วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหลิมลั่นขวางจับ 6ก.พ.ลุย เปิดพื้นที่ราชการ

เหลิมลั่นขวางจับ 6ก.พ.ลุย เปิดพื้นที่ราชการ

  • Share:

4ก.พ.ตัดโซ่กรมป่าไม้-แรงงาน กปปส.บุกล้อม‘สนง.ปลัดกห.’ ‘เทือก’ประกาศไม่เลิกล่านายกฯ

“เฉลิม อยู่บำรุง” กร้าวยึดกฎเหล็ก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ขอเปิดพื้นที่ราชการให้ได้ ลั่นใครขวางต้องเจอจับกุมแน่ ก่อนดีเดย์ 4 ก.พ. กระทรวงแรงงานนำร่องเปิดประตูรับข้าราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก ด้านกรมอุทยาน-กรมป่าไม้ได้ไฟเขียวจาก ศรส.พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตัดโซ่เปิดประตูต้อนรับข้าราชการเข้าทำงานตามปกติ “พุทธอิสระ” ยอมเปิดให้ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมเข้าทำงานได้ ยกเว้นดีเอสไอ ขณะที่ ผบ.ตร.ส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรุดตรวจพื้นที่ปะทะแยกหลักสี่ ผงะเจอปลอกกระสุนปืนอื้อ ชี้ทิศทางยิงจากทั้งสองกลุ่ม ด้านแกนนำ กปปส.ไม่เลิกไล่บี้นายกฯบุกล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วัน เพราะขาดความชอบธรรม “สุเทพ เทือกสุบรรณ” นำขบวนผู้ชุมนุมจากแยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ฯรวมเวทีแยกศาลาแดง เพราะกลัวผู้ชุมนุมไม่ปลอดภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปเหตุการณ์ปะทะเดือดยิงสนั่นกลางแยกหลักสี่ พร้อมเตรียมจับกุมมือปืนหลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจพบปลอกกระสุนอาก้า-คาร์บิ้น เกลื่อนถนน ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุม กปปส.ยังตามล่า “นายกฯรัฐมนตรี” ไม่เลิก ล่าสุดนำมวลชนบุกล้อมสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

“อดุลย์” ตั้งทีมสืบเหตุปะทะหลักสี่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่ประชุม ศปก.ศรส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานสรุปสถานการณ์ชุมนุมประท้วงของ กปปส.และการเลือกตั้งทั่วไป พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า สรุปภาพรวมมีการเลือกตั้ง 89 เปอร์เซ็นต์ของหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ การชุมนุมมีการยุบเวทีมารวมกัน แนวโน้มมีการชุมนุมต่อไป มีการจัดเลือกตั้งส่วนที่เหลือ การประท้วงของชาวนา การเผชิญหน้าระหว่างมวลชน อาจมีเหตุแทรกซ้อนเกิดขึ้น ให้เตรียมเลือกตั้งในพื้นที่ที่เหลือ ได้แก่ บช.น. บช.ภ.8 บช.ภ.9 ศชต. คดีสำคัญ คดีขัดขวางการเลือกตั้ง ฝ่าย ก.ม. และสอบสวนเร่งรัดให้เกิดผลทางคดี รวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับ คดีที่มีการปะทะของกลุ่มมวลชนที่แยกหลักสี่ได้ ให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงลึกรายละเอียดความคืบหน้าการสอบสวนพิสูจน์ทราบ โดยจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เพื่อให้โปร่งใสและเป็นธรรมทุกฝ่าย

วอนแกนนำมอบคืนพื้นที่ราชการ

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ได้กำชับให้ประสานแกนนำเพื่อดำเนินการขอคืนพื้นที่ กระทรวงต่างๆ ที่บริการประชาชน กรมการกงสุล สะพานพระราม 8 เป็นเป้าหมายที่ควรดำเนินการเนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากการให้บริการของส่วนราชการในเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ทั้งการขอหนังสือเดินทางไปยังต่างประเทศ การติดต่อเอกสารทะเบียนขนส่ง การประกอบอาชีพ ซึ่งเชื่อว่าแกนนำผู้ชุมนุมจะเห็นแก่ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมประท้วง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาออกตรวจกำลังพลตามจุดต่างๆ ช่วยเหลือกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บทุกราย เพราะทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ

เตรียมออกหมายจับตัวคนร้าย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการ ศรส.กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และกองบัญชาการพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้รายงานต่อ ศรส. ว่า ผลการสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนที่เรียกร้องไม่ให้ กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งบริเวณสำนักงานเขตหลักสี่ ปรากฏพยานหลักฐานได้ข้อยุติในขณะนี้ว่า วิถีกระสุนและร่องรอยการใช้อาวุธปืนนั้นยิงมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายคือ กปปส.และฝ่ายประชาชนที่ต้องการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทาง สตช.จะเร่งขอหมายจับกุมตัวกลุ่มผู้กระทำผิดแล้วโดยจะทำการจับกุมตัวโดยเร็วต่อไป

