วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใช้สิทธิ45.84% ต่างฝ่ายอ้าง'ชนะ'

ใช้สิทธิ45.84% ต่างฝ่ายอ้าง'ชนะ'

  • Share:

มาร์คชงสอย‘ปู’ พท.ยื่นยุบปชป. กกต.ชี้จัดรอบ2 จะต้องสงบก่อน

กกต.ประกาศตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิอย่างไม่เป็นทางการ 45.84% ไม่ถึงครึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด เล็งปรับกลยุทธ์ใหม่รับศึกเลือกตั้งรอบ 2 “สมชัย” ถอดใจขอสลับเก้าอี้ กกต.ขอไปทำอย่างอื่น ไม่เอาแล้วบริหารจัดการเลือกตั้ง แฉการเมืองบีบให้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน แต่ กกต.ไม่รับมุกมีมติให้ทำหน้าที่เดิมต่อไป “เหลิม” ไล่สอบดะบิ๊ก กทม.เกียร์ว่าง-เลือกข้างม็อบ ขู่ใครขวางเลือกตั้งเตรียมตัวติดคุก “เพื่อไทย” โวกวาด ส.ส.มาตุนแล้ว 300 ที่นั่ง ปชป.-พท. เปิดฉากยื่นยุบพรรคเช็กบิลกันนัว “มาร์ค” ชงสอย “ปู” ดิ้นจัด ลต.สูญเงินเปล่าเข้าข่ายขัด รธน. มาตรา 68 ปชป.รบเร้า กกต.ทุบโต๊ะสั่งเลือกตั้งเป็นโมฆะอย่าเกรงใจรัฐบาล นิด้าชงสูตร รบ.กลาง ตั้ง ครม.จากซี 11 ดันแก้ รธน.ตั้งสมัชชาปฏิรูป 1 ปีเสร็จ

จากกรณีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่เต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรค หลายจังหวัดจัดการเลือกตั้งไม่ได้และหลายจังหวัดจัดการเลือกตั้งได้แต่ไม่ครบทุกเขต ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงต้องวางแนวทางแก้ไขในจังหวัดและเขตเลือกตั้งที่ยังเป็นปัญหาอยู่เพื่อให้เข้าเกณฑ์ได้ ส.ส.เกิน 95% เพื่อเปิดประชุมสภาฯ

“สมชัย” ถอดใจขอสลับหน้าที่ กกต.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ตึกโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยก่อนการประชุม กกต.ว่า ในวันนี้จะเรียนต่อ กกต. ถึงการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จในเชิงประสิทธิผลเนื่องจากมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 1 หมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ดังนั้น จะขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอเปลี่ยนตำแหน่งบริหารจัดการเลือกตั้งโดยให้ กกต.ท่านอื่นมาทำหน้าที่แทน ซึ่งไม่ใช่การโยนภาระและไม่ได้ถูกกดดัน ส่วน กกต. 5 คนจะคิดอย่างไรต้องรอฟัง

แฉการเมืองบีบให้จัด ลต.ใหม่ใน 7 วัน

นายสมชัยกล่าวว่า ประเมินเบื้องต้นมีคนมาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถบอกจำนวนบัตรดี บัตรเสียได้ สำหรับตัวเลขผู้มาใช้สิทธิที่ชัดเจนต้องรอจากเลขาธิการ กกต. ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ เมื่อถามถึงการกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่สั่งงดลงคะแนน นายสมชัยกล่าวว่า มีประเด็นจากฝ่ายการเมืองต้องการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน กกต.เข้าใจความประสงค์ที่อยากกลับมาเป็นรัฐบาลโดยเร็ว ทำให้ฐานะการเป็นรัฐบาลรักษาการสิ้นสุดลง กลายเป็นรัฐบาลตัวจริง แต่ กกต.ไม่สามารถตอบสนองความต้องการฝ่ายการเมืองได้ เพราะต้องดูหลักกฎหมายที่มีอยู่และตัดสินใจภายใต้หลักของกฎหมาย ดังนั้น โจทย์ใหญ่ที่ฝ่ายการเมืองต้องตอบ กกต.คือเหตุการณ์ไม่สงบต่างๆ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ถ้าสิ้นสุดลง กกต.จะจัดการเลือกตั้งหลังจากนั้น 7 วัน

