วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวนาฮือทวงเงินค่าข้าว ก.พาณิชย์

ชาวนาฮือทวงเงินค่าข้าว ก.พาณิชย์

  • Share:

ถนนพระราม 2 แยกวังมะนาวเขตรอยต่อจังหวัดราชบุรีกับเพชรบุรี ยังถูกปิดตาย ม็อบชาวนา 7 จังหวัดภาคตะวันตก ยึดผิวถนนปักหลักชุมนุมประท้วงกดดันรัฐบาลให้จ่ายเงินรับจำนำข้าว เตรียมยกพลบุกกระทรวงพาณิชย์ทวงถามความชัดเจน ขณะที่เมืองกาญจน์ชาวนานำรถอีแต๋น รถบรรทุก ปิดถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง ร่วมกดดัน ส่วนสมาชิกภาคเกษตรกร จ.อ่างทอง ประชุมลงมติ รวมตัวปิดถนนเอเชียอีก พร้อมรวบรวมรายชื่อชาวนาผู้ทุกข์ร้อนส่งให้สภาทนายความแห่งประเทศไทย ฟ้องศาลบังคับให้รัฐจ่ายเงินพร้อมดอกเบี้ย ด้านชาวนา จ.พิจิตร ยอมเปิดถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลกแล้ว ก่อนพากันเดินทางเข้ากรุงเทพฯนำรายชื่อถวายฎีกา ขณะที่ รอง ผอ.อคส. เข้าพบพนักงานสอบสวนให้ปากคำเพิ่มเติมคดีข้าวสารเหนียวสูญหายระหว่างขนย้าย พร้อมยอมรับข้าวหายจริง

ม็อบชาวนายังเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ว่ากลุ่มชาวนาที่ปักหลักชุมนุมประท้วงปิดถนนพระราม 2 บริเวณแยกวังมะนาว เขตรอยต่อของจังหวัดราชบุรี กับจังหวัดเพชรบุรี ส่งผลให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนขาล่องใต้จาก จ.สมุทรสงคราม ไป จ.เพชรบุรี และเข้า ตัวเมืองราชบุรีใช้การไม่ได้ ต้องใช้เส้นทางเลี่ยงเข้าถนนคลองโคนเขต อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม มุ่งหน้า อ.หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี แทน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักเพราะเส้นทางสายดังกล่าวมี 2 ช่องจราจร ส่วนรถที่จะเข้าตัวเมืองราชบุรีต้องใช้ เส้นทางเลี่ยงเข้าทางถนนวันดาวไปบรรจบกับถนนปากท่อสายเก่า ก่อนทะลุออกถนนเพชรเกษม

ขณะเดียวกันนายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชน 7 จังหวัดภาคตะวันตก แถลงข่าวกลาง ถนนพระราม 2 ว่าขณะนี้ได้ตกลงกับกลุ่มชาวนา ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ว่า ในวันที่ 6 ก.พ. จะพากันเดินทางไปที่กระทรวงพาณิชย์ กทม. เพื่อเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าวที่รัฐบาลติดค้างนาน 5 เดือน ทำให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ชาวนาบางคนถึงกับยืนร้องไห้ เพราะไม่มีเงินจะซื้อของกินของใช้ในครัวเรือน แม้กระทั่งเงินที่จะให้ลูกไปซื้อข้าวกินที่โรงเรียนก็แทบไม่มี จึงต้องออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้กับชาวนา แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแล ชาวนาจึงจำเป็นต้องเข้าไปเรียกร้องที่กรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางเพชรเกษม โดยจะมีเกษตรกรชาวนา จ.ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี ออกมาคอยสมทบระหว่างทาง จะมีทั้งรถอีแต๋น รถปิกอัพและรถบัส ร่วมในขบวนด้วย คาดว่าจะมีเกษตรกรชาวนาเดิน ทางไปร่วมเรียกร้องครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

ที่ จ.กาญจนบุรี เช้าวันเดียวกัน ชาวนากว่า 300 คน นำโดยนายทรงพล เอกจิต นายกเทศมนตรีตำบลหนองขาว อ.ท่าม่วง นำรถบรรทุก 10 ล้อ สำหรับบรรทุกรถเกี่ยวข้าว พร้อมรถกระบะ และรถอีแต๋นร่วม 50 คัน ปิดถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง บริเวณสามแยกไฟแดงตำบลหนองขาว พร้อมนำเต็นท์ 5 หลัง มาติดตั้งขวางปิดถนนไว้ โดยแกนนำชาวนาสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลต่อเนื่อง ต่อมานายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเดินทางมาพบเจรจาแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ชาวนายังคงปักหลักชุมนุมต่อไป ขณะที่กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอพนมทวน นำชาวนาปิดถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง บริเวณสามแยกไฟแดง หน้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน ตำรวจทางหลวงมาเจรจาจนกลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายตัวในที่สุด