พบหลักฐานใช้ปืนคาร์บิ้น–อาก้า

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) กล่าวว่า เท่าที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุมีร่องรอยกระสุนปืนในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด 42 รอย มีทิศทางมาจากกลุ่มที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง 3 รอย และจากกลุ่มกปปส. 39 รอย สำหรับวัตถุที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุมีทั้งปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนทั้งหมด 25 รายการ จำแนกเป็น ปืนอาก้า 1 หัว กระสุนปืน .223 1 หัว กระสุนปืนคาร์บิ้น 2 ปลอก หมอนรองกระสุนปืนลูกซอง 1 อัน ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. 4 ปลอก หัวกระสุนปืน .38 หกหัว หัวกระสุนปืน 9 มม. 9 หัว และปลอกกระสุนปืน 9 มม. 2 ปลอก ส่วนอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์ดังกล่าวมี 7 รายการ ประกอบด้วยปืนคาร์บิ้น ปืนขนาด .223 ลูกซองอาก้า ปืนขนาด .38 ปืนขนาด 9 มม. และปืนขนาด 11 มม.

ทหารยันไม่เกี่ยวเหตุแยกหลักสี่

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ปะทะที่บริเวณแยกหลักสี่ว่า มีคนใช้อาวุธปืนทหารและมีความชำนาญพิเศษเหมือนต้องการชี้นำให้สังคมรู้สึกว่าทหารมีส่วนเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าอาวุธปืนที่เห็นนั้นมีใช้อยู่หลายหน่วยทั้งทหาร ตำรวจ ไม่จำเป็นต้องเป็นทหารเท่านั้น ซึ่งกองทัพบกมีระบบเก็บรักษาอาวุธอย่างเข้มงวด ซึ่งการปฏิบัติภารกิจช่วงนั้นทหารไม่มีการนำอาวุธติดตัวแต่อย่างใด รวมถึงยังมีอาวุธปืนจำนวนหนึ่งที่กลุ่ม นปช.ยึดไปเมื่อ
ปี 53 ขณะนี้ก็ยังตามคืนมาไม่ครบ

“ทหารในที่เกิดเหตุยืนยันว่ามีการยิงจากหลายทิศทาง ดังนั้น ขอให้ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนอย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะอาจเป็นการขยายความขัดแย้งของกลุ่มผู้ไม่หวังดี จนทำให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ไม่ตรงจุดมีผลต่อความไม่เป็นธรรม ซึ่งตราบใดยังใช้อาวุธต่อกันก็ต้องพยายามหาความจริงให้ได้ด้วยพยานหลักฐาน หากใครมีภาพถ่ายเหตุการณ์สามารถส่งมาที่ศูนย์รวบรวมภาพกองทัพบก email:camcont01@gmail.com หรือโทรศัพท์ 08-3188-7008 เพื่อเป็นข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ” พ.อ.วินธัยกล่าว

ดีเดย์ 6 ก.พ.เปิดพื้นที่ใครขวางจับ

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. กล่าวว่า สำหรับการเปิดพื้นที่ราชการตนรอหลังวันที่ 2 ก.พ. ให้มีการเลือกตั้งเสร็จ รวมทั้งรอหมายจับตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 5 ก.พ.ก่อน โดยในวันที่ 6 ก.พ.จะมีการขอเปิดพื้นที่ราชการ ต้องเปิดให้ได้ หากใครขวางต้องจับกุม ส่วนเรื่องท่อน้ำเลี้ยงที่สนับสนุนการชุมนุม กปปส.ขณะนี้เบาลง บางบริษัทหยุดไม่ให้แล้ว เนื่องจาก กปปส.เหลิง เพราะมีแบ็กเลยทำเกินธง นอกจากนี้ การที่กลุ่ม กปปส.ยุบเวทีที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและห้าแยกลาดพร้าว จะส่งผลดีต่อ ศรส.จะทำให้เหตุเกิดน้อยลง ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จะนำมวลชนไปปิดหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ และตนนั้น ไม่เป็นไร เป็นการพูดแก้เหงา

“เฉลิม” ร่วมเปิด ก.แรงงาน 4 ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์กระทรวงแรงงาน ได้แจ้งเชิญสื่อมวลชนให้ร่วมทำข่าวเปิดกระทรวงแรงงานให้บริการประชาชนเป็นวันแรก หลังถูกผู้ชุมนุม กปปส.จากเวทีห้าแยกลาดพร้าว บุกปิดล้อมล็อกกุญแจไม่ให้ข้าราชการเข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. จนต้องย้ายเจ้าหน้าที่ไปทำงานในสำนักงานพื้นที่อื่นแทน โดยในเวลา 08.39 น. วันที่ 4 ก.พ. นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน จะนำข้าราชการทำพิธีบวงสรวงพระพุทธชินราช ศาลพระภูมิชัยมงคล และศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พร้อมมอบโอวาทในโอกาสเปิดสถานที่ทำการเป็นวันแรก โดยไม่ได้ระบุว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ ผอ.ศรส. จะเดินทางร่วมพิธีวันเปิดกระทรวงด้วยหรือไม่