กกต.เผยผู้ใช้สิทธิไม่ทางการ 45.84%

จากนั้น เมื่อเวลา 12.30 น. นายภุชงค์ นุตรวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังการประชุม กกต. ว่า กกต.ได้รับทราบถึงการรายงานผลของการใช้สิทธิการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อย่างไม่เป็นทางการเนื่องจากเป็นการรายงานผลจาก ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดทางโทรศัพท์ ซึ่งผลอย่างเป็นทางการจะทราบในวันที่ 4 ก.พ. โดย ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดจะมาประชุมที่พัทยา เพื่อรายงานผลอย่างเป็นทางการให้ทราบ ทั้งนี้ ผลการรายงานทางโทรศัพท์ปรากฏดังนี้ว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 2 ก.พ.มีทั้งหมด 44,649,742 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20,468,646 คน คิดเป็นร้อยละ 45.84 สำหรับจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด คือ จ.ลำพูน มีผู้มาใช้สิทธิ 241,209 คน หรือร้อยละ 72.80 รองลงมา จ.หนองบัวลำภู มีผู้มาใช้สิทธิ 277,018 คน หรือร้อยละ 72.50 จ.บึงกาฬมีผู้มาใช้สิทธิ 213,627 คน  หรือร้อยละ  70.00  ทั้งนี้  ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจะสมบูรณ์หลังวันที่ 23 ก.พ.

เล็งปรับกลยุทธ์จัด ลต.รอบสอง

นายภุชงค์กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 ก.พ. หรือไม่จะมีการพิจารณาในวันที่ 4 ก.พ.อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากจะมี ผอ.การเลือกตั้ง ทั้ง 77 จังหวัด มารายงานข้อมูลในภาคสนามให้ กกต. ทั้ง 5 คน ได้รับทราบและ กกต.จะต้องมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาในการจัดการเลือกตั้งก็ต้องมีความชัดเจนในเร็ววัน เพราะว่าขณะนี้ทุกคนก็รอผลการเลือกตั้งอยู่และ กกต.ก็ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ต้องดูสถานการณ์ว่าจะลดลงมากน้อยเพียงใด สามารถดำเนินการได้หรือไม่  ถ้าหากดำเนินการไปแล้วจะมีปัญหาเหมือนวันที่ 26 ม.ค.และวันที่ 2 ก.พ.จะต้องปรับแก้ไขอย่างไร ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง บุคลากร ซึ่งเหมือนกับเป็นการจัดการเลือกตั้งครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

งบฯยังพอมีเจียดมาเลือกตั้งใหม่ได้

เมื่อถามถึงเรื่องงบประมาณการจัดการเลือกตั้ง นายภุชงค์กล่าวว่า ขณะนี้งบประมาณที่จะใช้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป  กกต.ยังมีงบประมาณพอเหลืออยู่ ยังไม่ต้องของบประมาณจากทางรัฐบาลเพิ่มเพราะการจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ การจ้างกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต กกต.จะจ่ายเป็นรายวัน ไม่ได้จ่ายเป็นรายเดือนเหมือนการจัดการเลือกตั้งก่อนหน้านี้

มติ กกต.ไม่รับมุก “สมชัย” ขอสลับงาน

นายภุชงค์กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้รายงานต่อที่ประชุม กกต. ถึงส่วนที่จะต้องรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง หลังมีหน่วยเลือกตั้ง 1 หมื่นกว่าหน่วยที่ปิดการลงคะแนน โดยขอสับเปลี่ยนการทำงานว่า ประธาน กกต.และ กกต.พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสมชัย เป็นไปด้วยความรับผิดชอบสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพดีแล้ว ก็ขอให้นายสมชัยได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

เลือก ส.ว.30 มี.ค.–เปิดรับสมัครต้นเดือน

นายภุชงค์กล่าวด้วยว่า ได้เตรียมการเลือกตั้ง ส.ว.ทั่วประเทศเอาไว้แล้ว คาดว่าจะจัดการเลือกตั้งได้ในวันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค.โดยน่าจะเปิดรับสมัครได้ในวันที่ 4-8 มี.ค. ส่วนงบประมาณคาดว่าจะใช้กว่า 3,000 ล้านบาท

นายสมศักดิ์ สุริยมงคล รองเลขาธิการ กกต.  กล่าวว่า คาดว่าจะนำเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ว.ให้ กกต.พิจารณาได้ในวันที่ 6 ก.พ.

