วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดึงงานวิจัยเติมเต็มชาวบ้าน

ดึงงานวิจัยเติมเต็มชาวบ้าน

  • Share:

1คณะ 1โมเดล ม.พะเยาปฏิบัติการร่วมเรียนรู้เสริมความแกร่งชุมชน

ปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน

ปณิธานของ มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ที่ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ รวมถึงนิสิต ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติในทุกภารกิจทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

1 คณะ 1 โมเดล จึงเป็นนโยบายที่ ศ.พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดี มพ. กำหนดเป็นโจทย์ เพื่อให้บุคลากรทุกระดับได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การคิด ลงมือปฏิบัติ และร่วมแก้ไขปัญหาของชุมชนในจังหวัดพะเยา โดย มุ่งเน้นการสร้างปัญญาบนพื้นฐานจากวิชาการนำไปสู่การแก้ปัญหาของพื้นที่ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการวิจัยและบริการวิชาการ

ศ.พิเศษ ดร.มณฑล ฉายภาพให้เห็นว่า “บทบาทมหาวิทยาลัยไม่ใช่เพียงผลิตบัณฑิตที่คิดเป็น ทำงานเป็น แต่ต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวม พร้อมรับใช้สังคม ม.พะเยาจึงพยายามทำหน้าที่ดังกล่าว โดยเฉพาะการบ่มเพาะนิสิตให้เป็นบัณฑิตคุณภาพที่มีศักยภาพทั้งความรู้ ปฏิบัติงานจริง และเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานเพื่อประโยชน์ชุมชน จึงได้จัดโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล ที่มอบนโยบายให้ทุกคณะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชน นำองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยถ่ายทอดให้กับชุมชน ขณะเดียวกันก็เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาจากชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผ่านกระบวนการเรียนการสอน เพราะคณาจารย์และนิสิตไม่ใช่เพียงเรียนรู้จากตำรา จากเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านเป็นองค์ความรู้ที่สะสมมาเป็นพันปีที่มากคุณค่าและไม่สามารถหาซื้อจากที่ไหนได้”

“โครงการ 1 คณะ 1 โมเดล ได้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 4 โดยกระบวนการนั้น คณาจารย์และนิสิตต้องลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและความต้องการในการช่วยเหลือชุมชนพื้นที่นั้นๆ และ เน้นการมีส่วนร่วมเพื่อค้นหาแนวทางในการตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ เป็นการเรียนรู้ภายใต้การทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของการเติม การสอนให้คนในหมู่บ้านทำเป็น พึ่งพาตนเองได้ รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตัวอย่างโมเดลที่ขับเคลื่อนจนเกิดผล เช่น คณะเกษตรศาสตร์ลงพื้นที่ อ.แม่ใจส่งเสริมการปลูกข้าวให้ได้เงินล้าน คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาการผลิตน้ำมันจากกระเทียมชนิดแคปซูลเพื่อสุขภาพจนได้ GMP ดอกคำใต้ คณะวิทยาศาสตร์พัฒนาผ้าย้อมสีจากธรรมชาติของกลุ่มทอผ้า อ.เชียงคำ เป็นต้น” อธิการบดี มพ. ขยายความถึงผลงานจากโครงการที่เป็นรูปธรรมแล้ว

หันมาฟังมุมมองชาวบ้านซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล นายสันติภาพ ตุลาพันธุ์ ที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าไทลื้อทุ่งมอก ต.เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า “2 ใน 3 ของคนในหมู่บ้านเป็นชาวไทลื้อที่ส่วนหนึ่งยังทอผ้าไทลื้อมาแต่ดั้งเดิม ที่ผ่านมากระบวนการย้อมสีผ้าจะใช้สีสังเคราะห์ จนปี 2553 คณะวิทยาศาสตร์ ม.พะเยา ได้เข้ามา ให้ความรู้ถึงกระบวนการและเทคนิคการย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ รวมไปถึงการออกแบบลวดลาย เป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดสารพิษ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และจำหน่ายได้ราคาดี ขณะที่ต้นทุนต่ำลง เพิ่มมูลค่าราคาขายถึง 50–80% และปีนี้ชุมชนยังจะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ไทลื้อมีชีวิตขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักท่องเที่ยวได้มาเรียนรู้ภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรมชาวไทลื้อ เพื่อสืบสานยังรุ่นต่อไป”

นายสันติภาพ กล่าวด้วยว่า “การที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.พะเยา ได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้ชาวบ้านเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ลดช่องว่างระหว่างนักวิชาการ นักวิจัยกับชาวบ้าน ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านมักคิดว่าอาจารย์ระดับด็อกเตอร์ ชาวบ้านคงเอื้อมเข้าไม่ถึง อีกทั้งหน่วยงานราชการต่างๆ ที่บางครั้งเข้ามาก็ไม่ได้ให้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่คณะวิทยาศาสตร์ ม.พะเยา ได้มาศึกษาความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้าน จากนั้นก็มาเรียนรู้ร่วมกัน”

ทีมข่าวการศึกษา มองว่า ผลลัพธ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการ 1 คณะ 1 โมเดล ไม่ใช่เพียงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านให้ดีขึ้น แต่ยังส่งผลไปถึงนิสิตที่เกิดการตื่นตัวกับการทำงานรับใช้สังคม รวมถึงการค้นหาตัวตน และยังเป็นตัวชี้วัดศักยภาพของอาจารย์ ทั้งด้านความคิด การทำงานวิจัยที่ได้ลงพื้นที่ร่วมทำจริงกับชาวบ้าน เป็นการพัฒนาองค์ความรู้คู่ไปกับพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

เราเชื่อมั่นว่า มหาวิทยาลัยถือเป็นขุมปัญญาวิชาการความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมได้อย่างมากมายมหาศาล

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสามารถปลดระวางองค์ความรู้และงานวิจัยเหล่านั้นจากหิ้งลงมาถึงมือชาวบ้านอย่างจริงจัง

เพราะนั่นคือ คุณค่าและประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและประเทศชาติที่มั่นคงและยั่งยืน.


ทีมข่าวการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้