ป่าไม้ตัดโซ่ประตูเปิดเข้าทำงาน

ที่กรมป่าไม้ นายชลทิศ สุรัสวดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ตัวแทนนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพื่อหารือถึงการเปิดประตูกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯให้ข้าราชการกลับมาปฏิบัติงานตามปกติหลังจากกลุ่ม กปปส.มาปิดเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายพฤกษ์ โสโน ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ รักษาการอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ที่ประชุม ศรส.ได้เรียกประชุมมีความเห็นเปิดประตูให้ข้าราชการกลับมาทำงานตามปกติในวันที่ 4 ก.พ.โดยให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 กรมมาพร้อมกันในเวลา 07.00 น. โดยจะเริ่มตัดโซ่เพื่อเปิดประตูทั้ง 2 กรมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานในเวลา 08.00 น. จากนั้นทาง ศรส.จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ผสมจาก 4 หน่วยคือตำรวจ ทหารเข้าเวรยามดูแลสถานที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

“นายกฯ” เฝ้าเกาะติดสถานการณ์

เมื่อเวลา 10.25 น. วันที่ 3 ก.พ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ร่วมประชุมรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญ–ทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประชุมวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ติดตามสถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม กปปส.กับทางศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศรส. เป็นประธาน และประชุมติดตามผลการเลือกตั้ง และการแก้ไขปัญหาเรื่องข้าว

ปิดล้อม สป.กห.ไล่บี้นายกฯ

เวลา 11.45 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.นำโดยนายชุมพล จุลใส นายสกลธี ภัททิยกุล นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และมวลชนเครือข่ายสมาพันธ์สหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ (สรส.) เดินทางมาชุมนุมขับไล่นายกฯที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประกาศไม่ให้ใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นสถานที่ทำงานรัฐบาล เพราะขาดความชอบธรรมเป็นนายกฯโดยให้เวลา 3 วันลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ประชาชนชาว กทม.ออกมาใช้สิทธิไม่ถึงร้อยละ 26 มีการโนโหวตเป็นจำนวนมาก พร้อมปราศรัยโจมตี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมว่าเป็นทหารของพระราชา ประชาชนไม่ใช่เป็นทหารรับใช้รัฐบาล ขอให้ทหารยืนข้างประชาชน ไม่สนับสนุนรัฐบาลอีก ยืนยันกลุ่มจะไม่เจรจากับรัฐบาลอีก และจะพามวลชนปิดล้อมขัดขวางการทำงานรัฐบาลทุกวัน

ฮือปิดล้อมทุกเส้นทางเข้า–ออก

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมทำการตัดรั้วหนามบริเวณหน้าทางเข้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยผู้ชุมนุมหญิงจำนวน 15 คน นำน้ำดื่มมาให้ทหารที่รักษาความปลอดภัยรอบสำนักงานฯและกลับไปร่วมปักหลักชุมนุมที่ริมถนน ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนปิดล้อมรอบสำนักงานโดยใช้รถเมล์ รถบรรทุก 6 ล้อ ปิดดักทางเข้า-ออกสำนักงานฯและระหว่างนั้นแกนนำได้ประกาศว่า พบชายชุดดำสวมไอ้โม่ง 2 คนอยู่บนดาดฟ้า ตึก c 2 คอนโดเมืองทองธานี ซึ่งอยู่ติดกับสำนักงานฯประกาศให้ลงจากตึก โดยการ์ด กปปส.จำนวนหนึ่งได้เดินทางไปยังตึกดังกล่าว

เพิ่มลวดหนาม 3 ชั้น

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ทหารได้เพิ่มรั้วลวดหนามจาก 2 ชั้น เป็น 3 ชั้น จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร จ.ลพบุรี จำนวน 1 กองร้อย เข้าประจำจุดต่างๆรอบอาคารโดยมี พ.อ.เชาวบูลย์ คงพูลศิลป์ รองเสนาธิการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็นผู้มาสังเกตการณ์และตัวแทนเจรจา ขณะเดียวกันการจราจรในเมืองทองธานีติดขัดอย่างมาก เนื่องจากที่อิมแพค เมืองทอง–ธานี มีการรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรังสิต

ขู่บุกเข้าอีกรอบหลังไร้เงานายกฯ

ต่อมาเวลา 14.30 น. พ.อ.เชาวบูลย์ ได้เจรจากับแกนนำที่ปิดประตูเข้า ออกด้านข้างสำนักงานฯ เพื่อขอให้เปิดทางให้นายกฯและรัฐมนตรี ข้าราชการออกจากสำนักงานฯ แต่ปรากฏว่าผ่านไป 40 นาที ไม่มีรถนายกฯและรถรัฐมนตรีออกแม้แต่คันเดียว มีแต่รถข้าราชการเท่านั้น ทำให้แกนนำไม่พอใจสั่งปิดประตูขวางทางเข้าออกทันที และประกาศไม่ยอมให้รัฐมนตรีคนใดออก ให้เพียงแต่ข้าราชการเท่านั้น พร้อมประกาศจะรอการเจรจาอีกรอบ หากยังไม่มีรัฐมนตรีคนใดออกก็จะบุกเข้าสำนักงานฯ ทันที ขณะเดียวกันพบว่า มีตะปูวางไว้ที่ล้อรถของสำนักข่าวไทยทีวีสี ช่อง 3 ที่จอดอยู่ด้านข้างสำนักงานฯ อีกด้วย