คนกรุงมาหย่อนบัตรแค่ 26.18%

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานผลสรุปการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯแบ่งการเลือกตั้งเป็น 33 เขตเลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตั้ง 6,671 หน่วย จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,369,120 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,143,667 คน คิดเป็นร้อยละ 26.18 สำหรับผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 3,225,453 คน คิดเป็นร้อยละ 73.82 ส่วนสำนักงานเขตที่ไม่มีปัญหาในการใช้สิทธิเลือกตั้งมี 35 เขต และมี
สำนักงานเขตที่ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ทั้งเขตรวม 3 เขตคือ หลักสี่ ดินแดง และราชเทวีส่วนอีก 12 เขต ปิดหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง ได้แก่ ปทุมวัน บางรัก วัฒนา พญาไท ห้วยขวาง บางเขน บึงกุ่ม สวนหลวง จอมทอง บางขุนเทียน บางกะปิ และบางแค

“สมชัย” เข้าให้ข้อมูลเลือกตั้ง ศรส.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางมาร่วมประชุมกับ ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.เป็นประธานและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่า มีการพูดคุยแสดงความคิดเห็นโดยนายสมชัยได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อ ศรส.และจะนำไปปฏิบัติ ส่วนเรื่องการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ศรส.จะไม่กดดัน กกต.ให้เป็นดุลพินิจของ กกต.โดย ศรส.ยินดีสนับสนุนสิ่งที่ร้องขอ

จูบปาก “เหลิม” ชักภาพโชว์สื่อชื่นมื่น

นายสมชัยกล่าวว่า การมาพบ ศรส.เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกัน มีการพูดถึงปัญหาในอดีต บางครั้งขาดการประสานงานโดยตรง นำเสนอผ่านสื่อ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน เมื่อพูดคุยกันแล้วเชื่อว่าการทำงานร่วมกันในอนาคตจะราบรื่น จากนี้ ศรส.จะไม่มีหนังสืออย่างเป็นทางการถึง กกต.ในเชิงให้ทำนู่น ทำนี่ ไม่เช่นนั้นจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่า กกต.ไม่เป็นอิสระ หรืออยู่ภายใต้การสั่งการของ ศรส.ซึ่งเสียหายต่อประเทศไทย ตอนนี้เข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว ดีใจที่ ผอ.ศรส.เข้าใจปัญหาและรับปากว่าจะคุยกันให้มากขึ้น ชมเชยศรส.รัฐบาล ทหาร ตำรวจที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทำให้การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ถือเป็นความโชคดีของแผ่นดินที่ทำให้ไม่เกิดความวุ่นวาย เพราะหากเกิดขึ้นยังไม่รู้ว่าหน้าตาการเมืองไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจบการแถลงข่าว ร.ต.อ.เฉลิมได้ขอให้ทุกคนที่อยู่ในห้องปรบมือให้กำลังใจนายสมชัย และขออย่าเปลี่ยนหน้าที่เพราะตอนนี้รู้วิธี รู้ทางหนีทีไล่ รู้ข้อบกพร่อง ซึ่งบรรยากาศหารือเป็นไปด้วยดี จากนั้นทั้งสองคนได้จับมือกันให้สื่อถ่ายภาพ

“เฉลิม” ไล่สอบดะบิ๊ก กทม.เลือกข้าง

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวถึงหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่สามารถลงคะแนนได้ว่า ตามมาตรา 78 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ระบุให้ กกต.จัดวันลงคะแนนใหม่ให้ครบตามจำนวน โดยกำหนดเวลาไว้ 180 วัน นับจากวันที่ 3 ก.พ.เป็นต้นไป ส่วนเจ้าหน้าที่ กทม.หลายคนมาเล่าให้ฟังว่า บางคนมีพฤติกรรมฉ้อฉล และมีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะมีหนังสือเรียกมาสอบ หากข้าราชการระดับ 10 จะส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ข้าราชการระดับ 9 ลงมาจะส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จะดำเนินคดีให้หมดทุกคน

