วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตัวเล็กแต่เผ็ดลึก ทดสอบ BMW 116i M-SPORT (ตอนที่2)

ตัวเล็กแต่เผ็ดลึก ทดสอบ BMW 116i M-SPORT (ตอนที่2)

  • Share:

5 ประตูไซส์เล็ก 134 แรงม้า 220 นิวตันเมตร 0-100 ใน 8.2 วินาที ทดสอบ BMW 1-Series 116i M-Sport แฮตชแบคในร่างทรง M-Technic...

Mercedes Benz สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการยนตรกรรม ด้วยการนำเอา A-Class รุ่นใหม่ล่าสุด มาวางระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า แต่ BMW ยังคงรักษามาตรฐานของการขับเคลื่อนแบบดั้งเดิม ด้วยการคงสภาพรถขับเคลื่อนล้อหลังไว้ใน 1-Series ภายในห้องโดยสารของ 116i M-Sport คันทดสอบให้มุมมอง อารมณ์และกลิ่นเหมือนกับ BMW ยุคใหม่ทุกคัน ตำแหน่งของคนขับยอดเยี่ยมเหมือนเช่นเคย เบาะแบบสปอร์ตของ M สวยงามน่านั่งหุ้มหนังกลับ แม้จะปรับด้วยมือในรุ่นเครื่องยนต์เล็กสุดของโมเดล 1-Series แต่การปรับเบาะกลับครอบคลุมท่านั่งและสรีระที่ดี สำหรับการควบคุมแฮตชแบคคันนี้ด้วยการออกแบบให้เบาะคนขับสามารถปรับตั้งได้หลากหลาย เบาะที่ถูกผมกดให้ลงต่ำจนสุด มอบความรู้สึกที่เหมือนกับการถูกห่อหุ้มด้วยแท่งเหล็กสีน้ำเงิน พวงมาลัยก็ยังปรับได้ถึงสี่ทิศทางและใช้การปรับแบบแมนนวลคล้ายกับการปรับตั้งเบาะ แม้จะไม่สะดวกเท่ากับเบาะแบบไฟฟ้าหรือพวงมาลัยที่ใช้การปรับเพียงแค่โยกก้านสวิตช์เล็กๆ ที่โคนของแกนพวงมาลัย แต่มันก็มีความคงทนและมีราคาค่าตัวไม่แรงเท่ากับรถ BMW รุ่นที่สูงกว่านี้


ผมมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้ามึด เนื่องจากต้องไปทดสอบ New Mazda 3 ที่สนามโบนันซ่า การเดินทางไกลด้วยแฮตชแบคของค่ายใบพัดสีฟ้า-ขาว ซึ่งมีเรือนร่างกระทัดรัดและมีสภาพการควบคุมที่ดี เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากเยอรมัน รถ BMW 116i M-Sport คันทดสอบ ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องให้มีความเป็นไดนามิกเหมือนกับพี่น้องของมัน ทุกคันที่แปะตราสัญลักษณ์ใบพัด พวงมาลัยหนังทรงอวบกลมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกำข้อมือของเด็กอ้วนๆ ข้ามถนน พวงมาลัย M ใน 116i มีทรงที่แปลกแยกออกไปจากพวงมาลัย M ใน Series-3/5 X5-X6 จากขนาดที่เล็กกะทัดรัดและอวบบวมด้วยฟองน้ำภายในที่ถูกยัดเสริมความกระชับ และนิ่มมือขณะจับกุม กระจกบังลมบานหน้าให้มุมมองที่กว้างไกล แต่รูปแบบแฮตชแบคที่มีเสาหลังค่อนข้างหนา ทำให้การเปลี่ยนทิศทางต้องมองกันให้ขาดมากกว่ารถซีดาน โหมด ECO-PRO ส่งความรู้สึกเหมือน BMW ในยุคใหม่ทุกรุ่นคือ คันเร่งไฟฟ้าจะย้วยๆ ยืดหยุ่นมากกว่าโหมดอื่น ส่วนเกียร์ของมันก็ใช้ความพยายามในการดันตัวเองขึ้นไปสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบ มันคือโหมดที่ออกแบบมาเพื่อการใช้เชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพด้านความประหยัดอย่างสูงสุด Auto Start/Stop ทำงานทันทีที่รถจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่ สำหรับคนขี้รำคาญ อย่างที่เคยบอกไว้ว่ามันมีสวิตช์ยกเลิก Auto Start/Stop เมื่อคุณไม่คุ้นชินกับการติดๆ ดับๆ ไปตลอดทางทุกครั้งที่จอดรอสัญญาณไฟ


