วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พท.แถลงการณ์ 9 ข้อ ต่อต้านขบวนการทำลายประชาธิปไตย

พท.แถลงการณ์ 9 ข้อ ต่อต้านขบวนการทำลายประชาธิปไตย

  • Share:

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ยก 9 ข้อ อ้าง ขบวนการทำลายประชาธิปไตย และปล้นสิทธิ์ของประชาชน

วันที่ 4 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ ยก 9 ข้อ อ้าง มีขบวนการทำลายประชาธิปไตย และปล้นสิทธิ์ของประชาชน เลือกตั้ง 2 ก.พ.ถูกขัดขวาง

เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ

บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งปรากฏว่าประชาชนทั่วประเทศได้ตื่นตัวในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้  อย่างมากมาย แสดงถึงความหวงแหนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของปวงชนชาวไทยอย่างยิ่ง แต่เป็นที่น่าเสียใจที่ยังมีกระบวนการที่จะทำลายประชาธิปไตย และสิทธิ์ของพี่น้องประชาชนอยู่ พรรคเพื่อไทย จึงขอแถลงต่อพี่น้องประชาชน ดังนี้

1. ขบวนการเพื่อทำลายประชาธิปไตยและปล้นสิทธิ์ของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิ์ที่สำคัญที่สุด คือ สิทธิ์เลือกตั้ง เป็นขบวนการภายใต้แนวคิดเผด็จการ โดยร่วมมือกันหลายฝ่าย ตั้งแต่กลุ่มอนาธิปไตยที่ปิด กทม. ขัดขวางการเลือกตั้ง กลุ่มการเมืองบางส่วนและกลุ่มองค์กรต่างๆ

2. การขับเคลื่อนของขบวนการนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายรัฐบาลและพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งของประชาชน และสถาปนาอำนาจของกลุ่มขบวนการดังกล่าว โดยมีวิธีการอยู่ 2 แนวทาง คือ 1) พยายามให้มีการทำรัฐประหาร  2) พยายามให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ผู้ดำรงตำแหน่งส่วนใหญ่มีความโยงใยอย่างใกล้ชิดกับการรัฐประหารเมื่อ พ.ศ. 2549 ทำลายพรรคเพื่อไทย ด้วยการขัดขวางการทำงานทุกด้าน ตลอดจนหาเหตุทุกวิถีทางที่จะทำให้มีการชี้มูลเรื่องทุจริต หรือ ความไม่ชอบด้วยกฎหมายและนำไปสู่การถอดถอนโดยวุฒิสภา ซึ่งครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง

3. เพื่อให้แนวทางดังกล่าวเป็นไปได้  ขบวนการนี้ต้องการเวลาประมาณ 2-4 เดือน จึงต้องขัดขวางการเลือกตั้งทุกอย่างโดยอ้างเหตุต่างๆ นานาและก่อความไม่สงบ คุกคามรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรธุรกิจและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว เบื่อหน่ายระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งการใช้วิธีการใส่ร้ายป้ายสีทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชนคลางแคลงใจต่อ พรรคเพื่อไทย

4. เมื่อจัดการกับพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลแล้ว หรือคาดการณ์ว่าจะจัดการได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเมื่อใด ก็จะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยหวังว่าจะทำลายพรรคเพื่อไทยจนไม่อาจชนะการเลือกตั้งได้อีกต่อไป

5. อย่างไรก็ตาม ในช่วงการจัดการกับพรรคเพื่อไทยประมาณ 2-4 เดือนนี้ อาจจะมีการใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญและนอกกฎหมายอีกหลายประการ รวมทั้งคงมีความพยายามจะเรียกร้องให้มีการตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

6. ขบวนการทำให้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน ที่ลงคะแนนไปแล้วเป็นโมฆะ จะเกิดจากการไปร้อง ศาลรัฐธรรมนูญตาม ม.68  ดังที่พรรคประชาธิปัตย์และฝ่ายแนวคิดเผด็จการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะอ้างแบบมั่วว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ม.108 คือ ไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เพราะมี 28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัครและอีกหลายหน่วยเลือกตั้ง ประชาชนลงคะแนนไม่ได้  หรืออาจจะไปไกลถึงขั้นที่ว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ที่ 2/2557 เห็นว่าเลื่อนการเลือกตั้งได้ โดยเป็นกรณีที่รัฐบาลและกกต.ต้องไปหารือกันแล้ว แต่กลับยังมีการเลือกตั้งต่อไป ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ขาดความชอบธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นชอบด้วยกฎหมายทุกประการแล้ว ส่วนเขตที่มีปัญหายังเลือกตั้งไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามที่มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว

7. การที่มีการตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาเมื่อ 9 ธ.ค. 2556 เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน และเพื่อให้ประชาชนทำหน้าที่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ม.72 เป็นสิ่งที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 และวันเลือกตั้งนั้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.2557 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งในต่างประเทศ

ส่วนวันที่ 26 ม.ค.2557 เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป หากการจงใจขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มอนาธิปไตย หรือการต้องการเลื่อนการเลือกตั้งอันทำให้ไม่มีผู้สมัครใน 28 เขต ฯลฯ ข้างต้น กลายเป็นปัจจัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ จะเป็นแบบอย่างและบรรทัดฐาน ให้มีการกระทำเช่นนี้ในอนาคต และแม้มีเพียง 1 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร หรือประชาชนลงคะแนนไม่ได้ ประเทศไทยจะไม่มีโอกาสมีการเลือกตั้งทั่วไปได้อีกเลย

8. นอกจากการขับเคลื่อนการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะผ่านศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็อาจจะใช้วิธีการฟ้องศาลปกครองดังที่เคยปฏิบัติมาเมื่อ พ.ศ. 2549  ดังที่รู้จักกันดีในชื่อว่า “ตุลาการภิวัฒน์” ซึ่งยิ่งเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้น ทั้งไม่มีกฎหมายใดรองรับให้ทำเช่นนั้นได้

9. พรรคเพื่อไทย จึงใคร่ขอให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักและติดตามการเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ อย่างต่อเนื่อง และร่วมกันต่อสู้คัดค้านแนวทางเผด็จการที่เป็นการทำลายประชาธิปไตยและปล้นสิทธิของประชาชนอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ยั่งยืนตลอดไป

4 ก.พ.2557

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้