วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: 'Her' รักดังฟังชัด...จากจอหรือจากใจ?

มาดูกับมาดาม: 'Her' รักดังฟังชัด...จากจอหรือจากใจ?

  • Share:

อะไรทำให้หนุ่มใหญ่ที่อกหักรักคุดเพราะเพิ่งหย่าร้างกับภรรยาเก่า แถมช้ำในมานานจนแทบไม่มีแก่ใจจะทำอะไร ตกหลุมรักกับระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์?

จะเป็นยังไงถ้าคุณๆ ต้องตกหลุมรักกับโอเอส (ระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชีวิตคุณ)...ความรักที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือว่ามันดังฟังชัดออกมาจากใจจริงๆ?

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มาดามได้มีโอกาสเขียนถึงหนึ่งในภาพยนตร์ ซึ่งถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม "12 Years a Slave" ตัวเก็งที่น่ากลัวเพราะคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาแล้วในสาขาเดียวกัน ประเภทภาพยนตร์ดราม่า ในสัปดาห์นี้มาดามเลยขอนำเสนอภาพยนตร์ Profile คล้ายๆ กัน เพราะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน แต่เป็นประเภทคอมเมดี้หรือมิวสิคัล

ใช่แล้วค่ะ มาดามกำลังพูดถึง "Her" ภาพยนตร์ชื่อสั้นแต่เก๋ ที่ได้เข้าชิงรางวัลปีนี้ แถมยังได้รับการพูดถึงในวงกว้าง ทั้งจากผู้ชมทั่วโลกและจากคนในแวดวงภาพยนตร์ ว่าเป็นหนังรักที่ "แปลก" และน่าจับตามอง



แค่ชื่อก็ทำให้สนใจจะแย่ แต่ปมปัญหาของตัวละครเอกที่มีชื่อว่า "Theodore" (นำแสดงโดย Joaquin Phoenix) กลับทำให้น่าสนใจกว่า เพราะเรื่องสุดจินตนาการนี้ ไม่ได้แค่สะท้อนหรือทำนายสิ่งที่น่าจะเกิดบนสังคมเมืองอันแสนวุ่นวายในปัจจุบัน แต่ทำออกมาได้น่าติดตามและค่อนข้างสมจริงจนไม่น่าอึดอัด

 


"I can understand how the limited perspective can look to the non-artificial mind."
"ฉันเข้าใจข้อจำกัดของระบบที่จะเข้าใจความรู้สึกที่ไม่ปรุงแต่ง" (ซาแมนต้า, Her 2013)


ที่ว่าเป็นหนังรักที่ "แปลก" เพราะแม้เนื้อเรื่องหลักๆ จะโฟกัสที่เรื่องราวความสัมพันธ์ของ Theodore กับ "Samantha" โอเอสเสียงเพราะและเซ็กซี่ที่สุด (ให้เสียงโดย Scarlett Johansson) แต่ที่น่าทึ่งคือ พร็อพหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ตัวละครใช้ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังหรือมือถือ รวมทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าตาแปลกประหลาดไม่เหมือนที่เราใช้กันในปัจจุบัน ที่แน่ๆ คือ มันดูไฮเทคกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของเราเสียอีก ซึ่งไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้กับหนังแนวนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องยกความดีให้ทีมผู้สร้างที่ออกแบบการดำเนินเรื่อง ควบคู่กับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นสูงแบบนี้ได้อย่างกลมกลืนและเนียนมาก จนแทบไม่รู้สึกว่า Fake เลย

กลับมาที่ความ "แปลก" อันดับหนึ่งของเรื่อง ความสัมพันธ์ของธีโอดอร์กับซาแมนต้า...อะไรทำให้หนุ่มใหญ่ที่อกหักรักคุด เพราะเพิ่งหย่าร้างกับภรรยาเก่า แถมช้ำในมานานจนแทบไม่มีแก่ใจจะทำอะไร ตกหลุมรักกับระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์?

