วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศุลกากรแม่สอดโต้สื่อเมืองผู้ดี กล่าวหาข้าวพม่าทะลักเข้าไทย

ศุลกากรแม่สอดโต้สื่อเมืองผู้ดี กล่าวหาข้าวพม่าทะลักเข้าไทย

  • Share:

ศุลกากรแม่สอดออกโรงโต้สื่อนอกเมืองผู้ดี มั่วข่าวข้าวพม่าทะลักเข้าไทยขายเอากำไรเท่าตัว ยืนยันมี จนท.ทหาร-ตำรวจ ดูแลตลอดแนวชายแดน รับอาจมีบ้างที่เล็ดลอด แต่เป็นแค่วิถีชาวบ้านไม่ใช่ธุรกิจพันล้าน...

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 257 กรณีเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า โครงการรับจำนำข้าวของไทยสร้างความร่ำรวยให้กับผู้ลักลอบค้าข้าวในเมียนมาร์ แต่ผลาญเงินภาษีของประชาชนคนไทย โดย เทเลกราฟระบุว่า ขณะนี้เมืองเมียวดีของพม่าได้กลายเป็นศูนย์กลางลักลอบค้าข้าว นอกเหนือจากศูนย์กลางการลอบค้ายาเสพติด ปืน และอัญมณี โดยผู้ลักลอบค้าข้าวสร้างรายได้จากการลอบนำข้าวไปขายในไทยที่มีราคาสูงกว่ามาก

เทเลกราฟระบุว่าข้าว 50 กก.ในเมียวดีขายได้เพียงราว 850 บาท แต่ข้าวปริมาณเดียวกันขายในไทยราคาเกือบ 1,600 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการประชานิยมรับจำนำข้าว เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทย ขณะที่เรือลักลอบขนข้าวล่องผ่านแม่น้ำเมยที่แบ่งแยกเมืองเมียวดีกับอำเภอแม่สอด .ตาก ของไทยเป็นประจำทุกวัน และนักข่าวเทเลกราฟเห็นว่าที่ริมแม่น้ำในฝั่งเมียวดี มีรถบรรทุกข้าวมาส่งตรงจุดที่ใกล้ริมแม่น้ำที่มีทหารเมียนมาร์เฝ้าอยู่ และขนกระสอบข้าวลงเรือที่จอดรออยู่เพื่อข้ามไปส่งยังฝั่งไทย

ภายหลังมีข่าวเผยแพร่ออกไป ส่งให้เกิดผลกระทบกับหน่วยงานความมั่นคงชายแดนและศุลกากรแม่สอด โดย นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลกากรแม่สอด ที่ดูแลเรื่องการนำเข้าข้าวจากประเทศเมียนมาร์กล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะการจะนำข้าวจากเมียนมาร์เข้าประเทศมันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องผ่านวิธีการหลายขั้นตอน รวมทั้งยังมีหน่วยงานความมั่นคง อาทิ ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 4 ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ประจำอยู่ทุกท่าเรือตลอดลำน้ำเมย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องรู้ว่าภูมิประเทศใกล้ชายแดนจังหวัดตาก โดยเฉพาะพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาร์ ประกอบด้วยอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ อำเภออุ้มผาง อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง ระยะทางยาวกว่า 500 กิโลเมตรนั้น แม้เป็นพื้นที่การเกษตรเป็นส่วนใหญ่แต่ชาวเมียนมาร์ไม่นิยมปลูกข้าวเพราะไม่มีแหล่งน้ำ ต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว รวมทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขา เกษตรกรชาวเมียนมาร์จึงหันมาปลูกมันสำปะหลัง อ้อย หรือทำสวนยาง ซึ่งทนต่อสภาพอากาศที่แห้งแล้ง แต่อาจจะมีปลูกอยู่บ้างเพื่อการบริโภคกันเองเท่านั้น และข้าวที่ปลูกก็จะเป็นข้าวคุณภาพต่ำ เม็ดลีบเล็กรวมทั้งจะเป็นข้าวแข็ง ข้าวท่อน เพราะพันธุ์ข้าวไม่ดี ส่วนข้าวพันธุ์ดีจะปลูกกันในพื้นที่ชั้นในของเมียนมาร์ จะนำเข้ามาทางแม่สอดก็คงยากเพราะการคมนาคมไม่สะดวก อีกทั้งอยู่ไกลไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย ซึ่งปีที่ผ่านมาก็มีพ่อค้านำเข้าปลายข้าว 100% ในแบบ WTO จำนวน 6,310.89 ตัน มูลค่า 34,978.257 บาท (สามสิบสี่ล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นแปดพันสองร้อยห้าสิบเจ็ดบาท) โดยมีการเสียภาษีศุลกากร 18,061.662 (สิบแปดล้านหกหมื่นหนึ่งพันหกร้อยหกสิบสองบาท)

 

นายพงศ์เทพ ยังกล่าวอีกว่า "ข้าวที่นำเข้าจากเมียนมาร์ ไม่ได้มาสวมสิทธิ์จำนำข้าว เหตุเพราะเป็นข้าวที่สีเป็นข้าวสารแล้ว รวมทั้งข้าวเมียนมาร์ที่เห็นนำเข้าตามแนวชายแดนจะเมล็ดสั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาทำแป้งขนมจีน แป้งข้าวจ้าว เสียภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องโดยมีการขนส่งทางรถบรรทุกนำเข้าโรงงานทำแป้งข้าวจ้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ตามภาคกลางตอนบนซะส่วนใหญ่ ส่วนข่าวการลักลอบนำเข้าก็มีบ้างแต่เป็นส่วนน้อยมีการจับกุมได้แต่ไม่มากมายอะไร เพราะเป็นวิถีชีวิตของราษฎรชาวเมียนมาร์ที่ปลูกเมื่อเหลือกินก็ขายเพื่อการแลกซื้อสินค้าอื่นๆ การลงข่าวลักลอบกันเป็นพันล้านเกินความจริงไป" นายพงศ์เทพ กล่าวในที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้