วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากนี้ไปจะยิ่งเหนื่อย

จากนี้ไปจะยิ่งเหนื่อย

  • Share:

จริงๆเลย 1–2 วันนี้น่าจะได้เห็นโฉมหน้ารัฐมนตรี ภายหลังการฟอร์มรัฐบาล

ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง พรรคไหนได้คุมโควตากระทรวงอะไร แบ่งเค้กกันเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งนี่ว่ากันบนพื้นฐานการเลือกตั้งปกติตามฉบับการเมืองไทยที่ผ่านมา

แต่รอบนี้ไม่มีการประกาศชัยชนะ ไม่มีการวิ่งจับขั้วทางการเมือง ตามท้องเรื่องที่มีแต่การลุ้นกันว่าจะ “โมฆะ” หรือไม่ กับการเลือกตั้งที่ต้องบันทึกไว้ว่า “วุ่นวาย– รุนแรง–พิลึกพิลั่น–อัปยศ” ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ผลเลือกตั้งออกมาอย่างไร ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ที่สำคัญไม่รู้จะจบลงตรงไหน ตามเงื่อนปมที่ “5 เสือ” คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั่งเรียงหน้ากระดานแถลงอย่างเป็นทางการ แจกแจงสารพัดปมที่ทำให้การเลือกตั้งสะดุด

เรื่องของเรื่อง โฟกัสแค่จุดเดียวก็ฟันธงได้เลยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังไงก็ไม่สุดซอย กับปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ไร้ผู้สมัครต้องจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่

ในวงเล็บแถมขีดเส้นใต้ “28 เขตในปักษ์ใต้” โซนอิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์

ถ้ากองเชียร์เลือดสะตอรวมพลังสกัดกันสุดลิ่มทิ่มประตูก็ยากฝ่าด่านได้
และนั่นก็จะติดล็อกมาถึง “คะแนนปาร์ตี้ลิสต์” ที่ตามเงื่อนไขกฎหมายต้องนับครบทุกเขตเลือกตั้ง ถ้าไม่ครบ ขาดไปแม้แต่เขตเดียวก็ไม่สามารถประกาศผล ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน

เมื่อไม่มี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ประกาศผลเลือกตั้งไม่ได้

เมื่อประกาศผลเลือกตั้งไม่ได้ ก็เปิดสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ และนั่นก็หมายถึงว่า รัฐบาลใหม่ก็ไม่สามารถตั้งได้ ประเทศไทยต้องเกิดภาวะ “สุญญากาศ” อำนาจทางการเมืองไปอีกยาว อย่างน้อยก็ 4–6 เดือน อย่างที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง บอกเอาไว้คร่าวๆ

ซึ่งเอาเข้าจริงอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น

ตามอาการที่สื่อต่างชาติใช้คำว่า เมืองไทยตกอยู่ในภาวะ “อัมพาต” ทางการเมือง

แน่นอนในมุมของเกมอำนาจ สถานการณ์นี้อาจเป็นความได้เปรียบของนายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่จะได้สิทธิเป็นรัฐบาลรักษาการยาวต่อไป

ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

แต่ไม่ได้หมายรวมถึงเงื่อนสถานการณ์ความเป็นไปในบ้านเมืองที่ “ตึงเป๊ะ” เข้าไปทุกขณะ

ในภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบมาจากวิกฤติม็อบการเมืองมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ลากยาวต่อเนื่องข้ามปี และไม่มีแนวโน้มจะเห็นทางออกของข้อยุติ

นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติต่างอยู่ในอาการผวา

ที่สาหัสเลยก็คือประชาชนตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำ พ่อค้า แม่ค้า แท็กซี่ สามล้อ คนงานรับจ้างรายวัน ทำมาหากินไม่ได้ ขาดทุนหมุนเวียน ในขณะที่พนักงานรายเดือนก็เริ่มมีปัญหา เพราะบริษัท ห้างร้าน ก็เจอพิษม็อบปิดเมือง กิจการระส่ำ จำเป็นต้องเอาคนออก

วิกฤติลามถึงปัญหาปากท้อง คนเดือดร้อนไม่ทนอยู่นิ่งๆแน่

และก็ประจวบเหมาะพอดีกับมหากาพย์โครงการรับจำนำข้าวที่เดินหน้าไม่ได้ ถอยหลังก็ตกเหว

กับสถานะของรัฐบาลรักษาการที่ง่อนแง่นไร้เครดิต ปัญหาคือตอนนี้ไม่มีแหล่งเงินให้หยิบยืมมาใช้จ่ายเงินให้ชาวนา เพราะจะอาศัยแบงก์รัฐอย่างธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ก็โดนตั้งป้อมขวาง จะหันไปพึ่งธนาคารพาณิชย์ก็โดนปิดประตูใส่ ไม่มีแบงก์ไหนกล้าให้กู้

และตามเงื่อนเวลาที่บีบคั้น อีก 2–3 เดือนจะเข้าฤดูกาลปลูกข้าวอีกรอบในเดือนพฤษภาคม แต่ชาวนายังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำ ไม่มีเงินทำทุนหมุนเวียน

โดยเงื่อนไขสถานการณ์แรงกดดันจากชาวนาจะหนักขึ้นตามลำดับ ตามฉากที่มีการชุมนุมปิดถนนประท้วงลามไปเกือบทุกภาค ทั้งเหนือ กลาง อีสาน

ล้อกับแรงเสียดทานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ่อเชือดทีมงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนายกฯฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตมโหฬาร

ยื้อรักษาการไป “ยิ่งลักษณ์” ก็ยิ่งเสี่ยงจบไม่สวย.


ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้