 


"I think anybody who falls in love is a freak. It’s a crazy thing to do. It’s kind of like a form of socially acceptable insanity."
"ฉันคิดว่า คนที่ตกหลุมรักเป็นคนบ้า มันต้องบ้ามากเลยที่จะรัก แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นรูปแบบความบ้าที่สังคมรับได้" (เอมี่, Her 2013)


จะว่าเป็นเพราะความเหงาคงไม่ผิดนัก แต่ให้ถูกน่าจะเป็นเรื่องราวตัวตนของ "Her" เกิดขึ้นจากความเหงามากกว่า "Her" หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ "Samantha" โอเอสหรือระบบปฏิบัติการที่ถูกสร้างขึ้นจากวัตถุประสงค์แรก เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างจัดการอีเมล์และธุรกรรมต่างๆ (เหมือนมีเลขาฯ ส่วนตัว) ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างขจัดความเหงาและความเปล่าเปลี่ยวจากอาการขาดเซ็กซ์!



แต่ "Her" คงจัดการมากไปหน่อย การเป็นเพื่อนคุยกับธีโอดอร์และคอยปลอบประโลมใจเขา ทำให้เธอค่อยๆ เลียนแบบอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ของ "ความเป็นมนุษย์" มากขึ้นเรื่อยๆ จนความเหงาถูกเติมเต็ม แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพและความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้น จนต่างฝ่ายถอนตัวไม่ทัน

 


"I’m becoming much more that than what they programmed."
"ฉันเริ่มจะเป็นมากกว่าโปรแกรมที่เขาตั้งฉันขึ้นมา" (ซาแมนต้า, Her 2013)

กว่าจะรู้ตัวอีกที "ธีโอดอร์" ก็เป็นหนุ่มใหญ่คลั่งรักและมีความสุขมากขึ้น ส่วน "ซาแมนต้า" กลายเป็นหญิงสาวขี้หึงที่อ่อนไหวและหวั่นไหวไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องไปเจอภรรยาเก่า Catherine (นำแสดงโดย Rooney Mara) เพื่อจัดการเรื่องเอกสารหย่า แม้ว่าธีโอดอร์จะกล่อมและปลอบให้สบายใจเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ซาแมนต้ายังนอยด์และรู้สึกหึงหวงอยู่ดี ตามประสาคนมีความรักเป็นครั้งแรก



ความสามารถในการเรียนรู้และเลียนแบบ "ความเป็นมนุษย์" ของซาแมนต้าไม่ได้จบอยู่แค่นั้น แต่เธอยังพัฒนาไปจนกระทั่งเกิดเรื่องราวตามมาอีกหลายอย่าง ซึ่งล้วนเป็น "ความเป็นไปได้" ที่อาจเกิดได้กับความสัมพันธ์ของคนเรา คนที่น่าสงสารและน่าเห็นใจที่สุดคงจะเป็นธีโอดอร์ ที่ต้องผิดหวังและตกตะลึง เพราะคาดไม่ถึงในความชาญฉลาดของแฟนสาว

 


"I love you so much. But this is where I am now. And this who I am now. And I need you to let me go. As much as I want to, I can’t live your back anymore."
"ฉันรักคุณมากเหลือเกิน แต่ตอนนี้ฉันเลือกจะอยู่ตรงนี้และนี่คือสิ่งที่ฉันเป็น และฉันก็อยากให้คุณปล่อยฉันไป แม้ว่าฉันจะต้องการมากแค่ไหน แต่ฉันก็อยู่ข้างคุณไม่ได้อีกแล้ว" (ซาแมนต้า, Her 2013)

มีหลักคำสอนศาสนาพุทธที่ว่า "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" ทุกสิ่งล้วนเป็น "อนิจจัง" ไม่มีอะไรอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย และไม่มีใครเป็นของเราตลอดกาล น่าจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ "Her" พยายามจะบอก แม้แต่ระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ที่ว่าแน่ ยังเปลี่ยนแปลงและผันแปรตามสิ่งที่ได้เรียนรู้ ธีโอดอร์รักกับ "Her" เพราะคิดว่าเธอเข้าใจเขาที่สุดและคงไม่จากไปไหนง่ายๆ ความสามารถจะเลียนแบบความรู้สึกและ "ความเป็นมนุษย์" ทำให้ "Her" ทำหน้าที่แฟนหรือคนรักได้เป็นอย่างดี แต่ธีโอดอร์คงจะลืมไปว่า "มนุษย์" ไม่เคยอยู่นิ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยิ่ง "Her" เหมือนมนุษย์เท่าไหร่ก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามสถานการณ์รอบตัว...ไม่มีข้อยกเว้น

>Trailer 1


จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้