วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สปสช.ลุยช่วยผู้ป่วยหัวใจภาคใต้ ชี้ลดอัตราตายได้ 9.8%

สปสช.ลุยช่วยผู้ป่วยหัวใจภาคใต้ ชี้ลดอัตราตายได้ 9.8%

  • Share:

สปสช.เผยผลงานช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจพื้นที่ 7 จ.ภาคใต้ หลังหนุนเพิ่มศักยภาพระบบการรักษา ชี้ 4 ปี ช่วยลดอัตราการตายผู้ป่วยระหว่างรอคิวเหลือร้อยละ 9.8 ...

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โรคระบบไหลเวียนโลหิต เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 1 ของการรับบริการผู้ป่วยในของประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง โดยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นสาเหตุหลักในกลุ่มนี้ มีความชุกเพิ่มสูงขึ้น จาก 132.92 ต่อแสนประชากร ในปี 2553 เป็น 157.37 ต่อแสนประชากร ในปี 2555 และอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 8.87 ต่อแสนประชากร ประกอบกับที่ผ่านมา การเข้าถึงการรักษายังต่ำ ทั้งการสวนหัวใจและการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด ทั้งมีระยะเวลาการรอคอยรักษามากกว่า 1,000 วัน ดังนั้นเพื่อเพิ่มการเข้าถึงการรักษา จึงต้องเพิ่มศักยภาพหน่วยบริการในพื้นที่ให้สามารถบริการสวนหัวใจและผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเพิ่มขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้มีมาตรการส่งเสริมป้องกันไม่ให้ป่วยหรือเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมากขึ้น

นพ.วินัย กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ทางคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขต 12 จึงให้การสนับสนุนพัฒนา ศักยภาพการให้บริการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดทั้งการสวนหัวใจและการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด นอกจากช่วยผู้ป่วยกลุ่มโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว ยังช่วยผู้ป่วยกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ ในส่วนของการสนับสนุนพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ ทำให้ในปี 2556 สามารถเปิดให้บริการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดได้ ซึ่งนอกจาก สปสช.ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาบุคลากรเพื่อ ให้การรักษา และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 นี้ ยังมีแผนเปิดให้บริการสวนหัวใจเพิ่มเติม

นพ.วินัย กล่าวต่อว่า นอกจากโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่แล้ว ในปี 2557 สปสช.ยังได้ให้การสนับสนุนงบประมาณโรงพยาบาลศูนย์ตรังเพื่อพัฒนาศักยภาพเพื่อให้บริการสวนหัวใจและผ่าตัดแบบเปิดเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงได้มากขึ้น และยังมีแผนที่จะสนับสนุนแก่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาต่อไป รวมถึงการส่งเสริมการจัดเครือข่ายระบบส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจที่รวดเร็ว (STEMI FAST TRACT) ให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาระบบบริการของเครือข่ายบริการที่ 12 ของ กระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง.

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้