อ้างชายชุดดำ 40 คนล้อมม็อบ

จากนั้นเวลา 15.40 น. ตำรวจหน่วยปราบจลาจลจำนวน 2 กองร้อย ได้ออกมาตั้งแถวแนวรับบริเวณด้านหน้าและด้านข้างอิมแพค เมืองทองธานี จึงส่งผลให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศขอกำลังการ์ดอาสา ยืนตั้งแถวแนวรับและได้ระบุว่าบริเวณรอบนอกพบชายชุดดำแฝงตัวเข้ามาประมาณ 30-40 คน ขณะที่เวลา 15.50 น. เจ้าหน้าที่ขอให้สื่อมวลชนทั้งหมดออกจากสำนักงานฯ ต่อมาแกนนำเจรจากับ พล.ต.ภาณุพล บรรณกิจโสภณ เสนาธิการ สำนักงานป้องกันรักษาความปลอดภัย โดยยื่นข้อเสนอว่า หาก ครม.ไม่ออกจากพื้นที่ ผู้ชุมนุมจะล้อมอยู่จนกว่า ครม.จะเดินทางออกไปทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.นนทบุรี ระดมกำลังเข้ามาปิดล้อมทางเข้าออกเมืองทองธานีทั้งหมด

จัดทหารส่งม็อบกลัวไม่ปลอดภัย

กระทั่งเวลา 17.00 น. มีรถตู้สีดำหมายเลขทะเบียน ฮย 874 กรุงเทพมหานคร ออกจากสำนักงานฯโดยนายพุทธิพงษ์ประกาศว่าเป็นรถของนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมื่อผู้ชุมนุมได้ยินจึงพร้อมใจกันเป่านกหวีดขับไล่แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น จากนั้น พ.อ.กำจร จริตพันธ์ ผอ.กองกลาง สนง.รมต.กลาโหม ได้ออกมาพบแกนนำ พร้อมยืนยันว่า ครม.ทั้งหมดออกจากพื้นที่หมดแล้วทำให้นายพุทธิพงษ์ขอกำลังทหารไปส่งผู้ชุมนุมเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดย พ.อ.กำจรได้จัดกำลัง สห.จำนวนหนึ่งขึ้นรถไปส่งผู้ชุมนุมที่บริเวณทางด่วนเมืองทอง ก่อนเดินทางกลับเวทีราชประสงค์และเวทีอโศก

“นายกฯปู” โผล่หลังม็อบกลับ

เวลา 17.50 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.เดินทางกลับว่า วันที่ 4 ก.พ.ไม่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะไม่มีวาระด่วนอะไร เมื่อถามว่าวันที่ 4 ก.พ. ยังใช้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานตามปกติหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ยังใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานตามปกติเพราะเป็นสถานที่ทำงานเฉยๆไม่ใช่ที่ทำงานของ ศรส. จากนั้น นายกฯเดินขึ้นรถกลับทันที โดยนายกฯใช้รถตู้โฟล์คสีดำ ทะเบียน ฮภ 2924 กรุงเทพมหานคร

“ปึ้ง” ขู่ม็อบบุกอีกโดนจับแน่

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่านายกฯ เป็น รมว.กลาโหม ทำงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ชุมนุมที่มาปิดล้อมเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากผู้ชุมนุม กปปส.มาที่นี่อีก จะไม่มีแล้วที่เจ้าหน้าที่จะส่งผู้ชุมนุมกลับ แต่จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ตนไม่ได้ท้าหากไม่เชื่อวันที่ 4 ก.พ.มาใหม่ เพราะถือเป็นการคุกคาม ยอมต่อไปไม่ได้ต้องใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้นเพราะการชุมนุมวันนี้มีอาวุธไม่ได้ชุมนุมโดยสันติ มีการกดดันหลังเลือกตั้ง สร้างความวุ่นวายควรยุติได้แล้ว ต่างประเทศมองอยู่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ควรกลับบ้านได้แล้ว ทำผิดมามากแล้ว ขอร้องให้ยุติ และจะเร่งรัดออกหมายจับเร็วที่สุด

รมต.เฮได้ออกจาก สป.กห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับ นายกฯ พร้อมรัฐมนตรี อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ทยอยออกจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยรัฐมนตรีทุกคนทันทีที่ลงมาเจอหน้าผู้สื่อข่าว ต่างยิ้มแย้มทักทายก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

“ธิดา” เรียกร้องกองทัพตรวจสอบ

ด้านแกนนำกลุ่ม นปช.ร่วมกันแถลงท่าทีหลังการเลือกตั้ง โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.ระบุว่าจากเหตุการณ์ปะทะที่แยกหลักสี่ มีผู้บาดเจ็บ 2 รายนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูซึ่งเป็นผู้ที่ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในพื้นที่หลักสี่ โดยกลุ่ม กปปส.ยึดพื้นที่สำนักงานเขตไว้ ในขณะที่กลุ่ม กปปส. ไม่ได้รับอันตรายแม้แต่แมวข่วน แม้ปรากฏภาพชัดเจนในสื่อว่ามีการ์ด กปปส.ใช้อาวุธสงคราม แต่ทางแกนนำ กปปส.ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายกระทำ แถมกองทัพยังแสดงท่าทีปกป้อง นปช.จึงเรียกร้องให้กองทัพตรวจสอบกำลังพลที่มาร่วมในม็อบ กปปส.ว่ามีจำนวนเท่าไรให้กลับประจำกรมกอง อย่าอ้างว่าไม่มีทหารมาร่วม เพราะทางการข่าวทราบกันว่า มีทั้งทหารที่ผู้ใหญ่ส่งมาคุ้มกันและมาเป็นการ์ดให้แกนนำ

