วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุ่มวัย30คลั่ง ดิ่งสะพานลอย โดนทับร่างเละ

หนุ่มวัย30คลั่ง ดิ่งสะพานลอย โดนทับร่างเละ

  • Share:

แทบช็อก พนักงานขับรถบริษัทกำลังขับรถเจ้า นายไปส่งคืนที่บ้านย่านหลักสอง แต่ก่อนถึงสะพานลอยหน้าเนติบัณฑิตยสภา จู่ๆ มีคนร่วงหล่นตุ้บลงมานิ่งบนถนน กระชั้นชิดจนเบรกไม่ทันเลยชนซ้ำเต็มรัก ด้านเมียคนตายร่ำไห้ ผัวบอกโดนของเข้า หลังไปเอาของไหว้ตรุษจีนเถ้าแก่มากินแกล้มเหล้า จนมีอาการหลอนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน

เหตุสยองปนเรื่องราวลี้ลับครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ร.ต.ท.สุธน  ธีรพงษกร พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุชายกระโดดสะพานลอย และมีรถชนซ้ำเสียชีวิต หน้าเนติบัณฑิตยสภา  ถนนกาญจนาภิเษกมุ่งหน้าบางแค แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู โดยที่เกิดเหตุอยู่ในเลนขวาของช่องทางเดินรถคู่ขนาน  ตรงกับประตูทางเข้าออกเนติบัณฑิตยสภา พบศพนายเกรียงศักดิ์ เมืองขวา อายุ 30 ปี ชาว จ.นครพนม นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดในชุดเสื้อยืดคอกลมสีฟ้า นุ่งกางเกงขาสั้น สีน้ำเงิน มีบาดแผลกะโหลกศีรษะแตก กระดูกหักทั่วร่าง ข้อเท้าซ้ายหวิดขาด ห่างไปด้านหน้า 30 เมตร พบรถเก๋งยี่ห้อ ออดี้ รุ่นเอ 6 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภฮ 399 กรุงเทพมหานคร จอดในสภาพป้ายทะเบียนด้านหน้าและแผ่นรองกันน้ำใต้ห้องเครื่องหลุด จึงรวบรวมรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายณรงค์ ธนานุรักษ์ อายุ 59 ปี ผู้ขับรถเก๋ง ให้การว่า เป็นคนขับรถให้บริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้รับคำสั่งให้ไปรับรถคันดังกล่าวจากอู่ซ่อมรถรัตนโกสินทร์ ย่านถนนกาญจนาภิเษก และกำลังจะขับไปเก็บที่บ้านเจ้านายในเขตพื้นที่หลักสอง แต่ระหว่างที่รถกำลังวิ่งผ่านสะพานลอยคนข้ามถนน ก่อนถึงหน้าเนติบัณฑิตยสภาเพียง 20 เมตร จู่ๆร่างผู้ตายร่วงหล่นลงมาจากสะพานลอยกระแทกพื้นถนนตรงหน้ารถที่ขับผ่านมาพอดี ทำให้เบรกไม่ทัน ชนผู้ตายและลากร่างมาไกลกว่า 20 เมตร ก่อนที่ร่างจะหลุดออกจากใต้ท้องรถ จากนั้นตนได้จอดรถเพื่อดูความเสียหายและรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา น.ส.ทองใส ดัชถุยาวัตร อายุ 30 ปี ภรรยานายเกรียงศักดิ์ เดินทางมาดูศพสามีโดยร่ำไห้ ให้การว่าผู้ตายเป็นช่างประจำโรงงานทำอะลูมิเนียมแห่งหนึ่งย่านบางแค เป็นคนชอบดื่มสุราและเล่นเครื่องรางของขลัง ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ผู้ตายนำเหล้าและของคาวหวานที่เถ้าแก่ไหว้ตรุษจีนมาดื่มกินที่ห้องพักย่านถนนบางบอน 1 จากนั้นเกิดประสาทหลอนคิดว่าตัวเองโดนของ  บ่นให้ฟังตลอดว่าเหมือนมีเส้นผมกระจุกอยู่ในตัว ทำให้กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ และไม่ได้ไปทำงานมา 2 วัน กระทั่งเมื่อคืนนี้อาการหลอนรุนแรงขึ้น ผู้ตายกระวนกระวายไม่หลับไม่นอน จนต้องโทรศัพท์เรียกญาติมานอนเป็นเพื่อนหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จนรุ่งเช้าผู้ตายตะโกนบอก กูอยู่ไม่ได้แล้ว จากนั้นได้ออกไปจากห้องพัก ตนและญาติขับรถเก๋งตามหาจนพบผู้ตายยืนอยู่เกาะกลางถนนหน้าเนติบัณฑิตยสภา ห่างจากห้องพักประมาณ 2 กม. แต่พอวนรถกลับไปรับก็หายตัวไปอีก กระทั่งได้ยินข่าววิทยุ จส.100 ว่า มีชายกระโดดสะพานลอยให้รถชนตายเลยรีบมาดู พบเป็นศพสามีจริงๆ ยืนยันว่า สามีมีร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเสพยาเสพติด มีดื่มสุราบ้างเกือบทุกวัน แต่ 2-3 วันที่ผ่านมานี้ไม่ได้ดื่มเลย ที่สำคัญไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันด้วย เชื่อว่าน่าจะมีอาถรรพณ์บางอย่างที่ทำให้สามีต้องมาพบจุดจบแบบนี้

ขณะที่ ร.ต.ท.สุธน ธีรพงษกร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ในชั้นนี้จะตามหาพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว รวมทั้งเชิญตัวผู้ขับขี่รถคู่กรณีไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อสอบสวนปากคำอย่างละเอียด โดยชั้นนี้ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพราะต้องรอดูผลชันสูตรศพจากแพทย์โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากบาดแผลที่พบและทำให้ผู้ตายเสียชีวิต ไม่น่าจะเกิดจากการถูกรถชน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้