วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงเลือกตั้งก็เหมือนไม่มี

ถึงเลือกตั้งก็เหมือนไม่มี

โดย
6 ก.พ. 2557 05:00 น.
  • Share:

ถึงแม้จะมีการยิงกันสนั่นกรุงเทพฯ ราวกับสงครามกลางเมืองในตะวันออกกลางก่อนการเลือกตั้งเพียงไม่ถึงวัน และประชาชน ออกมาใช้สิทธิเพียง 20.4 ล้านคน หรือ45.84% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44.6 ล้านคน อีกทั้งยังจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ซ้ำอีกไม่รู้กี่เดือน แต่หลายฝ่ายก็แสดงความชื่นชมยินดี ว่าเป็นการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ แม้จะไม่นับรวมกับ 9 จังหวัดในภาคใต้ ที่ยังจัดการเลือกตั้งไม่ได้รวมทั้งหลายเขตใน กทม.และจังหวัดอื่นๆ ต้องถือว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยที่สุดในรอบหลายสิบปี เพราะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม2550 มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 74.45% และมีผู้ใช้สิทธิ 75.03% ในการเลือกตั้ง 2554

กรุงเทพมหานครอยู่ในกลุ่มที่มี ผู้ใช้สิทธิน้อยสุด เพียง 1.4 ล้านคนจาก4.3 ล้านคน คิดเป็นแค่ 26.18% เปรียบเทียบกับปี 2554 คน กทม.ออกมาใช้สิทธิถึง 71.8%ผลการเลือกตั้งครั้งนี้มีเสียงวิจารณ์ว่า คะแนน นิยมพรรคเพื่อไทยลดลง แม้แต่ในฐานเสียงสำคัญในภาคอีสาน แต่ต้องรอดูผล “โหวตโน” เสียก่อน จึงจะรู้ผลที่ชัดเจน

แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ถึงแม้จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่วิกฤติการเมืองก็ยังไม่จบ ยังอยู่ในทางตันและหาทางออกไม่พบ ประเทศจะต้องอยู่ในสุญญากาศทางการเมือง ไม่มีรัฐสภาและรัฐบาลถาวรอีกไม่รู้กี่เดือน ในขณะที่ภาคธุรกิจกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่าถ้าหกเดือนแรกของปี ความขัดแย้งยังไม่จบ เศรษฐกิจอาจเสียหายถึง 2.4 แสนล้านบาท

จึงมีหลายฝ่ายเสนอให้คู่ขัดแย้ง พูดจากัน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ แต่อาจ มีปัญหาขาดคนกลางที่ทุกฝ่ายยอมรับและ ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ออกแถลงการณ์ เสนอให้จัดตั้งรัฐบาลที่มีคนกลางเป็นนายกรัฐมนตรี และตั้งสมัชชาประชาชน เพื่อปฏิรูปการเมืองหนึ่งปี ส่วน ดร.โคทม  อารียา เสนอให้จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลมาแก้ปัญหา

เนื่องจากสถานการณ์ประเทศอยู่ในภาวะไม่ปกติ การเลือกตั้งทั่วไปก็ไม่ได้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามปกติ ข้อเสนอเพื่อหาทางออกให้ประเทศจึงไม่เป็นไปตามบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามปกติ นักวิชาการบางคนเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา หรือแก้ไขบทเฉพาะกาล บางคนเสนอให้จัด ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ มีทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้  นักวิชาการบางคนมองว่า สะท้อนว่าบ้านเมืองไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ถึงจะมีการเลือกตั้งก็เหมือนไม่มี ไม่สามารถแก้ปัญหาบ้านเมือง จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาพูดจากัน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ โดยยึดเอาผลประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง เอาชาติบ้านเมืองให้รอดก่อน ส่วนประโยชน์ส่วนตนค่อยว่ากันทีหลัง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้