีวิตการเมือง แต่หน่วยปิด ไม่ได้ตั้งใจกระทำการขัดกับหัวหน้าพรรคที่ประกาศไม่ไปเลือกตั้ง และไม่แจ้งเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวรักและชื่นชมหัวหน้าพรรคมาโดยตลอด ซึ่งการไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสิทธิ แต่การไปลงคะแนนเลือกตั้งเป็นหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย ต่อไปการเมืองจะเป็นประการใดก็ตาม ขอสมาชิกอย่าไปขัดขวางการเลือกตั้งเด็ดขาด เพราะเราไม่เคยทำเช่นนี้ ยืนยันจุดยืน ไม่อยากให้คนกระบี่มาชุมนุม เหตุมีแต่สูญเสีย

นายพิเชษฐ โพสต์ต่อว่า ได้ขอบคุณสมาชิกหลายคนที่ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่เป็นหนุ่มสาว จนวันนี้หลายคนตรงหน้า เริ่มแก่เฒ่ากันแล้ว 3.6 ในยามสูงอายุ เราจึงซาบซึ้งถึงความรักและผูกพันต่อบุตรหลาน ต้องขออภัยที่ไม่สนับสนุนให้ใครไปม็อบที่กรุงเทพฯ เพราะประสบการณ์ตลอดชีวิตทราบดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากเห็นภาพแม่นายวสุ สุฉันทบุตร ที่ประคองใบหน้าลูกชายคนเดียวมองหน้าด้วยความอาลัย พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลจับขอบแว่นดำพรางดวงตาที่แดงก่ำ หญิงม่ายผู้อดออมส่งเสียลูกคนเดียวจนจบการศึกษาชั้นปริญญาโทจากออสเตรเลีย หวังได้พึ่งพายามแก่เฒ่า ฝากผีฝากไข้

แต่นายวสุกลับทิ้งให้แม่ต้องมาทำศพลูกชายเสียเอง นายวสุจะเป็นวีรบุรุษของใครก็ตาม แต่เป็นคนใจดำกับแม่ตนเองเกินไป ผมจึงไม่ไปงานศพเขา เช่นเดียวกับกรณีภรรยานายสุทิน มีบุตรอายุเพียง 5 ขวบ นายประคองที่มีลูกคนเล็กอายุเพียง 3 ขวบ ไม่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต และดาบตำรวจผู้ตายคนหนึ่ง ลูกชายที่อุ้มอยู่ในมือแม่ พยายามโยนตัวไปหาศพพ่อที่นอนตายอยู่ พร้อมปลุกพ่อให้ตื่นกลับบ้าน เพราะน้องสาวที่เป็นแพทย์หญิงประจำ รพ. 2 แห่งใกล้รามคำแหง แจ้งให้ทราบว่า ศพที่รามคำแหงมีสองศพ ผ่านมือเธอที่โรงพยาบาล ศูนย์นเรนทรรายงานว่า จนถึงวันนี้คนบาดเจ็บเกิน 600 คนแล้ว คนเจ็บที่ผ่านสายตาเธอ ต้องพิการตลอดชีวิตในลักษณะต่างๆ หลายสิบราย

"ตนยอมให้คนกระบี่โกรธที่ไม่สนับสนุนให้ใครไปเสี่ยงความตาย ความพิการเช่นนั้น และจนบัดนี้ ใครก็อย่ามาขอสนับสนุนการเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ จากตนเด็ดขาด บอกกล่าวไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมาเสียใจกัน".

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้