ขู่พวกขวางเลือกตั้งเตรียมติดคุก

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่หน้าไปรษณีย์ จ.ชุมพร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เตรียมติดคุก เพราะขัดขวางการเลือกตั้ง หาก กกต.คิดว่า ศรส.จะอำนวยความสะดวกได้ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องบางเขตที่มีการปิดกั้นก่อน ถ้า กกต.ขอมาตนจะนำกำลังตำรวจไปไว้ล่วงหน้า 7 วัน จากนี้ต่อไปจะใช้กฎหมายเข้มงวด ตอนนี้เรารู้เรื่องข้อบกพร่องหมดแล้ว

เชื่อ “ปู” สู้ไม่ถอยรั้งนายกฯอีกสมัย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยังยืนในตัวเลขที่ประเมินไว้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 265-280 ที่นั่ง ส่วนที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิน้อยเนื่องจากบัตรประชาชนถูกเก็บไว้และโหวตโนมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถมองเห็นอนาคตผู้ที่จะเป็นนายกฯคนใหม่ของพรรคเพื่อไทยหรือยัง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ใครก็ได้ แต่ไม่ใช่ผม” เมื่อถามย้ำว่า เหตุใดจึงไม่ระบุว่าเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “นายกฯ ท่านรำคาญพวกประท้วง ด่าท่านทุกคืน หยาบๆคายๆ ไม่มีมารยาท แต่ไม่คิดว่าท่านจะถอดใจ และขอเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯคนต่อไป ถ้าผมพูดเร็วนายสุเทพก็ด่าว่ากลัวตกขบวน” เมื่อถามว่า ท่านพร้อมจะเป็นรัฐมนตรีอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “ก็พร้อม เพราะตอนนี้ยังฟิต ตอนนั้นที่บอกว่าจะเลิกแล้วเพราะตอนแรกคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ 4 ปี”

พท.โวกวาดทะลุเป้า 300 ที่นั่ง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผอ.เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการประเมินการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า หลังจากผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้สังเกตการณ์การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ แล้วรายงานผลมายังพรรค ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.แบบเขต 240 ที่นั่ง บวกลบ 10 ที่นั่ง ส่วนที่นั่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อคาดการว่าน่าจะได้ 60 ที่นั่งขึ้นไป ส่วนการเดินหน้าหาเสียงในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหา ก็ต้องหาเสียงต่อไป

เย้ยคนเอาเลือกตั้งไม่เอาเทือกตั้ง

ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ขอชื่นชมประชาชนที่รักประชาธิปไตยที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้ กปปส.จะขัดขวางการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าคนเอาเลือกตั้งไม่เอาเทือกตั้ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ควรละอายที่บอยคอตการเลือกตั้งในครั้งนี้ และขอร้องว่าอย่าไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะกปปส.ซึ่งแกนนำส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ที่พยายามสร้างเงื่อนไขต่างๆให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ โลกรู้แล้วว่าประเทศไทยมีขบวนการฟาสซิสต์

ปูด “ทักษิณ” ปลื้มเรตติ้งไม่ตก

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความเห็นกับการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.อย่างไร นายนพดลตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณพอใจที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ก็ไม่สามารถที่จะอ้างได้เลยว่าคนออกมาใช้สิทธิ์น้อย แม้ว่าผู้ออกมาใช้สิทธิ์ครั้งนี้จะน้อยกว่าเมื่อปี 54 เล็กน้อยแต่ก็เป็นเพราะมีการขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นว่าประชาชนยังสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง

นายนพดลกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความต้องการเป็นประธานาธิบดีว่า ไม่เป็นความจริงและถือเป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก เพราะการกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวเสมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณจงรักภักดีสถาบันเป็นอย่างยิ่ง ขอบอกนายสุเทพว่าอย่าย่ามใจไป แม้ศาลเคยยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทในเรื่องดังกล่าวไปครั้งหนึ่งแล้ว เรื่องนี้จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายสุเทพอีก เมื่อองค์คณะผู้พิพากษา หรือศาล เป็นคนละศาลกันคำตัดสินอาจจะไม่ออกมาเหมือนเดิมก็ได้

ยื่น กกต.เช็กบิล “สุเทพ” ขวาง ลต.

