วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทบ.วอน หยุดวิจารณ์คนถืออาวุธ ปะทะ'หลักสี่'เป็นทหาร

ทบ.วอน หยุดวิจารณ์คนถืออาวุธ ปะทะ'หลักสี่'เป็นทหาร

  • Share:

ทบ.วอน หยุดวิจารณ์คนถืออาวุธสงคราม ปะทะ หลักสี่ เป็นทหาร ยัน กองทัพ มีระบบจัดเก็บอาวุธเข้มงวด พร้อมจับตาอาวุธปืนหลายกระบอกที่หายช่วงการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 ย้ำ ใครมีภาพถ่ายความรุนแรงให้แจ้งมายังกองทัพบก เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไปดำเนินคดี

วันที่ 3 ก.พ. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2557 ว่า จากเหตุการณ์ การใช้ความรุนแรงที่ผ่านมาพบมีบางคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีคนใช้อาวุธดูมีความชำนาญพิเศษหรืออาวุธที่ใช้คล้ายของทางราชการทหาร เหมือนต้องการชี้นำให้สังคมรู้สึกว่าทหารอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

“ขอเรียนว่าเรื่องอาวุธปืนบางชนิดมีใช้กันอยู่หลายหน่วยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทหารเท่านั้น บางชนิด ทั้งปืนพก ปืนคาร์บินอาวุธสงคราม ที่เห็นในสื่อนั้น ต่างก็มีใช้กันทั้งทหาร ตำรวจ รวมทั้งประชาชนด้วย เว้นอาวุธสงคราม” รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ยืนยันขอให้มั่นใจ ทบ.มีระบบการเก็บรักษาอาวุธที่เข้มงวดมาก และการปฏิบัติภารกิจในช่วงนี้ก็ไม่มีการนำอาวุธติดตัวออกปฏิบัติงาน แต่สิ่งที่ยังเป็นข้อกังวลและต้องระมัดระวังให้สังคมต้องช่วยกันจับตาดู เพราะมีอาวุธปืนอีกจำนวนหลายกระบอกได้เคยถูกกลุ่มผู้ชุมนุม (นปช.) ยึดไป ตั้งแต่การชุมนุม เมื่อปี 2553 ปัจจุบันก็ยังตามคืนมาได้ไม่ครบ โดยทาง ทบ.จะได้ประสานผู้เกี่ยวข้องในคดี เร่งดำเนินการให้ ทบ.ด้วยต่อไป

สำหรับคดีเหตุปะทะที่หลักสี่ทหารที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ยืนยันว่ามีการยิงจากหลายทิศทาง ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนที่จะหาข้อสรุปนำเสนอเพื่อให้เกิดการยอมรับจากสังคมด้วยพยานหลัก ฐานข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ที่สุด

มิฉะนั้น อาจส่งผลกระทบเกี่ยวกับการยอมรับและความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย และที่สำคัญการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือคดีทุกคดี จะพยายามรอให้ผ่านการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการอย่างสมบูรณ์ถูกต้องจริงจัง ก่อนจึงจะนำมาเปิดเผยต่อสังคม

“ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปเพราะอาจเป็นการขยายความขัดแย้ง โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจนำไปบิดเบือน รวมทั้งจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาจวิเคราะห์สถานการณ์ไม่ตรงจุด มีผลต่อความไม่เป็นธรรมขึ้นได้ ตราบใดที่มีการใช้อาวุธต่อกัน ต้องพยายามหาความจริงให้ได้ ด้วยพยานหลักฐาน ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร  ใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีให้ได้ จึงอยากให้เวลากับเจ้าหน้าที่ จะได้พิสูจน์นำความชัดเจนมาให้สังคมต่อไปเพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่” พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวด้วยว่า อยากขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนใครมีภาพถ่ายเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงของกลุ่มไหนก็ตาม สามารถส่งมาที่ศูนย์รวบรวมภาพกองทัพบกได้ที่ e-mail:camcont01@gmail.com หรือโทรศัพท์หมายเลข 08-3188-7008 เพื่อเป็นข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ใช้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้