จี้ “สุเทพ” มอบตัวเพราะแพ้แล้ว

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมายืนยันได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส. ดังนั้นขอให้นายสุเทพ ทราบว่าขณะนี้คุณแพ้แล้ว และเพื่อไม่ให้ประเทศเสียหายไปมากกว่านี้ ขอให้ยุติการชุมนุมแล้วมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ หรือไปแขวนคอตายตามที่ประกาศไว้โดยเร็ว ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ประเทศเสียหายไปมากแล้ว หากเดินต่อไปก็ดูท่าจะไปไม่รอด เพราะนับวันคนยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ และที่มาอ้างว่าอยากจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ขัดขวางไม่ให้คนอื่นเขาได้เลือกตั้ง แต่ผลสุดท้ายกลับหักหลังอุดมการณ์เสียเองเชื่อว่าแกนนำ กปปส.เองก็คงมองว่าไปต่อไม่ไหวจึงต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน

“สุเทพ” ชี้หลัง 3 ก.พ.ระวังเหตุรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีปราศรัย กปปส.ห้าแยกลาดพร้าวว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เดินทางมาพื้นที่ชุมนุมแยกลาดพร้าว โดยทักทายมวลชนและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนจะเคลื่อนขบวนไปรวมกับกลุ่ม กปปส.ที่แยกศาลาแดง ขณะที่ผู้ชุมนุมได้เก็บสัมภาระใส่รถกระบะเพื่อร่วมย้ายสถานที่ตามที่แกนนำกำหนดไว้ โดยตั้งขบวนหน้าธนาคารทหารไทย ปากซอยเฉยพ่วง ก่อนจะเคลื่อนขบวนได้มีพนักงานบริษัทต่างๆในซอยออกมาถ่ายรูป พร้อมตะโกนว่า “กำนันสู้ๆ ขอให้ชนะ” โดยนายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า การที่ กปปส. ต้องยุบเวทีห้าแยกลาดพร้าว และอนุสาวรีย์-ชัยสมรภูมิไปรวมกับเวทีแยกศาลาแดง เพื่อความปลอดภัยเพราะจากการประเมินเห็นว่า ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตั้งใจใช้ความรุนแรงกับประชาชน และการข่าวทราบว่า หลังวันที่ 3 ก.พ.จะมีการใช้ความรุนแรงจึงต้องยุบ 2 เวทีนี้ หลังจากถูกกระทำรุนแรงมาตลอด ส่วนเวทีแจ้งวัฒนะจะยุบหรือไม่นั้น ต้องให้หลวงปู่พุทธอิสระตัดสินใจ

“สุเทพ” เดินเร็ว–หวั่นไม่ปลอดภัย

จากนั้นเวลา 10.00 น. นายสุเทพพร้อมแกนนำ กปปส.เดินนำขบวนโดยใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ขาเข้า เมื่อถึงหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สะพานควาย มีประชาชนให้การต้อนรับพร้อมมอบเงินบริจาค รวมทั้งขนม น้ำและผลไม้มาบริการผู้ชุมนุม เมื่อขบวนถึงหน้าธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ พนักงานธนาคารได้นำธนบัตรใบละ 100 บาท และ 20 บาท เย็บร้อยติดกันมอบให้นายสุเทพด้วย

ขณะที่ขบวนเดินมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีนายถาวร เสนเนียม แกนนำเวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ ขึ้นรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงนำขบวน จนมาถึงแยกราชเทวี ขบวนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่และเลี้ยวขวาที่แยกประตูน้ำเข้าถนนราชดำริ ผ่านเวทีราชประสงค์ โดยมีพนักงานบริษัท ห้างร้านต่างๆ ที่พักเที่ยงให้การต้อนรับ จนขบวนเดินถึงเวทีแยกศาลาแดงในเวลา 12.50 น. ท่ามกลางผู้ชุมนุมตะโกนให้กำลังใจกันต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนของนายสุเทพ เดินรวดเร็วมากโดยใช้เวลาไม่นานในการหยุดรับเงินบริจาคและไม่ได้หยุดถ่ายรูปกับประชาชนที่รอข้างถนน เนื่องจากระยะทางมากกว่า 14 กิโลเมตรเกรงว่าขบวนจะถึงในช่วงค่ำเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยทำให้ใช้เวลาเดินเพียง 3 ชั่วโมง

เตรียมล้อมบ้าน “นายกฯ–ครม.”

