วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งซ้ำซาก

ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งซ้ำซาก

โดย ซี.12
4 ก.พ. 2557 05:00 น.
  • Share:

การเลือกตั้งอันทุลักทุเลผ่านไปแล้วสมใจรัฐบาลและบรรดากองเชียร์ทั้งหลายตลอดจนคนที่ยึดถือการเลือกตั้งเป็นสรณะ แต่ในที่สุดจะต้องเป็นการเลือกตั้งที่เสียเปล่าและต้องเป็นโมฆะอย่างแน่นอน

ถามว่าใครกันบ้างที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ที่ดันทุรังจัดการเลือกตั้งขึ้นทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าจะมีอะไรตามมาจากผลแห่งการดันทุรังนั้นรวมทั้งเงินงบประมาณอีกหลายพันล้านที่สูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย

ใช่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และบรรดาผู้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตลอดจนกองเชียร์กองหนุนรวมทั้งผู้บงการจากต่างแดนหรือไม่

ใช่ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.และ กกต.อีก 4 คน หรือไม่

ที่ไม่ถามว่า ใช่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และบรรดามวลมหาประชาชนใน กปปส.หรือไม่ ก็เพราะว่ากลุ่มฟากนี้ยืนยันชัดเจนมาตลอดเวลาว่า ต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

ดังนั้นเมื่อเกิดการเลือกตั้งที่เสียเปล่าอย่างนี้คนที่ดันทุรังจัดขึ้นมาจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าจะจัดขึ้นมาซ้ำซากอีกก็จะผิดรัฐธรรมนูญซ้ำซากในข้อที่ว่า

วันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

แผนงานของ กกต.ที่กำหนดกะเกณฑ์ไว้ว่าจะจัดเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ในวันโน้นวันนี้ จะจัดการเลือกตั้งในเขตที่ไม่มีผู้สมัครหรือเขตที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ขึ้นใหม่ในวันนั้นวันนู้น ขืนทำไปก็ต้องสูญเสียงบประมาณเพิ่มเติมอีก

เพราะพอมีการชี้ว่าการเลือกตั้งทั้งหมดเป็นโมฆะ สิ่งที่พยายามทำก็สูญสลายไปหมดสิ้น

ขอให้เลิกล้มความคิดดันทุรังแล้วหันมาร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันการปฏิรูปทางการเมืองให้บังเกิดผลชัดเจนเสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ

ก่อนอื่นหนทางเดียวที่จะเกิดการปฏิรูปที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายคือการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่เป็น ผู้กุมอำนาจรัฐ เสียก่อน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ต้องปฏิวัติรัฐประหารหรือฉีกรัฐธรรมนูญแต่ประการใด

สามารถเปลี่ยนไปตามกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี่แหละเพียงแต่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และบรรดารัฐมนตรีสายตรงของ ระบอบทักษิณ ทั้ง 31 คนต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด

เหลือไว้เพียง รัฐมนตรี ที่มิได้อยู่ในเครือข่ายทักษิณโดยตรง 5 คน คือ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

แล้วให้รัฐมนตรีทั้ง 5 คนนี้ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ที่ว่างอยู่เท่าที่จำเป็นโดยมีหน้าที่สำคัญในการสนองตอบผลการปฏิรูปการเมืองที่ออกมาเพื่อให้มีผลใช้บังคับอย่างถูกต้องชัดเจนด้วยการออก พระราชกำหนด หรือ พระราชกฤษฎีกา เท่าที่จำเป็น

รัฐธรรมนูญมาตรา 195 ให้อำนาจไว้แล้วว่า “บทกฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการ อันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ต้องมี รัฐมนตรี ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”

ที่ผ่านๆมาที่นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการก็กระทำในฐานะรัฐมนตรีคนหนึ่ง

วันนี้จึงต้องยืนยันอีกครั้งว่าให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งซ้ำซาก.

 

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้