Mercedes Benz A-Class คู่แข่งสำคัญของ 1-Series ใช้เกียร์อัตโนมัติ 7-G Tronic ซึ่งเป็นเกียร์คลัตช์คู่ 7 อัตราทดซึ่งทำงานได้ไวมาก ส่วนเจ้าหนูเล็กเด็กแสบจาก BMW คันนี้ วางเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 8 สปีด เป็นเกียร์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้ประจำการในรถ BMW เกือบทุกโมเดลในยุคนี้ ยกเว้นรุ่น M แท้ๆ ที่มีแรงบิดมหาศาล เกียร์ 8 สปีด ของ ZF บริษัทผู้ผลิตระบบไฮดรอลิกชั้นนำของโลก มีสมรรถนะที่ดีและให้อัตราทดที่ครอบคลุมในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ มันเหมาะสมมากเมื่อถูกนำมายัดลงในเจ้าหนูเล็ก ใน 116i M-Sport การเปลี่ยนถ่ายอัตราทดในโหมดประหยัดมีความนิ่มนวลไร้ตะเข็บรอยต่อ อาการที่ลื่นไหลของเกียร์ทำให้สภาพการของการควบคุมในย่านความเร็วต่ำ เต็มไป ด้วยประสิทธิภาพและความสะดวกง่ายดาย การไล่เรียงอัตราทดจากเกียร์ต่ำไปสูง ผ่านการควบคุมโดย ECU เกียร์ที่ผ่านการปรับตั้งโปรแกรมมาเป็นอย่างดี คุณจะรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ใช้สายพานลูกรอกวิ่งขึ้น-ลงเมื่อปรับอัตราทด ส่วนเกียร์ในแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์นั้น มีกลไกภายในเต็มไปด้วยฟันเฟืองที่มีความสลับซับซ้อนกว่ามาก บางจังหวะเมื่อขับเร็วขึ้น ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ของเกียร์ ZF 8 Speed จะส่งความรู้สึกด้านกลไกให้ได้รับรู้ เกียร์แบบนี้นี่เองที่ทำให้นักขับหลายคนรู้สึกชื่นชอบรวมทั้งตัวผมเองด้วย


เกียร์ 8 สปีดของ ZF ในโหมด Sport ของ 116i มีซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมระบบทริปทรอนิกส์ ซึ่งต้องโยกคันเกียร์ในตำแหน่ง +/- ด้วยตัวของผู้ขับเองที่ซุ้มเกียร์ เนื่องจาก 116i ไม่มีแป้น Paddle Shift ทำให้มันสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วในอัตราที่เร็วเกือบเท่ากับ เกียร์ M-DCT รวมถึงการทำตัวเป็นรถที่มีระบบอนุรักษ์สภาพแวดล้อมด้วยโหมด Auto Start/Stop หากขับแบบปกติ เกียร์ 8 สปีดลูกนี้ จะให้ความนิ่มนวลยามผ่องถ่าย และจะกระชากกระชั้นมันยกร่องขึ้นมาทันทีที่คันเร่งถูกกระแทกพร้อมๆ ไปกับการเซตที่โหมด Sport กล่องควบคุมในเกียร์ลูกนี้จะเปิดโอกาสให้คุณอย่างเต็มที่ แต่ระบบที่คอยเฝ้าระวังจะไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ให้จนกว่ารอบเครื่องยนต์และรอบการทำงานของเกียร์ในตำแหน่งนั้นๆ จะมีความสัมพันธ์กัน เพื่อป้องกันเกียร์กระจาย จอ MID ที่บริเวณกึ่งกลางมาตรวัดจะแจ้งตำแหน่งของเกียร์และโหมดของการขับเคลื่อนตลอดเวลา เพื่อความง่ายในการปรับตั้งใช้งาน ส่วนคันเร่งไฟฟ้าในโหมด Sport เปลี่ยนตัวเองจากที่เคยเฉื่อยชามาเป็นกระฉับกระเฉงว่องไวราวกับถูกกระตุ้นด้วยสารอะดรีนาลีน ในโหมด Sport คันเร่งจะมีการตอบสนองต่อการกดของฝ่าเท้าแทบจะออกมาในแบบ 1:1 กดลงไปมันจะดึงทันที พอยกเท้าออกจากคันเร่งความเร็วจะโดนหน่วงเล็กน้อย แต่รอบยังคงคาอยู่ใกล้ เคียงกับตอนที่ยกเท้าออกจากคันเร่ง อาการที่พร้อมจะเรียกแรงบิดกลับคืนมาอย่างฉับพลัน ทำให้มันเป็นรถเล็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1.6 ลิตร ที่ขับได้สนุกมากที่สุดคันหนึ่งในกลุ่มรถแฮตชแบค 5 ประตูของเยอรมนี