เวลา 13.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยแยกศาลาแดงว่า วันนี้ไปรับพี่น้องที่เวทีแยกลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์-ชัยสมรภูมิ โดยรื้อทั้ง 2 เวที เพราะมีชัยภูมิไม่เหมาะสม คนร้ายเข้าได้ทุกทาง จึงเป็นห่วงความปลอดภัยพี่น้องเพื่อมาหลอมรวมเป็นเวทีสีลมให้เป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ โดยจะปรับเวทีให้ปราศรัยได้ตลอดทั้งวัน ขอยืนยันว่าต้องเดินหน้าต่อไปโดยจะขึ้นทะเบียนผู้ชุมนุมโดยประสานงานในแต่ละกลุ่มเพื่อให้ง่ายต่อการยกขบวนไปทำกิจกรรม และงานที่ต้องทำต่อไปคือ 1.การปิดกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่ทำอยู่แล้ว และ 2.การปิดล้อมบ้านพักนายกฯ และคณะรัฐมนตรี โดยหลังจากนี้จะมีหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในการไปทำกิจกรรมต่างๆ

“พุทธอิสระ” ตกขบวนร่วม “สุเทพ”

ขณะที่หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำเวทีแจ้งวัฒนะเดินทางด้วยรถบัส 3 คัน รถตู้และรถกระบะนับสิบคันพร้อมทีมการ์ดคุ้มกันเดินทางมาถึงเวทีห้าแยกลาดพร้าว หลังจากขบวนนายสุเทพ เคลื่อนออกไปประมาณ 20 นาที หลวงปู่พุทธอิสระซึ่งนั่งอยู่ในรถกระบะได้ให้หยุดขบวนที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว และลงไปเข้าห้องน้ำบนรถสุขา กทม.ที่จอดอยู่หน้าธนาคารทหารไทย จากนั้น นายอิสสระ สมชัย ย้อนกลับมาพบจึงได้นำซองมาถวาย โดยบอกว่ากำนันสุเทพฝากมา ขณะที่หลวงปู่พุทธอิสระบอกว่ารถติดมากจึงมาไม่ทัน ขอเดินทางกลับเวทีแจ้งวัฒนะ โดยให้ขบวนแวะเยี่ยมผู้ชุมนุมกลุ่ม กปท.ที่กระทรวงพลังงานก่อนกลับเวทีแจ้งวัฒนะ

ตั้งขนาน 2 เวทีเชื่อมราชประสงค์

บรรยากาศที่เวทีแยกศาลาแดง มีประชาชนเดินทางมาร่วมกันมากเป็นพิเศษ เมื่อทราบว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนจากเวทีลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยรื้อเวทีทั้ง 2 แห่ง มารวมกันที่เวทีแยกศาลาแดงสีลม จากนั้นนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.เวทีลุมพินีกล่าวว่า ได้เตรียมพื้นที่รองรับผู้ชุมนุมจากทั้ง 2 เวที เป็นเต็นท์เกือบ 5,000 เต็นท์ โดยผู้ชุมนุมทั้งหมดสามารถพักค้างแรมอยู่ในสวนลุมพินี โดยมีการ์ดดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ซึ่งนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นผู้รับผิดชอบในด้านการ์ดรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้จะขยายพื้นที่ชุมนุมไปทางถนนสีลม จนถึงถนนนราธิวาสราชนครินทร์และตั้งเวทีย่อยที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสราชดำริ เพื่อเชื่อมระหว่างเวทีราชประสงค์ และเวทีแยกศาลาแดง

“พุทธอิสระ” ยอมเปิด ก.ยุติธรรม

เวลา 15.00 น.ที่เวทีแจ้งวัฒนะ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ท.กฤตวิทย์ วิยาภรณ์ ผบ.ปตอ.พัน 5 ได้เข้าพบพระพุทธอิสระ เพื่อหาข้อยุติการเปิดพื้นที่ศูนย์ราชการให้ข้าราชการเข้าทำงาน ซึ่งผลการหารือสรุปว่า จะเปิดให้ข้าราชการเข้ามาทำงานได้บางส่วน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. แต่มีเงื่อนไขให้ข้าราชการและผู้มาติดต่อให้ใช้ประตูเข้า-ออกด้านข้างอาคารประตูเดียว ส่วนการรักษาความปลอดภัย พ.ท.กฤตวิทย์ กล่าวว่า จะวางกำลังทหารรักษาความปลอดภัย พื้นที่ร่วมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคาร 1 กองร้อย 150 นายกระจายกำลังประจำ 3 จุดหลัก คือ ประตูเข้า-ออก ลานจอดรถ และตั้งจุดสังเกตการณ์บริเวณดาดฟ้าอาคาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีบุคคลไม่หวังดีแฝงตัวขึ้นไปก่อเหตุร้าย

ยกเว้นดีเอสไอ-สำนักงานรัฐมนตรี

นายธวัชชัยกล่าวว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่มี 5 หน่วยงาน จำนวน 1,539 คน ส่วนผู้มาติดต่อคาดว่าจะมีวันละไม่เกิน 200 คน แต่ละคนต้องแสดงบัตรข้าราชการ ส่วนผู้มาติดต่อต้องระบุหน่วยงานที่ต้องการเข้าพบให้ชัด พร้อมแลกบัตรผู้มาติดต่อที่เจ้าหน้าที่โดยกำหนดเวลาออกงานไม่เกิน 18.00 น.โดยจะเปิดให้บริการประชาชนคือ สำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ การคุมประพฤติกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมบังคับคดี ส่วนสำนักงานรัฐมนตรีและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังไม่เปิดให้บริการ

ขณะที่พระพุทธอิสระกล่าวว่า เมื่อรับรองเงื่อนไขการรักษาความปลอดภัยจากทหารก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เปิดพื้นที่โดยอนุญาตให้เข้ามาทำงานเฉพาะส่วนงานที่ต้องบริการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนเท่านั้น