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่อาคารโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กับพวก 9 คน ที่ได้ร่วมกันกระทำการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่ขัดขวางการเลือกตั้ง กีดกันไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิได้ ถือเป็นการกระทำมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. รวมทั้งขอให้ดำเนินคดีทางแพ่งในกรณีที่กลุ่ม  กปปส.ได้เข้าไปบุกยึดโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้งทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหาย โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยได้รวบรวมข้อเท็จจริงของนายสุเทพและพวก กระทำการที่เข้าข่ายการขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้นให้ กกต.เร่งดำเนินคดีเอาผิดนายสุเทพกับพวกโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขัดขวางการลงคะแนนของการเลือกตั้งล่วงหน้ารอบ 2 ในวันที่ 23 ก.พ.

ชงยุบ ปชป.หนุนหลังม็อบชัตดาวน์

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 5 ก.พ.จะยื่นเรื่องต่อประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพบว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการกระทำที่ขัดต่อ  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และมีลักษณะเป็นการสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มกปปส. โดยมีความพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย

“เติ้ง” เป่านกหวีดเรียกประชุมพรรค

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ทิศทางที่คุยกันมาตลอดคือเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยที่ควรจะทำให้เป็นกิจจะลักษณะ เชิญทุกฝ่ายแต่อย่าให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม เพราะความน่าเชื่อถือของนักการเมืองถูกปฏิเสธ คนนอกวงการเมืองมองได้ชัดเจนกว่า ส่วน กกต.ก็ต้องจัดเลือกตั้งในส่วนที่ขาด เดือน มี.ค.ก็จะเลือกตั้ง ส.ว. จากนั้นสภาก็ครบถ้วน การปฏิรูปภาคประชาชนก็ทำไป จะต้องแก้รัฐธรรมนูญก็ว่ากันมา หลังจากนั้นค่อยยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ จึงจะเริ่มต้นประเทศกันใหม่ได้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันอังคารที่ 4 ก.พ. เวลา 12.00 น. นายบรรหาร ศิลปอาชาประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เรียกแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ศรส.สั่งเด็ดปีกคนฝ่าฝืน ก.ม.เลือกตั้ง

ที่ บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศรส.พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายธาริตกล่าวว่า ศรส.มีความจำเป็นต้องสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือได้ถ่ายภาพไว้ได้ กรุณาแจ้งความร้องทุกข์หรือส่งมอบหลักฐานได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะแกนนำ กปปส.นั้นจะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป เพื่อป้องกันมิให้มีการกระผิดซ้ำขึ้นอีกในการเลือกตั้งที่จะมีต่อไป นอกจากนี้ ศรส.ได้สรุปสาเหตุขัดข้องที่ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในบางเขตเลือกตั้งคือกลุ่มก่อความไม่สงบ 5 ข้อคือ 1. กปปส.ข่มขู่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2.ปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่  3. ปิดล้อมสำนักงานไปรษณีย์ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเขตใน กทม. 4.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบางแห่งไม่มาปฏิบัติหน้าที่และลาออก 5.กลุ่มก่อความไม่สงบขัดขวางปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งบางแห่ง

“มาร์ค” ชงสอย “ปู” ดิ้นรนจัด ลต.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยัน 2 ก.พ.เป็นการเลือกตั้งที่เปล่าประโยชน์ในทางกฎหมาย เสียดายที่นายกรัฐมนตรีใช้เงิน 3,800 กว่าล้านบาทเดินหน้าจัดการเลือกตั้งโดยที่ไม่มีทางออก ซ้ำทำให้เกิดข้อขัดแย้งมากมาย ซึ่งทราบว่า ใน 1-2 วันนี้นายกรัฐมนตรีและ กกต.ก็ต้องคุยกันอีก เท่ากับทุกอย่างก็จะกลับมาจุดเดิมเหมือนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทั้งที่หลายฝ่ายคือทั้ง กกต.และศาลรัฐธรรมนูญได้เคยเตือนไว้แล้วว่าจะมีปัญหา จึงกลายเป็นการเสียงบประมาณ เสียเวลาและเสียโอกาส ดังนั้น ในวันที่ 4 ก.พ. พรรคจะไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ดึงดันเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ โดยมิชอบตามรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะยื่นถอดถอนต่อกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 ด้วย ซึ่งมั่นใจมาก เพราะทั้ง กกต.และศาลเองก็เคยมีคำเตือนและแนะนำทางออกแล้ว แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการ

เตือนมัวยื้อเวลาอำนาจจะหลุดลอย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายหาทางออกให้กับประเทศ เพราะเป็นคนตัดสินใจเดินหน้าเลือกตั้ง ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้ง และคนที่ควรถอยออกมาคนแรกคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วหาสภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกคนพร้อมจะไปเลือกตั้ง และมั่นใจว่าจะมีการปฏิรูปได้ แต่เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคคือ การทำหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียเองที่เป็นคนปิดโอกาสเดินหน้าของชาติ แต่ไม่คาดหวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะตัดสินใจอะไร และพยายามจะยื้อเวลาไว้อีกแค่ไหน ซึ่งในที่สุดจะยิ่งมีปัญหาข้อกฎหมาย และเชื่อว่าหากรัฐบาลยังเดินหน้าไปเช่นนี้ก็จะรักษาอำนาจไว้ไม่ได้

ปชป.รบเร้า กกต.ทุบโต๊ะ ลต.โมฆะ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นความต้องการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อประทับความชอบธรรม แต่กลับเพิ่มปัญหาใหม่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ สำเร็จจากที่คาดหวังไว้ ดังนั้น รัฐบาลจึงกดดัน กกต.ให้ต้องจัดเลือกตั้งไปเรื่อยๆ แม้แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 ก.พ. ซึ่ง กกต.ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะจัดให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ล้วนเป็นความผิดปกติของการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ทั้งสิ้น ซ้ำยังส่อว่าจะเป็นโมฆะซึ่งมีปัญหาว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงทำประเทศอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมือง 3 สัปดาห์จากนี้ไป กกต.ต้องกล้าหาญในการทำหน้าที่ จึงเรียกร้องให้ กกต.วินิจฉัยหาทางออกที่ถูกต้องบนผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยไม่ต้องเกรงใจรัฐบาลโดยยึดหลักข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นหลัก

งัดตัวเลขผู้ใช้สิทธิซัด พท.เสื่อม

นายชวนนท์กล่าวต่อว่า จากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. พบว่ารัฐบาลบิดเบือนตัวเลขประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยนำตัวเลขของหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดหีบได้มาอ้างว่า มีผู้ไปใช้สิทธิ 89% ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีผู้ใช้สิทธิมีน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับสถิติจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 47 ล้านเสียงออกมาใช้สิทธิ 35.2 ล้านเสียง คิดเป็น 75.03% แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20.05 ล้านเสียง คิดเป็น 50.92% เท่ากับมีคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้น้อยลงไปจำนวน 15,169,040 เสียงที่เลือกโหวตโน ส่วนผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งราว 20 ล้านเสียง ถ้าหากผู้ที่ใช้สิทธิในจำนวนดังกล่าวโหวตโนเพียง 3 ล้านเสียง พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครในครั้งนี้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในทันที จึงเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนอีกต่อไปแล้ว

ปชป.ยุบพรรค–ตัดสิทธิ์บอร์ด พท.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังการหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคว่า เราเห็นว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ พร้อมทั้งยื่นยุบพรรคเพื่อไทยและขอให้ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยและให้ใบแดง 18 รัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ ในกรณีโมฆะเนื่องจาก ม. 108 ของรัฐธรรมนูญระบุว่า การเลือกตั้งต้องจัดให้มีขึ้นทั่วประเทศ ส่วนกรณีเลือกตั้งล่วงหน้าต้องจัดก่อนหรืออย่างช้าในวันเลือกตั้งทั่วไป เพราะ ม. 102 บังคับว่า คะแนนเลือกตั้งจะมาถึงหน่วยก่อน แปลว่า คะแนนล่วงหน้านอกเขต ต้องมาถึงหน่วยก่อนเวลา 15.00 น. ถ้าหากมาถึงช้าแปลว่า คะแนนเป็นโมฆะ ถึงสองล้านคะแนน ตรงนี้ทำให้ประชาชนตั้งใจจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต กลายเป็นเลือกตั้งล่วงหลังนอกเขต มีคะแนนเป็นโมฆะ สำหรับกรณียุบพรรคตัดสิทธิ กก.บห.เพราะมีการตั้งใจประกาศเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นชาวนาที่จะมาชุมนุม และสกัดสื่อมวลชนไม่ให้เสนอข่าวด้านลบต่อรัฐบาล ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง มีโทษถึงยุบพรรคตาม ม.237 ของรัฐธรรมนูญ โดยจะไปยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขัด ม. 68 ในเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ก.พ.

