วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กสอ.ห่วงตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้ากระทบงบหนุนเอสเอ็มอี

กสอ.ห่วงตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้ากระทบงบหนุนเอสเอ็มอี

  • Share:

กสอ. ห่วงเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ หากตั้งรัฐบาลใหม่ช้า การจัดทำงบประมาณประจำปี 58 มีปัญหา ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ กทม.

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 57 นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. กล่าวว่า ช่วงสุญญากาศทางการเมือง หากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายใน 6 เดือนนับจากนี้ จะส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณปี 58 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่ง กสอ.อยู่ระหว่างจัดเตรียมงบประมาณเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอี

ขณะที่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการชุมนุมทางการเมือง ต้องปรับตัวด้วยการลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นลง รวมทั้งลดการสต๊อกสินค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยง ใช้แรงงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ปรับปรุงเครื่องจักร พัฒนาบุคลากรและควรเพิ่มช่องทางการขายสินค้า เช่น ขายทางโทรศัพท์และขายสินค้าแบบออนไลน์มากขึ้น และควรพิจารณาขายตลาดออกไปสู่ประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

ส่วนแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปีนี้ กสอ. ตั้งเป้ายกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของ SME เป็นร้อยละ 40 ของจีดีพี ภายใน 10-15 ปี ระหว่างปี 2557 - 2560 เทียบชั้นญี่ปุ่นและสิงคโปร์ จากปี 2555 ไทยมีสัดส่วนที่ร้อยละ 37 ของจีดีพี หรือมีมูลค่าการส่งออกของ SME ประมาณ 2.04 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 28.82 ของมูลค่าการส่งออกรวมของประเทศ จาก SME จำนวน 2.72 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 80.4 ของการจ้างงานรวมของประเทศ โดยปีนี้ตั้งเป้าพัฒนา SME ในภาพรวม 3,620 กิจการ พัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 28,350 คน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประมาณ 400 ผลิตภัณฑ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และ OTOP ใหัสร้างความเข้มแข็งในการประกอบธุรกิจอย่างบูรณาการ กสอ. จัดเตรียมไว้ 4 ยุทธศาสตร์ คือ สนับสนุนปัจจัยเอื้อต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม, การพัฒนาผู้ประกอบการ SME ทั้งรายใหม่และรายเดิม, การพัฒนาองค์กรธุรกิจให้เข้มแข็งมีศักยภาพ พัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม หรือคลัสเตอร์ และการส่งเสริมศักยภาพเพื่อการแข่งขันในเวทีสากล รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี

สำหรับแผนนโยบายเร่งด่วนส่งเสริมและสนับสนุน SME ในปี 2557 เพื่อรองรับ เออีซี 5 แนวทาง คือ การส่งเสริม SME ของไทยก้าวสู่ซับพลายเชนของอาเซียน ภายใต้งบประมาณ 157 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนาวิสาหกิจ 600 กิจการ ผู้ประกอบการ 12,000 คน ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรุป เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง ยานยนต์และชิ้นส่วน, การเพิ่มผลิตภาพและนวัตกรรมเพื่อการเติบโตของ SME ภายใต้งบประมาณ 307.35 ล้านบาท ตั้งเป้าดำเนินการ 1,025 กิจการ พัฒนาศักยภาพบุคลากร 3,800 คน และพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม 470 กิจการ, การผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแฟชั่นในอาเซียน ภายใต้งบประมาณ 160 ล้านบาท พัฒนากิจการแฟชั่นไทย 225 กิจการ พัฒนาบุคลากรกว่า 2,200 คน ใน 4 ย่านการค้า, การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร ภายใต้งบประมาณ 48.6 ล้านบาท พัฒนาวิสาหกิจ 170 กิจการ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า OTOP ดัวยทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ภายใต้งบประมาณ 105.75 ล้านบาท พัฒนา OTOP จำนวน 400 กิจการ พัฒนาราษฎรตามโครงการพระราชดำริ 1,450 คน และพัฒนาวิสาหกิจชุมนุม 350 กลุ่ม.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้