ส่วนที่โรงเรียนชาวนา อ.สามโก้ จ.อ่างทอง นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกร จ.อ่างทอง ประชุมสมาชิกชี้แจงแนวทางและความคืบหน้าตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่จะรวมตัวกันปิดถนนสายเอเชียเพื่อกดดันรัฐบาล และเรียกร้องให้เร่งจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ติดค้างอยู่ หรือแนวทางการช่วยเหลือไม่ให้เกษตรกรชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินต้องเดือดร้อนมากไปกว่านี้ โดยที่ประชุมมีมติจะปิดถนนสายเอเชีย บริเวณทางแยกเข้าวัดไชโยวรวิหาร ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง วันที่ 6 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนั้นจะตั้งโต๊ะรับเรื่องราวร้องทุกข์และรวบรวมหลักฐานจากเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงิน เพื่อนำไปมอบให้สภาทนายความแห่งประเทศไทย ที่ยินดีจะช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวในการฟ้องรัฐบาลบังคับให้จ่ายเงินค่าข้าว รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายจากการจ่ายเงินล่าช้าให้กับชาวนาด้วย

หลังประชุมนายทรงพลเผยว่า ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนาได้รับความทุกข์ เนื่องจากเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ต้องเสียเงินค่าดอกเบี้ยจำนวนมาก หลังจากที่นำข้าวไปจำนำเพื่อหวังจะได้เงินไปใช้หนี้ แต่รัฐบาลกลับไม่จ่ายเงินให้ ถูกเจ้าหนี้รุมทวงเงินคืน แต่พวกเราก็ไม่มีเงินจ่าย นอกจากนั้นจะต้องใช้เงินลงทุนในการทำนาครั้งต่อไปอีก จึงตัดสินใจให้สภาทนายความดำเนินการยื่นฟ้องรัฐบาลบังคับให้จ่ายเงินที่ค้างพร้อมดอกเบี้ย เพื่อนำไปบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวนาไปพร้อมกับการปิดถนนจนกว่าจะได้รับเงิน ขณะเดียวกันทางกลุ่มชาวนาภาคกลาง จะร่วมปิดถนนทวงเงินค่าข้าวจากรัฐบาลด้วยหากยังไม่ได้เงิน

ที่ จ.พิจิตร ชาวนาทั้ง 12 อำเภอนำโดยนายประกาศิต แจ่มจำรัส นายก อบต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล ยังคงปักหลักชุมนุมปิดถนนขาล่องสาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ระหว่าง กม.ที่ 48-49 บริเวณสี่แยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง มีการตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลและประชาสัมพันธ์ให้ชาวนาที่ยังไม่ได้ลงชื่อให้มาลงทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาที่สำนักพระราชวังในวันที่ 6 ก.พ. ทั้งนี้ นายประกาศิต แกนนำ กล่าวว่า จะยกเลิกปิดถนนในเย็นวันเดียวกันนี้ จากนั้นเวลาเที่ยงคืนจะมีตัวแทนชาวนาประมาณ 3 คันรถบัสราว 150 คน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อนำรายชื่อชาวนาไปถวายฎีกา เพราะชาวนาไม่สามารถพึ่งใครได้อีกแล้ว หลังกลับมาจาก กทม.แล้ว แกนนำจะประชุมกันอีกครั้งว่าจะยกระดับกดดันรัฐบาลต่อไปอย่างไร

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เผยว่า ตามที่เกษตรกรนำใบประทวนสินค้ามาติดต่อขอรับเงินตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 กับ ธ.ก.ส. ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) กำหนด แต่รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดมาเงินมาให้ ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายให้แก่เกษตรกรจนครบถ้วนนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความกังวลใจของเกษตรกร เกี่ยวกับภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธ.ก.ส.ได้กำหนดมาตรการยืดเวลาชำระหนี้ดังกล่าวออกไปเป็นเวลา 6 เดือน และในกรณีที่เกษตรกรมีความประสงค์จะใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลใหม่ ธ.ก.ส.พร้อมให้เงินกู้ก้อนใหม่ ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส. ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาการไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยในอัตราสูง ซึ่งเป็นภาระหนัก ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยสามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส.ใกล้บ้านทุกสาขา