พท.ขึ้นนำยกแผงอุดรฯ ทั้งจังหวัด

สำหรับผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขตในต่างจังหวัดมีผู้สมัครได้คะแนนสูงสุดดังนี้ จ.อุดรธานี ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำอันดับ 1 ทุกเขตรวม 9 เขต คือเขต 1 นายศราวุธ เพชรพนมพร เขต 2 พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ เขต 3 นายอนันต์ ศรีพันธุ์ เขต 4 นายขจิต ชัยนิคม เขต 5 นายทองดี มนิสสาร เขต 6 นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ เขต 7 นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น เขต 8 นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายศรีงาม และเขต 9 นางเทียบจุฑา ขาวขำ ทั้งนี้จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหมด 1,169,246 คน มาใช้สิทธิ์ 637,438 คน คิดเป็นร้อยละ 54.52 บัตรดี 530,686 คิดเป็นร้อยละ 83.25 บัตรเสียรวม 53,087 คิดเป็นร้อยละ 8.33 ไม่ประสงค์ลงคะแนนรวม 53,661 คิดเป็นร้อยละ 10.11

หนองบัวฯ–ขอนแก่นกวาดเรียบ

จ.อุบลราชธานี มีผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งหมด 708,128 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งสิ้น 1,360,684 คน คิดเป็นร้อยละ 52.04 ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยคะแนนสูงสุด 9 เขต และพรรคชาติไทยพัฒนา 2 เขต คือเขต 1 นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ พรรคเพื่อไทย เขต 2 นายสมบัติ รัตโน พรรคเพื่อไทย เขต 3 นายณรงค์ชัย วีรกุล พรรคเพื่อไทย เขต 4 นายสุพล ฟองงาม พรรคเพื่อไทย เขต 5 นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ พรรคชาติไทยพัฒนา เขต 6 นายพิสิษฐ์ สันตพันธ์ พรรคเพื่อไทย เขต 7 นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย เขต 8 นายณรงค์ศักดิ์ โกศัลวัตร พรรคเพื่อไทย เขต 9 นายปัญญา จินตะเวช พรรคเพื่อไทย เขต 10 นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย และเขต 11 นายตุ่น จินตะเวช พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วน จ.หนองบัวลำภู ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยคะแนนนำทั้ง 3 เขต คือเขต 1 นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ เขต 2 นายไชยา พรหมมา และเขต 3 นายวิชัย สามิตร

ขณะทีี่ จ.ขอนแก่น ผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการปรากฏว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยกวาดเรียบทั้ง 9 เขต เขต 1 นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร เขต 2 นายภูมิ สาระผล เขต 3 นายจตุพร เจริญเชื้อ เขต 4 นางมุกดา พงษ์สมบัติ เขต 5 นายสุชาย ศรีสุรพล เขต 6 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เขต 7 นายนวัธ เตาะเจริญสุข เขต 8 นางดวงแข อรรณนพพร เขต 9 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เขต 10 นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย

ช้างล้มที่โคราช–“สุนารี” วืด ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการใน 15 เขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา โดยศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สรุปการประเมินผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งไป 10 เขตเลือกตั้ง โดยมี ส.ส.หน้าใหม่ ทายาทนักการเมืองอย่างนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ขณะที่ทายาทนักธุรกิจเจ้าของโรงแป้งมันรายใหญ่นายกฤษฎิ์หิรัญ หวังศุภกิจโกศล พลิกเอาชนะนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.หลายสมัย พรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ น้องชาย สุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน ก็แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน

ส่วนพรรคชาติพัฒนาชนะ 4 เขตเลือกตั้ง ได้ ส.ส.เพิ่มจากเดิม 1 ที่นั่ง จากนายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ในเขตเลือกตั้งที่ 12 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ 1 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับนางสุนารี ราชสีมา ที่ลงสมัครใน นามพรรคชาติพัฒนาไม่ได้รับการเลือกตั้งเช่นกัน

“เด็กเติ้ง” เบียดมาได้ 1 ที่กาฬสินธุ์

ผู้สื่อข่าวรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ แบบแบ่งเขตที่ จ.กาฬสินธุ์ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยเจ้าของพื้นที่เดิมทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง รักษาเก้าอี้ได้ 5 ที่นั่งในเขต 1 นางบุญรื่น ศรีธเรศ เขต 2 นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ เขต 3 นางสาวภัทรวดี ไชยศิวามงคล เขต 4 นายพีระเพชร ศิริกุล เขต 6 นายประเสริฐ บุญเรือง ขณะที่เขต 5 นายชานุวัฒน์ วรามิตร จากพรรคชาติไทยพัฒนา

