วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โฆษก ปชป. ชี้คนใช้สิทธิ์ลด 20 ล้าน

โฆษก ปชป. ชี้คนใช้สิทธิ์ลด 20 ล้าน

  • Share:

โฆษก ปชป. อัดรัฐบาลจัดเลือกตั้งหวังฟอกตัวเองแต่ไม่สำเร็จ เทียบเลือกตั้งปี 54-57 คนใช้สิทธิ์ลดลง 20 ล้าน ย้ำ เพื่อไทย-ยิ่งลักษณ์เข้ายุคเสื่อมถอย...

วันที่ 3 ก.พ. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า เป็นความต้องการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อประทับความชอบธรรม แต่กลับเพิ่มปัญหาใหม่ เพราะการเลือกตั้งนี้ไม่ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ ซึ่งยังรวมคะแนนไม่ได้แม้แต่เขตเดียว จึงไม่มีการประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งหลายพื้นที่ลงคะแนนไม่ได้ ที่สำคัญคือ การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์สำเร็จจากที่คาดหวังไว้ ดังนั้น รัฐบาลจึงกดดัน กกต. ให้ต้องจัดเลือกตั้งไปเรื่อยๆ แม้แต่การเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 ก.พ. 57 กกต. ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะจัดให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ล้วนเป็นความผิดปกติของการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ทั้งสิ้น ซ้ำยังส่อว่าจะเป็นโมฆะ ซึ่งมีปัญหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ อย่างไร ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงทำประเทศอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมือง 3 สัปดาห์จากนี้ไปกกต.ต้องกล้าหาญในการทำหน้าที่ จึงเรียกร้องให้ กกต. วินิจฉัยหาทางออกที่ถูกต้องบนผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยไม่ต้องเกรงใจรัฐบาลโดยยึดหลักข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นหลัก

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้ง 2 ก.พ. พบว่ารัฐบาลบิดเบือนตัวเลขประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยนำตัวเลขของหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดหีบได้มาอ้างว่า มีผู้ไปใช้สิทธิ์ 89% ทั้งที่ข้อเท็จจริงผู้ใช้สิทธิ์มีน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับสถิติจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 47 ล้านเสียงออกมาใช้สิทธิ์ 35.2 ล้านเสียง คิดเป็น 75.03% แต่การเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ.57 ปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 20 ล้าน 5 หมื่นเสียง คิดเป็น 50.92% เท่ากับมีคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้น้อยลงไปจำนวน 15,169,040เสียง ที่เลือกโหวตโน ส่วนผู้ที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งราว 20 ล้านเสียง ถ้าเป็นผู้ที่กาโหวตโนเพียง 3 ล้านเสียง พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองที่ลงสมัครในครั้งนี้จะเป็นเสียงส่วนน้อยในทันที จึงเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนอีกต่อไปแล้ว คือ ไม่ถึงแม้แต่กึ่งหนึ่งของประชาชนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งประเทศ

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า นอกจากกระบวนการเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรมแล้ว ตัวเลขประชากรผู้มาใช้สิทธิ์ก็สะท้อนว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโดยส่วนใหญ่ปฏิเสธการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะใน กทม.ที่มีผู้ใช้สิทธิ์เพียง 26.18% ยังไม่นับบัตรเสียหรือโหวตโน ที่จะทำให้ยอดเลือกพรรคเพื่อไทยลดน้อยลงไปอีก จึงขอให้รัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทบทวนว่า นี่คือเหตุผลที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงสมัครเพราะไม่ชอบธรรมไม่ใช่ทางออก แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมหาทางออก ไม่ใช่เอาเสียงข้างมากมาบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ฟังเสียงใคร เพราะประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไป ถือเป็นสัญญาณอันตรายของรัฐบาลนี้ เพราะศรัทธาในตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย จึงลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ เช่น พะเยา มีผู้ใช้สิทธิ์แค่ 50% จ. แพร่ (อ.วังชิ้น) ไปใช้สิทธิ์ 90 คน เพื่อไทยได้ 15 คะแนน นอกนั้นโหวตโน แม้แต่อุดรธานีมีผู้ใช้สิทธิ์เพียง 47% มีสัดส่วนการกาโหวตโนสูงขึ้น จึงต้องมีการปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นเพียงพิธีกรรมที่จะทำให้ได้เสียงข้างมากเข้าไปมีอำนาจแต่ไม่ได้บริหารเพื่อประชาชนได้อีกต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้