คปท.หยุดกิจกรรมพักผ่อน 1 วัน

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก กลุ่มมวลชนปักหลักและทำกิจกรรมอยู่ภายในพื้นที่ชุมนุมอย่างสงบไม่มีการเคลื่อนมวลชนไปสถานที่ใด ทำให้มีผู้ชุมนุมมาจับจองพื้นที่หน้าเวทีบางตาลง ทั้งนี้ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท.กล่าวว่า คปท.ยังไม่มีการเคลื่อนไหวไปจุดใด โดยจะให้มวลชนได้พักผ่อน 1 วัน ส่วนการเคลื่อนไหวต่อไปจะต้องปรึกษาหารือร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ภายใน 1-2 วันนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ขอพูดถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องรอผลสรุปอย่างเป็นทางการก่อน

แกนนำ คปท.รับอาจชุมนุมยืดเยื้อ

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.กล่าวถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ว่า แม้จะมีการจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่พบว่ายังมีปัญหาไม่สามารถเปิดการเลือกตั้งได้หลายแห่ง ทำให้ กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ และอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือน ซึ่งกระบวนการดังกล่าว รัฐบาลได้นำมาเป็นเงื่อนไขในการต่อสู้ เพื่อให้ได้ ส.ส. ครบจำนวนที่จะสามารถเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยไม่ได้สนใจประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ฉะนั้น การต่อสู้ของประชาชนจะยังต้องมีต่อไป แต่ทั้งนี้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

กทม.ส่ง จนท.ฉีดยากันยุงลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีปราศรัยแยกปทุมวันว่า บรรยากาศการชุมนุมตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างเรียบร้อยท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ผู้ชุมนุมต้องไปนั่งหลบอยู่ภายในเต็นท์ และใต้ร่มสกายวอล์กสถานีรถไฟฟ้าเพื่อติดตามกิจกรรมบนเวทีที่มีการปราศรัยสลับแสดงดนตรี รวมทั้งติดตามการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินนำผู้ชุมนุมเวทีแยกลาดพร้าวและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังเวทีแยกศาลาแดง นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่จาก กทม. นำเครื่องพ่นยุงเดินฉีดป้องกันยุงลายตามท่อระบายน้ำเพื่อดูแลสุขอนามัยให้ผู้ชุมนุม ขณะที่การ์ดรักษาปลอดภัยทำหน้าที่เข้มงวดตรวจค้นกระเป๋าผู้เข้าร่วมชุมนุมละเอียด ทั้งนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เวทีปทุมวันยังเป็นเวทีหลักในการถ่ายทอดสด เนื่องจากอุปกรณ์การถ่ายทอดสดติดตั้งไว้แล้ว หากเคลื่อนย้ายไปจุดอื่นจะมีความลำบาก ส่วนเวทีสวนลุมพินีนั้น นายสุเทพจะไปขึ้นพูดต่อเนื่องเพราะคนน้อย ต้องการให้คนมันเต็ม

เปิดห้าแยกลาดพร้าวรถวิ่งฉลุย

ช่วงเย็นที่ห้าแยกลาดพร้าว พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. เข้าตรวจพื้นที่และเส้นทางจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว หลังผู้ชุมนุมย้ายเวทีไปอยู่ที่สวนลุมพินี พบว่าได้มีการเก็บย้ายเต็นท์บนผิวการจราจร เหลือเพียงโครงเหล็กของเต็นท์หลังใหญ่ที่รอการเคลื่อนย้าย ขณะที่เจ้าหน้าที่ กทม.เข้าเก็บกวาดขยะ เศษไม้ กระสอบทรายและนำยางรถยนต์ที่ผู้ชุมนุมใช้เป็นบังเกอร์ออกไปวางไว้บนฟุตปาท จากนั้นใช้รถฉีดน้ำและน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด ก่อนเปิดการจราจรเวลา 17.30 น. ทำให้ช่วยระบายรถจากสะพานควาย ถนนพหลโยธิน จากดินแดง อนุสาวรีย์ชัยฯ และถนนลาดพร้าว ส่วนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 10.00 น. ทำให้ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว ดินแดง ถนนวิภาวดีรังสิต รถวิ่งได้เป็นปกติ

ยิงบ้าน กปปส.ราชบุรีอีกรอบ

เมื่อเวลา 02.00 น. (วันที่ 3 ก.พ.) เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงถล่มใส่บ้านแกนนำ กปปส.ราชบุรี 2 จุด โดยจุดแรกคนร้ายใช้ปืนลูกซองยิงถล่มใส่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของนายยุทธพล ปฐมสาธิต อายุ 50 ปี ชื่อร้าน “ไพศาลฮาร์แวร์” เลขที่ 157 หมู่ 3 ต.โคกหม้อ จำนวน 5 นัด กระสุนถูกตู้กระจกโชว์สินค้าได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ ซึ่งร้านดังกล่าวเคยถูกลอบยิงถล่มมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนอีกจุดเวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายใช้ปืนยิงใส่ร้านมินิมาร์ท เลขที่ 395 ต.ดอนตะโก อ.เมืองราชบุรี ของนางอรวัลย์ ชลิตพงษ์สาธิต อายุ 52 ปี อดีตภรรยาของนายยุทธพล กว่า 20 นัด จนได้รับความเสียหาย ส่วนนางอรวัลย์กับลูกๆพักอยู่ห้องด้านข้างของร้านปลอดภัย โดยนายยุทธพลเชื่อว่า สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองที่ตนเป็นแกนนำ กปปส.

