วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศาลรธน.โละคดีมาร์คหนีทหาร

ศาลรธน.โละคดีมาร์คหนีทหาร

  • Share:

ไม่มีประโยชน์พิจารณา เหลิมเบรกพท.อย่าเร่ง รีบเลือกตั้งไปก็เจ๊งอีก

“เหลิม” สอนเชิงบิ๊กเพื่อไทยใจร้อน ติงอย่าเร่งรัด กกต.จัดเลือกตั้งให้เสร็จเร็วๆ ชี้สถานการณ์ยังวุ่นวายมีปัญหาความไม่พร้อม ถึงจัดเลือกตั้งไปก็เจ๊ง ขณะที่โฆษก พท.ร้อง กกต.สั่งยุบ ปชป. ฐานรู้เห็นเป็นใจสนับสนุนม็อบ กปปส. “อภิสิทธิ์” ซัดรัฐบาลดิ้นสุดฤทธิ์บีบ กกต.จัดเลือกตั้งเพื่อหาทางเข้าครอบครองอำนาจ ย้ำเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ฉะยับพรรคเพื่อไทยตัวการทำลายประชาธิปไตย ต้นตอวิกฤติการเมือง ศาล รธน.จำหน่ายคดีร้องตีความสมาชิกภาพ ส.ส.ของ “มาร์ค” กรณีกระทรวงกลาโหมสั่งปลดออกจากราชการ ระบุเมื่อยุบสภาฯถือว่าความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่ต้องพิจารณาคดีอีก

ในขณะที่ กกต.กำลังหาช่องทางจัดการเลือกตั้ง ส.ส. 28 เขตภาคใต้ที่โดนขัดขวางจนสมัครไม่ได้  และกำหนดวันเลือกตั้งชดเชยให้หน่วยเลือกตั้งที่ไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค. และวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนพยายามกดดันให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้เสร็จโดยเร็ว ปรากฏว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ได้ออกมาปรามคนในพรรคเพื่อไทยอย่ารีบร้อนให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง เพราะเกรงว่าถ้าสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย ถึงจัดเลือกตั้งไปก็จะยังมีปัญหาอีก

โฆษก พท.ยื่นคำร้องยุบ ปชป.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สถานที่ทำงานชั่วคราวของ กกต. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือต่อประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ผ่านนายอำนวย น้อยโสภา รอง ผอ.สำนักเลขานุการ กกต. เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 9 คน ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.56 เป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจอันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ซึ่งศาลอาญาออกหมายจับในข้อหากบฏแล้ว ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำกับสมาชิกและแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ 25 คน ร่วมชุมนุมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนายสุเทพกับพวก ถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ของพรรคการเมือง ขัดต่อกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 94 (1) (2) (3) (4) นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องตรวจสอบการกระทำต่างกรรมต่างวาระ และร้องต่ออัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์

คุยโวได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม

นายอุดมเดช รัตนเสถียร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ว่า พื้นที่ทั่วประเทศที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 46% ลดลงไปกว่า 20% จากการเลือกตั้งปี 2554 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 70% ส่วนที่หายไปเป็นคะแนนเสียงที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ดีในจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 46% จากการติดตามการนับคะแนนของผู้สมัครในพื้นที่ต่างๆแล้วส่งกลับมายังพรรค คาดว่ามีเสียงโหวตโนกว่า 10% และพรรคเพื่อไทยได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 32% หากดูตรงนี้จะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 45% แต่หากเทียบกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั้งสองครั้ง ไม่ได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์น้อยลง แต่จะได้มากกว่าเดิมเสียอีก เพราะครั้งนี้ไม่มีคู่แข่งมาแบ่งที่นั่งไป และผลที่ออกมาไม่ได้มีนัยว่าคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยลดลง เนื่องจากมองว่าผู้ที่ไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอาจจะเป็นเพราะคิดว่าไม่มีคู่แข่งที่สำคัญ และอีกส่วนอาจกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ

“เหลิม” ติง พท.อย่าเร่งให้เลือกตั้ง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่อาจต้องเลื่อนออกไปจนถึงเดือน มี.ค.ว่า เห็นด้วยให้เลื่อนไปก่อน เลือกตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่เลือกทีเดียวต้องจบ อย่าไปใส่ใจ บางคนในพรรคเพื่อไทยใจร้อน วันนี้ถ้า กกต.กำหนดวันเลือกตั้งก็เจ๊งอีก บัตรเลือกตั้งยังส่งไม่ได้ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ครบ คนในพรรคเพื่อไทยบางคนทำพรรคเจ๊ง พรรคไม่รู้บอกให้เลือกตั้ง ถ้าเลือกก็จะเจ๊ง ทำไม่ได้ เมื่อเช้าเรียก ผบก.จ.นครศรีธรรมราชมาคุย เพราะเป็นจังหวัดในภาคใต้ที่เปิดเลือกตั้งได้ เลยถามว่าทำอย่างไร และต่อไปจะเชิญ ผบก.จังหวัดที่เลือกตั้งไม่ได้อีก 10 จังหวัดมาคุย ส่วนตัวเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ตนจะบอกผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย วันนี้ กกต.ไม่พร้อม บัตรก็ไม่ส่ง ผู้ว่าฯไม่ให้ความร่วมมือ เดี๋ยวจะต้องสังคายนากันสักที เห็นใจ กกต. เถอะ เลือกตั้งโดยเร็วกฎหมายบอก 7 วัน 30 วัน แต่ความเป็นจริง 60 วันเสร็จจะบนหัวหมู 9 หัว

“ปู” ลุ้นประชุม กกต.มีทางออก

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะว่า รัฐบาลทำตามขั้นตอนกฎหมายบทบัญญัติ ไม่มีเจตนาทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ล้มล้างการปกครองและได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่ชอบธรรม ก็ขอให้เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ มีตรงไหนทำได้ก็ทำ ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศบนเวทีว่าหลังการเลือกตั้งเมื่อจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ไม่มีนายกฯ รัฐบาลยอมหมดความชอบธรรมที่จะทำงานต่อไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า พูดกันหลายครั้ง ตนมีหน้าที่ทำงานรักษาการตำแหน่งนายกฯ ภายใต้ข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ และทำหน้าที่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ กกต.ก็เร่งให้มีการเลือกตั้งซ่อม เพื่อให้มีจำนวน ส.ส.ให้ครบ เลือกตั้งครั้งนี้ปัญหาต่างกับทุกครั้ง ต้องรอการประชุม กกต.วันที่ 6 ก.พ. น่าจะมีทางออกที่ชัดเจน ฉะนั้นก็มีหน้าที่ตรงนี้ต่อไป ส่วนจะเกิดสุญญากาศหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่ในแง่กฎหมายมีทางออกค่อยๆแก้ไปทีละขั้นก็จะไปได้

“มาร์ค” ซัดรัฐบาลดิ้นเข้าสู่อำนาจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี อ้างข้อกฎหมายกดดันให้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ ส.ส.ครบจำนวนว่า ต้องขอบคุณในความพยายามเหล่านี้ ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักให้คำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นคำร้องตามมาตรา 68 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะยิ่งชี้ให้เห็นถึงความพยายามแสวงหาอำนาจ และดึงดันให้มีการตีความกฎหมายผิดๆถูกๆ และถ้าเป็นการกระทำของพรรคก็นำไปสู่การยุบพรรคด้วย จากความพยายามที่จะได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าเป็นความพยายามที่จะดิ้นรนของรัฐบาลกับปัญหาการเลือกตั้งซึ่งมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมากมาย แม้แต่ผู้จัดการเลือกตั้งเองที่ชี้ปัญหานี้มาโดยตลอด

ย้ำเข้าข่ายผิดมาตรา 68

ต่อข้อถามว่าการที่พยายามบีบให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้ ส.ส. 95% เป็นเพราะนายพงศ์เทพเชื่อว่า รัฐบาลจะหมดอายุการรักษาการใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เป็นประเด็นของความพยายามแสวงหาอำนาจที่เข้าข่ายมาตรา 68 ชัดเจน ต้องดู กกต.ว่าจะสรุปวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาการเลือกตั้งอย่างไร ในส่วนของ 2 ล้านคนที่จะต้องใช้สิทธิล่วงหน้า กับกรณี 28 เขตที่ไม่มีผู้ลงสมัคร เพราะหลายฝ่ายยืนยันชัดเจนว่าไม่มีข้อกฎหมายที่จะไปดำเนินการอะไรต่อไปได้ ก็ต้องจับตาดูในเชิงกฎหมาย