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้าวหาย สายวันเดียวกัน พ.ต.ท.ปิยวิชย์ วงศ์สวัสดิ์ รองผอ.อคส. นายยุทธศาสตร์ แสนสวนจิต ผู้ประสานงาน อคส.อุดรธานี นายประพันธ์ ลุนสา ตัวแทน หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นวกฤต นวการพานิช พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีข้าวสารเหนียวที่นำไปทำข้าวถุงธงฟ้าจำนวน 3,478,011 กก. มูลค่า 80 ล้านบาท หายไประหว่างทางจากโกดังกลาง อคส.อุดรธานีไปยังโรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ จ.ลพบุรี และมอบอำนาจให้นายเรืองศักดิ์ นามเดช ตัวแทนเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนานร่วม 3 ชม.

หลังให้ปากคำ พ.ต.ท.ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ รอง ผอ.อคส.เผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ผอ.อคส.ให้มาให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่ข้าวสารเหนียว 10 เปอร์เซ็นต์ จากคลังสินค้าบริษัทโรงสีอุดรประเสริฐผล จำกัด หลังที่ 3 ได้หายไประหว่างการขนย้ายไปปรับปรุงที่ จ.ลพบุรี ทาง อคส.ได้แต่งตั้งตนให้สอบข้อเท็จจริง ในกรณีการจ่ายข้าวสารทั้งหมดในวันที่ 21 ม.ค.2557 ที่ผ่านมา นี่เป็นรายแรกที่เราตรวจพบว่า ข้าวสารเหนียวหายไป ผอ.อคส.จึงมอบหมายให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และติดตามหาข้าวส่วนที่หายไปให้ถึงที่สุด เป็นการตรวจสอบข้าวที่หายไปทางบัญชีประจำปี ส่วนที่สอบถามกันว่า ทำไมข้าวหายไปตั้งนานจึงมาตรวจพบ เป็นเพราะว่ายอดข้าวทั้งหมดทั่วประเทศถูกส่งมาที่ส่วนกลางช้า เพราะต้องมีการตรวจสอบประจำปี

“ยอดนี้เป็นยอดแรกที่ตรวจเจอ หลังจากนี้ถ้าเจออีกก็จะดำเนินการอย่างนี้ทุกราย เป็นเรื่องๆ ไป เบื้องต้นคือหายจริง ส่วนทาง จ.ลพบุรี บอกว่าไม่หาย ต้องเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะสอบสวนหาต่อไป ที่ อคส.ตรวจพบได้มอบให้พนักงานสอบสวนแล้ว โดยข้าวที่มีปัญหา เป็นข้าวโครงการรับจำนำข้าวปี 2555/2556 ไม่ได้เป็นโครงการปรับปรุงคุณภาพ แต่เป็นการปรับปรุงบรรจุถุงเพื่อจำหน่าย ไม่ใช่ข้าวธงฟ้าแต่เป็นการบรรจุถุงเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค มีทั้งหมด 6 บริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามา โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการขนส่ง และสัญญาที่ อคส.ที่ทำกับ หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ในการบรรจุข้าวสาร” รอง ผอ.อคส.กล่าว