โผล่มอบตัวคดีขวางเลือกตั้ง

ส่วนที่ จ.สมุทรสาคร นายครรชิต ทับสุวรรณ พร้อมนายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.สมุทรสาคร นำตัวนายวัชรินทร์ ชาวจีน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร และนายมานิตย์ พรหมเมศ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี แกนนำกลุ่ม กปปส.สมุทรสาคร เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ เครือวณิชธรรม หน.สภ.ย่อยบางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร หลังนำมวลชนเข้าปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าของ จ.สมุทรสาคร ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัยและอาคารนิวนามทอง อ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันกระทำการใดโดยไม่มีอำนาจชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป เบื้องต้นทั้งคู่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมยื่นหลักทรัพย์ ประกันตัวออกไป

ทบ.โต้ “โกตี๋” หาว่า ผบ.ทบ.สั่งฆ่า

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำ นปช.ปทุมธานี ที่ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะสั่งฆ่า เพราะกลัวว่า ถ้าปล่อยไว้ถึงวันที่ 2 ก.พ. จะเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้อยากให้นายวุฒิพงศ์ระมัดระวังคำพูดที่พาดพิงถึง ผบ.ทบ. ถือเป็นการให้ร้ายด้วยข้อความรุนแรง เพราะกองทัพบกไม่เคยปฏิบัตินอกกฎหมาย คำพูดลอยๆของนายโกตี๋ที่คิดเอง เออเอง โดยไร้เหตุผลพยานหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับ ผบ.ทบ.และความเสื่อมเสียให้กับกองทัพ ขอให้นายโกตี๋หยุดกระทำพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งกองทัพบกจะดำเนินการเอาผิดทางด้านกฎหมาย และไม่อยากให้ค่ากับคนแบบนี้ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม จึงขอให้สังคมย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของนายโกตี๋ ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร

ตลท.แก้เกณฑ์หยุดเทรดหุ้นรับจลาจล

นางสาวชนิสา ชุติภัทร์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ส่งหนังสือเวียนถึงบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกทุกบริษัท เรื่องแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสั่งห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีเกิดเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2546 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเริ่มใช้แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่ หากมีเงื่อนไขครบตามหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ คือ 1. การเกิดเหตุวิกฤติร้ายแรงที่มีผลกระทบวงกว้าง เช่น เหตุจลาจล หมายถึงการก่อความไม่สงบที่มีลักษณะคล้ายสงครามกลางเมือง 2.เหตุวิกฤติร้ายแรงที่มีผลกระทบวงกว้างดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมาชิกตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งดังนี้ คือ สมาชิกไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายด้วยระบบซื้อขายหลักของตนเองเข้ามาในระบบซื้อขายของตลาดฯ หรือไม่สามารถใช้ระบบสำรอง ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจัดเตรียมไว้ มีจำนวนเกินกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด โดยจะเริ่มใช้แนวทางปฏิบัตินี้ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.2557 เป็นต้นไป

“เทือก” ขู่ส่ง กปปส.บุกพบนายกฯ อีก

ต่อมาเวลา 19.45 น. ที่เวทีปราศรัย กปปส. แยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ แกนนำ กปปส. โดยสวมใส่เสื้อทอมือชนเผ่าปกากะญอ จาก อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมย่ามทอมือ โดยทั้งเสื้อและย่ามทอเป็นลายธงชาติที่ส่งมาให้สวมใส่ จากนั้นนายสุเทพปราศรัยว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.คงทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ปวดหัว เพราะการหย่อนผิดทำให้มีการนำมาพูดเสียดสีต่อเนื่อง แต่ตนเข้าข้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และต้องโทษเจ้าหน้าที่ที่ไม่บอกนายกฯ ว่าต้องหย่อนกล่องไหน ขอให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ กกต. เพราะคิดว่าคงแกล้งนายกฯ อย่ายอมเด็ดขาด

นายสุเทพกล่าวว่า การที่เลขาธิการ กกต. แถลงว่าที่มีคนใช้สิทธิเลือกตั้ง 20.4 ล้านคน หรือประมาณ 45.84% นั้น เห็นได้ว่า ประชาชนรู้แล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ฟอกตัวเอง จึงรู้สึกกลุ้มใจแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เลือกตั้งเสร็จแล้วก็ประกาศผลเลือกตั้งไม่ได้ เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกตัวเองเป็นนายกฯ ก็ไม่ได้ อีกทั้งยังมีเรื่องทุจริตหลายเรื่องและเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงกลุ้มใจซึ่งวันนี้มี กปปส.ไปหานายกฯ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่มีการเตรียมปืนสไนเปอร์เอาไว้ ตนจึงสั่งให้เดินทางกลับ แต่วันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) ก็จะไปหาอีกและหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปที่ใดก็อาจจะไปดักพบกลางทางก็ได้

ยุ “เหลิม-ปึ้ง-ธาริต” เรียกแขกให้

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ตนอยากให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ และนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาแถลงข่าวทุกวันเพื่อเป็นการเรียกแขกให้ กปปส.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้