วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลิกโครงการจำนำข้าวเถอะ ชาติเสียหายมากเกินไปแล้ว

เลิกโครงการจำนำข้าวเถอะ ชาติเสียหายมากเกินไปแล้ว

  • Share:

“หน้าเศรษฐกิจไทยรัฐ” รายงานเมื่อสองวันก่อนว่า ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  ได้ทำหนังสือถึง นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  รายงานโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดของรัฐบาล พร้อมเสนอให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ในฐานะ ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ทบทวน ยุติโครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาลต่อไป และขอให้ปิดบัญชีทุกโครงการตั้งแต่ปีการผลิต 47/48เป็นต้นมา ส่งให้ สตง.ตรวจสอบและเผยแพร่แก่สาธารณชน เพราะไม่เคยปิดบัญชีเลย

สตง.ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตั้งแต่ปีการผลิต 54/55 เป็นต้นมาพบว่า มีจุดอ่อน หรือ ความเสี่ยงทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไปจนถึง การระบายข้าว นำไปสู่ การสวมสิทธิจำนำ และ การทุจริตในโครงการ

แปลความกันชัดๆก็คือ โครงการรับจำนำข้าว “เปิดช่องโหว่ให้โกงกินกันได้อย่างสบายทุกขั้นตอน” ก่อให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน เสียหายต่อเกษตรกร เกิดความเสี่ยงทางการคลังของประเทศ และไม่เกิดการพัฒนาการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยกว่าครึ่งประเทศ

จากการติดตามตัวเลขของ สตง. พบว่า โครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ดตันละ 15,000 บาท เพื่อหาเสียงจากชาวนารากหญ้ากว่า 40 ล้านคน ตั้งแต่ปีการผลิต 54/55 จนถึงปีการผลิต 55/56 (ครั้งที่ 1) สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 มีผลขาดทุนไปแล้วเบ็ดเสร็จ 332,372.32 ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าการปิดบัญชีงวด 31 มกราคม 2556 ซึ่งขาดทุน 220,968.78 ล้านบาท ถึง 111,403.54 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มขาดทุนสูงขึ้นอีก

นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนมากจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่ส่งไปถึง นายกฯยิ่งลักษณ์  ยังไม่นับ “ดอกเบี้ย” ที่ต้องจ่ายอีกก้อนโตทุกเดือน หวังว่าท่านคงจะรู้สึกบ้าง

ยอดขาดทุน 3 แสนกว่าล้านบาทที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่ได้นับเงินกู้ก้อนใหม่อีก 130,000 ล้านบาทที่รัฐบาลพยายามจะกู้ เพื่อไปจ่ายหนี้ค่าจำนำข้าวชาวนาที่ติดค้างไว้กว่า 4 เดือนแล้ว ยอดขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งดูจากการเร่งระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจำนวน 8 แสนตัน ก็มีตัวเลขรายงานว่า ขายขาดทุนไปถึงตันละ 13,000 บาท 8 แสนตัน ก็ขาดทุนไปอีกหนึ่งหมื่นกว่าล้านบาท

เมื่อไปดูข้อมูล ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดพบว่า โครงการรับจำนำข้าวและประกันราคาข้าว ของนักการเมืองใน 10 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินภาษีของประชาชนไปแล้วถึง 1.5 ล้านล้านบาท โดย รัฐบาลปัจจุบันใช้เงินสูงสุดประมาณ 780,000 ล้านบาท  แต่ชาวนาก็ไม่ได้รวยขึ้นกลับจนลงด้วยซ้ำ ต้องขับอีแต๋นมาปิดถนนเพื่อทวงเงินค่าข้าวจากรัฐบาล

ดร.อัทธ์ ประเมินว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลปัจจุบันจะขาดทุนสูงถึง 400,000 ล้านบาท  (เมื่อเทียบกับวงเงินที่ใช้ในโครงการ 780,000 ล้านบาท ถือว่าขาดทุนเกินครึ่ง) เพราะโครงการนี้รับซื้อข้าวสูงกว่าราคาตลาดโลก 40-50%

หากพิจารณาในแง่ “คุณภาพข้าว”  เราก็แพ้ พม่า เขมร เวียดนาม ปี 2555 คุณภาพข้าวพม่าก็ดีที่สุด ปี 2556 คุณภาพข้าวกัมพูชาดีที่สุด แม้แต่ข้าวเวียดนามก็ยังมีคุณภาพดีกว่าข้าวไทย แสดงว่า โครงการประชานิยมรับจำนำข้าวทุกเม็ด  ไม่เพียง ทำลายตลาดข้าวไทย ทำลายกลไกการค้าข้าวของไทย แต่ยังได้ ทำลายคุณภาพข้าวของไทย ไปด้วย จนแพ้เพื่อนบ้านทุกประเทศ

ส่วน ต้นทุนการผลิตข้าว ก็แพงกว่าเพื่อนบ้าน เวียดนาม มีต้นทุนการผลิต 4,000 บาทต่อไร่ ได้ผลผลิต 700–800 กก.ต่อไร่ แต่ ชาวนาไทย ยุคนี้มีต้นทุนการผลิต 9,000 บาทต่อไร่ แต่ได้ผลผลิตแค่ 450 กก.ต่อไร่ เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าว

ดร.อัทธ์ ฟันธงว่า ทางที่ดีที่สุดคือรัฐบาลควรยกเลิกโครงการนี้เสีย เปลี่ยนไปช่วยต้นทุนการผลิตของชาวนาแทน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ โครงการประชานิยมโครงการเดียว สร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองและชาวนาได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ นี่ยังไม่ได้พูดถึงการทุจริตโกงกินทุกขั้นตอนอีกนับแสนล้านนะเนี่ย.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้