ด้านนายประพันธุ์ ลุนสา ตัวแทน หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ผู้ทำหน้าที่รับข้าวสารเหนียวจาก อคส.อุดรธานี เผยว่า เป็นตัวแทน หจก. โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ มารับข้าวชุดที่ตกเป็นข่าว ต้องมาทำงานที่ จ.อุดรธานี ตลอดเดือนมีนาคม 2556 โดยใช้รถบรรทุก 10 ล้อ ขนข้าว 14 คัน รถพ่วง 7 คัน รวมทั้งสิ้น 105 เที่ยว แต่ละวันไม่แน่นอนว่ากี่เที่ยว แล้วแต่ความพร้อมของแรงงาน แต่ละเที่ยวรถออกจาก จ.อุดรธานี โชเฟอร์ประจำรถจะมีเพียงเอกสารการชั่งน้ำหนักเท่านั้น ไม่ได้มอบใบโอนย้ายให้ไปกับรถ เกรงว่าจะเกิดการสูญหาย “ใบโอนย้ายข้าวจะมีตัวจริง และสำเนารวม 4 ฉบับ ผมจะลงชื่อด้วยลายมือตัวเองทุกฉบับ และจะรับเอาใบต้นฉบับมาเก็บไว้ เพื่อรวบรวมตรวจสอบความถูกต้อง จัดส่งไปให้ หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ พร้อมกัน และก็ทำเช่นนี้ทุกครั้งตลอด 2 ปี โดยครั้งนี้จัดส่งทางไปรษณีย์ อีเอ็มเอสไปให้กับ หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ปลายเดือนกันยายน 2556 ไม่มีการทักท้วงเรื่องนี้มาก่อน และทุกครั้งที่รถบรรทุกไปถึงที่หมายจะได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า รถทะเบียนอะไรน้ำหนักข้าวเท่าใดเดินทางไปถึงที่หมายแล้ว”

ขณะที่ พ.ต.ท.นวกฤต นวการพานิช พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเผยว่า จะเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยว ข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทาง หจก.โชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ ต้องเรียกมาสอบปากคำ รวมถึงหัวหน้าผู้ดูแลควบคุมด้วย มีบางส่วนที่เป็นความลับของทางราชการ ต้องขอปิดข้อมูลไว้ก่อน ถ้ามีการสืบสวนสอบสวนทราบว่าขั้นตอนกระทำความผิดเกิดขึ้นจากใคร ตรงไหน มีผู้ใดที่เกี่ยวข้องด้วยก็จะแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้นั้นต่อไป

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข้าวเหนียวจากโรงสี อุดรประเสริฐผล ที่ต้องส่งโรงสีโชควรลักษณ์รุ่งเรืองกิจ และโรงสีสิงห์โตทอง จำนวน 3.5 ล้านตัน สูญหายไปในระหว่างการขนส่งว่า เหตุการณ์นี้เกิดนานแล้ว ทำไมเพิ่งมีการแจ้งความ ทั้งนี้ ข้าวเหนียวดังกล่าวอยู่ในโครงการบรรจุข้าวถุง 5 กก. เพื่อขายให้ประชาชนในราคาถูกถุงละ 70 บาท มีจำนวน 1.8 ล้านตัน ทยอยส่งให้เดือนละ 3 แสนตัน นับตั้งแต่ ม.ค.56 ดังนั้นการขนย้ายเดือน มี.ค.56 เป็นสัญญาที่เซ็นในเดือน ก.พ.56 แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีการทำข้าวถุงจริง มีแค่ 10% ที่บรรจุ นอกนั้นมีแค่การสร้างตัวเลข ในกระดาษเท่านั้น ข้าวอีก 90% หายไป จึงทำให้เกิด ไฟลนก้นของคนที่ร่วมทุจริตหากินกับข้าวในโครงการจำนำ กรณีนี้พรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือน ธ.ค.56 จึงมีความพยายามปัดความรับผิดชอบจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการระดับสูงโดยอ้างว่าข้าวหายจากคลัง เพื่อหาแพะมารับผิดชอบแทน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาโครงการรับจำนำข้าว หลังจีนยกเลิกซื้อข้าวจากไทยว่า ตอนนี้รัฐบาลพยายามอยู่ ทุกคนรู้ดีว่ามีข้อจำกัดด้านกฎหมายหลังจากยุบสภาฯ ขอความเห็นใจตรงนี้ด้วย หวังว่าทุกหน่วยงานคงเห็นใจชาวนา ถ้าหยุดชะงักไม่จ่ายเงิน ชาวนาก็จะเป็นหนี้เป็นสิน ข้าวอยู่ในคลังแล้ว รัฐบาลต้องดูแล เรื่องเงินกู้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ อยากขอเวลา ส่วนติดขัดตรงไหนนั้น ขอให้ไปสอบถามกับ รมว.คลังดีกว่า อยู่ที่กระทรวงไม่ได้หายไปไหน  ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวล้มเหลวหรือไม่ และควรจะยังมีอยู่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าตัดสินใจ เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทย มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล นโยบายนี้จะยังมีอยู่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องพิจารณาก่อน เรื่องใดที่มีข้อติติง และถ้ากลับไปแก้ไขได้ยินดี พยายามรักษาวินัยการเงินการคลังและตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลใหม่

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้