วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับตามัจจุราช ควันไฟป่า (ชมคลิป)

จับตามัจจุราช ควันไฟป่า (ชมคลิป)

  • Share:

เมื่อช่วงปี 2549–2550 เมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีขาว มัวไปทั่วทั้งเมือง  ปรากฏการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกของเมืองเชียงใหม่ และอาจเป็นสัญญาณเตือนของอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป...

เคยมีคนโบราณกล่าวว่า “เมื่อใดที่กลางวันมีแดดส่อง แต่กลับมองไม่เห็นดอยสุเทพ แสดงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเมืองเชียงใหม่ตามมา” เรื่องไม่ดีที่ตามมาติดๆ ในช่วงนั้นก็คือ สภาพอากาศมีคุณภาพต่ำลงมาก คนในเมืองเริ่มป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น จนรัฐบาลประกาศให้พื้นที่ภาคเหนือเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยเฉพาะ 4  จังหวัดที่ถือว่าประสบภาวะมลพิษอย่างรุนแรงคือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้ว ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดในภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นเหมือนแอ่งกระทะ พอเกิดการสะสมของมลพิษที่เกิดจากไฟป่าที่ลุกลามเป็นวงกว้าง ประจวบกับความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม อุณหภูมิและความชื้นจะทำให้เกิดหมอกในตอนเช้า ทันทีที่หยดน้ำในอากาศรวมตัวกับฝุ่นละอองและสารมลพิษในอากาศ จึงเกิด smog (smoke + fog) ขึ้น ทําให้เกิดสภาพฟ้าหลัว เหมือนมีหมอกควันปกคลุมไปทั้งเมือง

 

 

ที่น่ากลัว คือ กลุ่มหมอกควันเหล่านี้มีสภาพเป็นกรด ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอด และยังสามารถกัดกร่อนโลหะ ตลอดจนหินอ่อนได้ ในผู้ป่วยหอบหืดและโรคหัวใจจะมีอาการแย่ขึ้น เมื่อสูดเอากลุ่มควันพวกนี้เข้าไป จะทำให้ปวดศีรษะ มึนงง หายใจลำบาก และยังทำให้ผู้สูดดมเกิดความระคายเคืองที่ปอด ตลอดจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งพืชและสัตว์

นอกจากอากาศเป็นพิษอย่างที่เราเข้าใจกันแล้ว ปัญหาใหญ่ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ก็คือ ชั้นบรรยากาศถูกทำลาย ทำให้รังสี UV-B รังสี UV-A จากดวงอาทิตย์ สามารถผ่านทะลุชั้นบรรยากาศมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รหัสพันธุกรรม หรือ DNA ของมนุษย์ จะถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งผิวหนัง.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้