วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตื๊ออยู่แล้วมีน้ำยามั้ย?

ตื๊ออยู่แล้วมีน้ำยามั้ย?

  • Share:

33 กองร้อย เต็มอัตราศึก

ตามที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เปิดเผยเองเลย ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเมืองทองธานี อันเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

ประกอบด้วยกำลังตำรวจ 30 กองร้อย ทหาร 2 กองร้อย รวมถึงทหารอากาศที่เพิ่มมาอีก 1 กองร้อย

เรียกได้ว่า เป็นการรักษาความปลอดภัยในขั้นสูงสุด

โดยรูปการณ์ก็ชัดเจน “ยิ่งลักษณ์” และทีมงานคงปักหลักใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นฐานที่มั่นสุดท้าย โดยไม่สนไม่กลัวม็อบ กปปส.ที่บุกมาปิดล้อมแล้ว 2-3 รอบ

ในจังหวะสอดรับกับบทเข้มๆ ของ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. ขู่ออกอากาศ สวนหมัด “กำนันเทพ” นายสุเทพ

เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ประกาศจะบุกไล่นายกฯยิ่งลักษณ์ไปทุกที่ ก็ลองดู ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส.ไม่ยอมแน่

การชุมนุมแบบนี้ไม่มีใครนุ่มนวลด้วยแล้ว แตกหักเป็นแตกหัก

และก็เพิ่มเงื่อนไขกระตุกเกมวัดใจกันอีกระดับ เมื่อศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. จำนวน 19 ราย ตามคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในข้อหากระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย

7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี

13.ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 14. พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด 17.นายสำราญ รอดเพชร 18.นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 19.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว

ตามเงื่อนไข เมื่อจับได้ให้คุมตัวไว้ที่ ตชด.ภาค 1 และรายงานให้ศาลทราบภายใน 48 ชั่วโมง

ซึ่งนั่นก็จังหวะพอดีกับการที่รัฐบาลโดย ศรส.ได้ประกาศเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม

โดยปรากฏการณ์ที่เข้าทาง เหมือนฝั่งรัฐบาลจะได้ตั้งหลักเป็นฝ่ายรุกบ้าง

ท่ามกลางกระแสความเดือดร้อนของประชาชนทั่วไปที่เริ่มถึงจุดสุดทนกับยุทธการ “จับเอาความเดือดร้อน” ของชาวบ้านเป็นตัวประกัน

ก็อย่างที่ “กำนันเทพ” ต้องยุบเวที มีการเปิดถนนหลายจุดให้กลับมาใช้งานได้

แต่ปัญหาก็เหลืออยู่ที่เวทีถนนแจ้งวัฒนะที่นำโดย “พุทธอิสระ” ยังไม่ย้ายตาม “กำนันเทพ” ที่ยุบเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปอยู่สวนลุมพินีฯ

กลายเป็นเวทีโดดๆ ที่ตั้งล่อ “กระสุนตก” อยู่ชายแดนเขตหลักสี่

แม้จะยอมเปิดให้หน่วยราชการบางหน่วยในสังกัดกระทรวงยุติธรรมกลับเข้าทำงานได้ แต่จุดที่เป็นปัญหาได้รับผลกระทบมากที่สุด และโดนด่ามากที่สุดก็คือ “กรมการกงสุล” ที่ถูกปิดมานาน

ทำให้ประชาชนที่มีความจำเป็นในการทำพาสปอร์ตเดินทางไปต่างประเทศ ต้องไปใช้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวที่เปิดแค่ 2 จุดคือที่ปิ่นเกล้าและบางนา ซึ่งก็รองรับได้แค่วันละ 1,500–1,700 คน เท่านั้น

ต้องแหกขี้ตาไปรอกันตั้งแต่ตี 2 กว่าจะเสร็จปาเข้าไป 1-2 ทุ่ม

ตามหลักฐานที่มีการโพสต์ภาพ ด่ากันเละในสังคมออนไลน์

แน่นอนอารมณ์นี้ย่อมเพิ่มน้ำหนักให้ฝ่ายรัฐบาลที่ประกาศทวงคืนพื้นที่ราชการ

เรื่องของเรื่อง ถ้าโยงกับอาการล่าสุดของ “สารวัตรเหลิม” ที่พูดออกอากาศดังๆ ให้ได้ยินกันทั้งพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับ กกต.ที่ให้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่หลังการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปลายเดือนมีนาคม ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลือกตั้ง เพราะวันนี้หลายอย่างไม่พร้อม ถ้ากำหนดวันเลือกตั้งเร็วก็เจ๊งอีก

จับทาง “เฉลิม” อ่านไต๋คนแดนไกล ก็ตั้งท่ายื้อเกมยาว กุมอำนาจรัฐบาลรักษาการไปเรื่อยๆ

แต่ก่อนอื่น งานนี้คงต้องมีการโชว์ “น้ำยา” เพื่อหนีเสียงเย้ยหยัน สยบกระแสไล่ส่งรัฐบาล

ตื๊ออยู่แล้วทำอะไรไม่ได้ จะด้านไปทำซากอะไร.


ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้