ย้อนศร พท.ทำลายประชาธิปไตย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีขบวนการทำลายประชาธิปไตย มุ่งทำลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พยายามให้มีการรัฐประหาร และทำให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ โดยใช้กระบวนการตุลาภิวัตน์และองค์กรอิสระว่า เป็นนิทานเรื่องเดิม ทั้งที่รัฐบาลหมดสภาพไปแล้วด้วยการยุบสภาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องมีใครมาทำลาย ขณะนี้บ้านเมืองกำลังหารัฐบาลใหม่ ซึ่งจะต้องทำตามรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ใครขัดขวางการเลือกตั้งผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการไป แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้ามีคนมาขัดขวางการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลหรือคนจัดการเลือกตั้งจะสามารถไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้ หรือไปจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรมได้ ขอให้แยกประเด็นกัน ส่วนตุลาการภิวัตน์เป็นคำพูดที่พยายามยัดเยียดว่า ตุลาการเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย ทั้งที่ตุลาการมีหน้าที่ในการรักษากติกาของบ้านเมือง นายจารุพงศ์ ต่างหากที่ทำให้เกิดวิกฤติในวันนี้ เพราะเป็นคนมานั่งอ่านแถลงว่าไม่ยอมรับอำนาจศาล ถ้ายังเดินหน้าอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้บ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้งมากขึ้น เพราะคนที่ทำอย่างนั้นคือคนที่ทำลายประชาธิปไตยตัวจริง

ขู่ฟ้องสื่อนอกตีข่าวใส่ร้าย ปชป.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสื่อต่างชาติวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์และการชุมนุมของ กปปส.ว่า เป็นการใช้โลกล้อมประเทศไทย เพราะวันนี้คนไทยรู้ทันประชานิยมและระบอบทักษิณแล้ว จึงต้องใช้สื่อต่างชาติสนับสนุนตัวเองด้วยข้อมูลเท็จว่าพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาที่จะดำเนินคดีกับสื่อต่างชาติที่กล่าวหาพรรคโดยปราศจากข้อเท็จจริง เพราะความจริงคือ 43 จังหวัดในพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยมีผู้มาใช้สิทธิไม่ถึงครึ่ง ชี้ชัดว่าคนไทยปฏิเสธการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยใช้ฟอกตัวเองเพื่อกลับสู่อำนาจ พรรคเพื่อไทยต้องทบทวนว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ และเป็นทางออกให้ประเทศ

“ชูวิทย์” ยื่นศาล รธน.ขอคุ้มครองสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อเวลา 14.50 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาวินิจฉัยออกคำสั่งคุ้มครองผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยนายชูวิทย์กล่าวว่า มายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคุ้มครองตนและประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่ไปลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. และคุ้มครองสิทธิผู้สมัครพรรคการเมืองต่างๆที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งในจังหวัดและเขตที่ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 180 วันตามระเบียบ กกต. “หากศาลจะสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ผมไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่ขอให้ศาลคำนึงถึงประชาชนที่ไปลงคะแนนเสียงด้วย ประชาชนเหล่านี้เป็นผู้ที่ถูกละเมิดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เพราะจะเป็นแนวทางให้มีกลุ่มคนอื่นนำมวลชนมาขัดขวางหรือปิดล้อมการเลือกตั้งเพื่ออ้างความชอบธรรมได้”

ศาล รธน.ไม่รับคำร้อง“วิรัตน์–ไพบูลย์”

ต่อมาเวลา 15.15 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ประกอบมาตรา 237 วรรคสอง ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย กระทำการเพื่อให้ได้ซึ่งอำนาจปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากผู้ถูกร้องออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในเขต กทม.และปริมณฑลระหว่างที่มีการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ. โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำร้องดังกล่าวยังไม่มีมูลที่จะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเสียงข้างมากไม่รับคำร้องไว้พิจารณา

นัดสอบพยานเพิ่มปมกู้เงิน 2 ล้านล้าน

ส่วนคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความ เห็นของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) ว่าร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รับและพิจารณาคำร้องแล้ว และได้รับฟังการให้ถ้อยคำของผู้แทนหน่วยงานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไปบางส่วนแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญมาให้ถ้อยคำต่อศาลรัฐธรรมนูญ 5 รายประกอบด้วย ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้แทน นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต ส.ส.ร.50 น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง นายทนง พิทยะ และนายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ในวันที่ 12 ก.พ.

จำหน่ายคดีสมาชิกภาพ ส.ส. “มาร์ค”

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติจำหน่ายคำร้อง กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ว่าสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (5) ประกอบ มาตรา 102 (6) หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ออกจากราชการ โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าเนื่องจากมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2556 ทำให้ความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์สิ้นสุดลง จึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีต่อไป จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคำร้องดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้