ที่เชียงรายโหวตโน–บัตรเสียอื้อซ่า

จ.เชียงราย พรรคเพื่อไทยชนะฉิวทั้ง 7 เขต มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 518,851 คน นับเป็น 57.52 เปอร์เซ็นต์ ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 92,303 ใบ บัตรเสีย 81,257

นางพิมประไพ ดิชวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน กล่าวว่า สรุปผลการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 74.51 บัตรดี 76,024 บัตร บัตรเสีย 15,646 บัตร บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 30,894 บัตร เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้มาใช้สิทธิ 118,645 คน คิดเป็นร้อยละ 72.27 บัตรดี 62,885 บัตร บัตรเสีย 26,004 บัตร บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 29,756 บัตร

ที่ จ.เพชรบูรณ์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยครบทุกเขต ประกอบด้วย เขต 1 นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี เขต 2 นายจักรัตน์ พั้วช่วย เขต 3 นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เขต 4 นางสาววันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เขต 5 นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เขต 6 นายเอี่ยม ทองใจสด

รอยเตอร์ให้ลุ้น ลต.โมฆะ–มี รบ.กลาง

นายมาร์ติน เพ็ตตี้ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานบทวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งของไทย ข้อแรกคือการเลือกตั้งเป็นโมฆะและจัดเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นถ้ามีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไปโดยไร้อำนาจตัดสินใจเรื่องสำคัญ ข้อที่สองคือพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง แต่ไม่น่ามี ส.ส.ครบองค์ประชุมรัฐสภา เพราะหลายเขตเลือกตั้งไม่ได้และไม่แน่ว่าเลือกตั้งซ่อมจะมีขึ้นได้หรือไม่ ข้อที่สามคือการเลือกตั้งได้ ส.ส.ครบองค์ประชุมสภาและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกฯอีกสมัย แต่ก็ยังเผชิญปัญหาทางกฎหมายอยู่ ข้อที่สี่คือพรรคเพื่อไทยอาจถูกรัฐประหารโดยกระบวนการยุติธรรมจากหลายข้อหาที่เกี่ยวข้องการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนข้อที่ห้าคืออาจเกิดเหตุรุนแรงจนกองทัพเข้าแทรก แซงและข้อสุดท้ายคือมีการเจรจาและตั้งรัฐบาลชั่วคราวชุดใหม่ ซึ่งข้อนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ แต่อาจให้ผู้พิพากษาระดับสูงหรือวุฒิสภา เป็นฝ่ายตั้งรัฐบาลรักษาการไปจนกว่ามีเลือกตั้งและเริ่มการปฏิรูปการเมืองตามที่กลุ่ม
ผู้ประท้วงเรียกร้อง

นิด้าดันสูตร รบ.กลาง–ครม.ซี 11

ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า จัดแถลงข่าวเรื่อง “นิด้า ผ่าทางตัน วิกฤติประเทศไทยหลังเลือกตั้ง” โดยนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ นิด้า ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเสนอของนิด้าทางออกจากวิกฤติของประเทศ ว่า คณาจารย์นิด้าเห็นว่า 1.ควรมีรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปประเทศที่เป็นคนกลางเข้ามาทำหน้าที่ 2.รัฐบาลเพื่อการปฏิรูปประเทศประกอบไปด้วยนายกรัฐมนตรีที่สังคมยอมรับและให้ปลัดกระทรวงแต่ละกระทรวง หรือบุคคลอื่นที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ซึ่งกระบวนการในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมาจากวุฒิสภา โดยรองประธานวุฒิสภาเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อพระมหากษัตริย์ และเมื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อปลัดกระทรวงหรือบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนั้นๆเพื่อรับผิดชอบในการ บริหารราชการแผ่นดินเพื่อการปฏิรูปประเทศต่อไป 3.แก้ไขปัญหาชาวนาเป็นการเร่งด่วน 4.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปประเทศ มีสมัชชาประชาชนปฏิรูปประเทศใช้เวลา 1 ปี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้