ชัดเจนท่ี่สุดคือ ตัวตนของชุดบังคับเลี้ยว ซึ่งเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผัน วาล์วซึ่งรับหน้าที่ส่งถ่ายน้ำมันไฮดรอลิก มีเซอร์โวเล็กๆ ซึ่งทำงานด้วยมอเตอร์คอยควบคุม ด้วยการทำงานของมอเตอร์มันจะแปรผันน้ำหนักไปตามสภาพการที่แท้จริง ในย่านความเร็วต่ำมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาสบายมือ ขณะที่ขับออกจากที่จอดรถ การเปลี่ยนทิศทางหรือการเลี้ยวกลับรถที่ความเร็วต่ำในโหมดประหยัด พวงมาลัยจะปรับตัวเองโดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ขับเป็นหลัก ค่าของการปรับตั้งท่ี่ดีมาจากโรงงานทำให้มันสามารถทำงานในย่านความเร็ว 30-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยให้ความรู้สึกเบาหวิวราวกับพวงมาลัยของรถญี่ปุ่นเล็กๆ คันหนึ่ง คุณสุภาพสตรีที่เคยบ่นว่าพวงมาลัยของ BMW มีน้ำหนักมาก โดยแทบทุกรุ่นในอดีต มันจะมีน้ำหนักราวกับรถแข่ง สำหรับปัจจุบัน ผู้คนมีเงินส่วนมากนั้นรักความสบายมากยิ่งขึ้น น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันนั้่น ได้เข้ามาช่วยทำให้การควบคุมรถยนต์ดีขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับต้นทุนโดยเฉพาะรถราคาแพง พวงมาลัยไฟฟ้าของ BMW 116i M-Sport จากรูปแบบของตัวรถและความสมบูรณ์ของระบบ ตลอดจนการออกแบบช่วงล่างและการกระจายน้ำหนัก พวงมาลัยทำงานสัมพันธ์ไปกับไดนามิกของตัวรถได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มันจะทำให้คุณหลงรักในที่สุดเมื่อขับไปได้สักพัก


หัวใจของสมรรถนะใน 116i M-Sport คันทดสอบคือ เครื่องยนต์ขนาดเล็กรหัส N13B16 Engine ที่มีปริมาตรความจุเพียงแค่ 1.6 ลิตร ซึ่งมีความแสบสันดันทรวงอยู่ที่ระบบอัดอากาศแบบ Twin scroll กำลังบูส 1.5 บาร์ โดยช่างของ BMW จัดการวางเทอร์โบใหม่ทั้งหมด ด้วยการยกเทอร์โบขึ้นมาทั้งลูก แทนที่จะอยู่ด้านล่างเหมือนเมื่อก่อน เครื่องยนต์ 4 สูบแบบแถวเรียงกินเชื้อเพลิงเบนซินเป็นอาหาร กลั่นเรี่ยวแรงออกมาได้ 134 แรงม้า อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปยัง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในโหมด Sport ใช้เวลาไป 8.2 วินาที บ่งบอกได้ทันทีว่า มันไม่ใช่รถที่อืดอาดชักช้าแต่อย่างใดทั้งสิ้น เครื่องยนต์สี่สูบตัวเล็กจะส่งเสียงการทำงานอย่างบ้าคลั่งที่รอบสูง และให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อได้ยินมันแผดเสียง ท่อระบายท้ายแบบเดี่ยวดูธรรมดาเกินไป หากอยากจะโหดทั้งการขับและการฟังคงต้องมองไปที่ 135i ซึ่งแพงและควบคุมได้ยากกว่า จากขนาดของย่านกำลังที่ไม่ค่อยจะเข้ากับมิติของตัวรถ เครื่องยนต์สี่สูบอัดเทอร์โบของ BMW ให้พลังในย่านรอบเครื่องยนต์กลางๆ ได้ดีต่อเนื่องไปจนเกือบจะถึงรอบสูงสุด แรงดึงที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณแปลกใจในสิ่งที่มันกำลังกระทำ ในโหมด Sport ทุกอย่างทำงานประสานกันได้ราวกับวงดุริยางค์ เมื่อเครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างสอดรับกันเป็นจังหวะจะโคนผ่านการควบคุมพวงมาลัยโดยคนขับที่มีสติ สิ่งที่ 116i มอบกลับคืนมาคือความมันส์หลังพวงมาลัยอย่างแท้จริง


การถ่ายเทมวลน้ำหนักไปตามทางโค้งในแถบมวกเหล็ก มีกลิ่นไอของ M Performance อย่างชัดเจน แม้จะไม่มากเท่า ล้อ M ขอบ 17 นิ้ว กับยาง Continental conti-sportcontact SSR ทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ แม้จะผ่านมือสื่อมวลชนมากว่า 5,000 กิโลเมตร กริ้บของยางก็ยังอยู่ดีเหมือนเดิม ยางล้อหลังไซส์ 235/40 R 17 อวบโตกว่ายางล้อหน้าเนื่องจากเป็นล้อที่ใช้ขับเคลื่อน มอบความรู้สึกแบบรถขับ หลังที่คุ้นเคย มันเป็นรถที่ขับช้าก็ได้ขับเร็วก็ดี (มาก) น่าเสียดายที่ผมทดสอบช้าไปหน่อย หากได้ขับก่อนช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ตำแหน่งรถเล็ก 5 ประตูสุดเจ๋งประจำปี 2013 จะต้องตกเป็นของเจ้าหนูเล็กคันนี้อย่างแน่นอนที่สุด แทนที่จะเป็น Veloster Turbo ประสิทธิภาพของเบรกอยู่ในค่าที่ไว้ใจได้ เบรกให้ความรู้ลึกนุ่มเท้า แต่ตอบสนองไปตามแรงกดด้วยความแม่นยำ การหยุดรถที่มีมวลน้ำหนัก 1.3 ตัน และมีขนาดเล็ก เป็นเรื่องที่จัดการได้ค่อนข้างยากหากไม่มีความชำนาญ แต่ BMW ทำเบรกของ 116i ให้ผู้ขับรู้สึกมั่นใจว่ามันจะหยุดได้อย่างแน่นอน แม้จะใส่เข้ามาแรงๆ ในบางโค้งของ อ.ปากช่อง


แรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร (162 ปอนด์ ft/22.4 kgm) ที่ 1,350 รอบต่อนาที เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักอย่างยิ่งยวด ทำให้การผลักดันเจ้าเด็กแสบคันนี้มีความง่ายดายเพิ่มขึ้น เมื่อถูกซัดจนเข้าใกล้กับขีดจำกัดของตัวรถ มันจะออกอาการที่นักขับหลายคนสามารถควบคุมแก้ใขได้อยู่หมัด เนื่องจากย่านกำลังที่ไม่ได้แรงทะลุมิติเหมือนรุ่น 135i ที่มีฝูงม้าบ้าพลังมากถึง 316 ตัว ม้าแค่ 134 ตัวของ 116i ทำงานอย่างขยันขันแข็งและสร้างความบันเทิงเริงรมย์ไปตลอดทาง ให้กับพวกบ้าขับแบบผม ในโหมด Sport ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหุบเขาน้อยใหญ่ของชายตะเข็บใกล้กับ อ.วังน้ำเขียว เจ้า BMW คันเล็กสีน้ำเงินพุ่งทะยานอย่างมุ่งมั่นไปตามทางลาดยางมะตอยสองเลนสวนกัน บางจังหวะต้องเบรกกันค่อนข้างลึกเนื่องจากเป็นโค้งตาบอดที่มักก่อให้เกิดอุบัติเหตุหากใส่เข้ามาเต็มๆ มวลที่กดลงไปยังล้อทั้งสี่เมื่อระบบเบรกทำงานพร้อมตัวช่วยนั่นคือ ชุดควบคุมการทรงตัวหรือ Traction Control มันจะแปรอาการทั้งหมดให้ออกมาในแบบที่คุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน


แทนที่จะกระเด้งกระดอนไปตามผิวถนนเหมือนกับ A 250 AMG หรือ MINI Cooper S Coupe จากสาเหตุของช่วงล่างแบบสปอร์ตที่ถูกเซตมาแข็งโป๊ก ใน 116i มันกลับวิ่งกลมกลืนไปกับผิวถนนและส่งมอบความสบายเนื้อสบายตัวให้คุณได้สัมผัสไปตลอดการขับเดินทางไกล แชสซีทำงานเต็มประสิทธิภาพ สัมผัสของการถ่ายเทน้ำหนักไปตามทางโค้ง จะทำให้คุณหวดมันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เพราะความมันส์ เบรกเข้าโค้งมุมแคบ เกียร์ 8 สปีดในโหมดแมนนวลคือของขวัญที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เมื่อผมสับคาอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ 2-3 ในบางโค้งที่ค่อนข้างแคบและลึก ไดนามิกของช่วงล่างสำแดงเดชออกมาเป็นช่วงๆ หากยังไม่สาแก่ใจก็ขึ้นไปที่โหมดสูงสุดหรือ Sport Plus แล้วปิด Traction Control ซะ คราวนี้ ทั้งหมดของเจ้า 116i M-Sport ก็จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณคนเดียว โดยไม่มีการเฝ้าระวังหรือคอยช่วยเหลือจากระบบช่วยทรงตัวอีกต่อไป ระวังให้ดีเพราะมันคือแมวเด็กที่ข่วนได้อย่างเจ็บแสบ หากคุณทำอะไรที่ไร้สติลงไป มันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว


หลังจากขับทดสอบ 3 ตัวใหม่ที่โบนันซ่าจบลงในช่วงบ่ายแก่ๆ ผมขับเจ้า 116i M-Sport ไหลไปตามเส้นทางเล็กๆ จากสนามโบนันซ่ามุ่งหน้าไปยังโรงแรมเคนซิงตัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกเกือบสามสิบกิโลเมตร ภายใต้สภาพการควบคุมที่ดี BMW 116i คันนี้คือจักรกลราคาสองล้าน ที่มีความคุ้มราคามากที่สุดของ BMW มันมีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อต้องจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนั้น แลกกับรถเล็กที่มีรูปทรงธรรมดาคันหนึ่ง มันเร่งได้อย่างทันอกทันใจในโหมดสูงสุด ตอบสนองเท่าที่ควรจะเป็น และมีพวงมาลัยเหลือร้าย เป็นพวงมาลัยกับชุดบังคับเลี้ยวที่ช่วยให้คุณควบคุมรถคันนี้ได้อย่างง่ายดายราวกับนักขับฝีมือขั้นเทพ ระบบส่งกำลังชั้นเยี่ยมจาก ZF หากไม่ดีจริง BMW Group คงไม่ยัดเกียร์ชุดนี้ลงไปในเกือบจะทุกโมเดลใหม่ๆ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน มีย่านของกำลังที่ครอบคลุมตั้งแต่รอบต่ำไปจนเกือบจะถึงรอบสูงสุด และประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อวิ่งในโหมด ECO-PRO ส่วนโหมด Sport Plus รวมถึงการปิด ESP แนะนำให้ขับในสนามหรือพื้นที่เฉพาะจะเป็นการดีที่สุด ระบบเครื่องเสียงเพียงพอต่อความต้องการ ลำโพงคุณภาพดีกับเสียงที่ถูกขับออกมา ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนเสียเงินเพิ่ม ชุดแต่ง M ให้มาคุ้มมากโดยเฉพาะเบาะแบบหนังกลับที่สวยงามน่านั่ง กาบบันได พวงมาลัย สปอยเลอร์หน้า-หลังกับล้ออัลลอยลาย M บวกยางสมรรถนะสูงของ Continental ค่าย BMW Group ไม่ได้ทำรถแบบนี้มานานแล้ว หลังจากความสำเร็จของ 2002 Tii แม้จะไม่แรงเท่ากับ Active Hybrid-3 ซึ่งมีกำลังถึง 345 แรงม้า หรือแม้แต่รถรุ่นพี่ที่มีเครื่องยนต์โตกว่าอย่าง 135i M-Sport แต่คุณก็จะหลงรักมันอย่างรวดเร็วเมื่อขับไปได้ไม่ไกลนัก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้