วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กปปส.เลิกม็อบ2เวที

กปปส.เลิกม็อบ2เวที

  • Share:

ห้าแยกลาดพร้าวกับอนุสาวรีย์ชัย หมายจับ-หลักสี่

ตร.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุปะทะแยกหลักสี่ พบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อน โยน กปปส.ลาดพร้าว ระดมยิงกลุ่มเสื้อแดง ข้องใจปืนที่ใช้ก่อเหตุมีใช้ในหน่วยทหาร สมช.แฉมีกลุ่มฮาร์ดคอร์ติดอาวุธรอผสมโรงก่อเหตุ ศรส.สั่ง สตช.จ่อออกหมายจับมือปืนถุงปุ๋ย ทบ.ฮึ่ม! สวนกลับอย่าด่วนสรุปใช้อาวุธทหารถล่มม็อบแดง เกรงสังคมเกิดความสับสน แกนนำเวทีลาดพร้าวปัดวุ่นชายชุดดำไม่ใช่ม็อบ กปปส. โบ้ยเป็นกลุ่มคนที่ออกมาช่วยผู้ชุมนุม ภายหลังถูกระดมยิงใส่ “สุเทพ” ขู่ฟ้องยึดทรัพย์ “ยิ่งลักษณ์” เรียกค่าเสียหายชดเชยค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งโมฆะ ลั่นเดินหน้าปิดสถานที่ราชการต่อเนื่อง เตรียมเดินสายเวทีต่างๆระยะทาง 14 กม. วันที่ 3 ก.พ.ขอบคุณคน กทม.

หลังจากเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่ม กปปส.กับมวลชนที่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ที่บริเวณแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. จนมีผู้บาดเจ็บหลายราย ทางตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุจำนวนมาก โดยระบุว่า กลุ่ม กปปส.เป็นผู้ใช้อาวุธยิงใส่กลุ่มเสื้อแดงและตั้งข้อสังเกตว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมีใช้ในราชการทหาร

ตร.ลงพื้นที่ตรวจเหตุปะทะหลักสี่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ก.พ. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ. และ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์–ศักดิ์ รอง ผบช.น. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบบริเวณแยกหลักสี่ที่เกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุม กปปส. กับกลุ่มของนายนายวุฒิพงศ์ กช– ธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปทุม– ธานี ที่นำมวลชนมาสนับสนุนการเลือกตั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดย พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า พบหัวกระสุนเพิ่มเติมอีก 2 รายการ หลังป้อมจราจร สน.ทุ่งสองห้อง และบริเวณรถสายตรวจที่จอดอยู่หน้าป้อม เป็นกระสุน .38 วิถีกระสุนยิงมาจากบริเวณแนวแบริเออร์ จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ จากการรวบรวมหลักฐานตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เก็บปลอกกระสุนและหัวกระสุนได้ 25 ชิ้นได้แก่ กระสุนปืนลูกซอง ขนาด .38 ขนาด 9 มม. กระสุนปืนคาร์บิน และขนาด .223 ใช้กับปืนเอ็ม 16 ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบไม่พบสะเก็ดระเบิด คาดว่าเสียงดังคล้ายระเบิดที่เกิดขึ้นหลายครั้งเป็นเสียงประทัดยักษ์

ซัด กปปส.ยิงใส่กลุ่มเสื้อแดง

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์และที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อตรวจพิสูจน์หลัก– ฐานมาประกอบสำนวนคดี ในการกำหนดทิศทางของกระสุนว่า ยิงมาจากจุดไหน เบื้องต้นมีพยานหลักฐานเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่จับภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน เตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มกปปส.ลาดพร้าว เป็นผู้ยิงใส่กลุ่มคนเสื้อแดงเพียงฝ่ายเดียว และกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีการยิงตอบโต้แต่อย่างใด

โชว์หลักฐานปะทะ 2 ฝ่าย

ต่อมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ. ร่วมแถลงข่าวกรณีกลุ่ม กปปส.ปะทะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้งที่แยกหลักสี่ โดยนำหลักฐานปลอกกระสุน และหัวกระสุน ที่พบพร้อมเปิดภาพคลิปวีดิโอขณะเกิดเหตุประกอบการแถลงข่าว โดย พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเวลา 16.30 น. วันที่ 1 ก.พ. นายสุชาติ ศรี–สังข์ นำมวลชน กปปส. มาจากห้าแยกลาดพร้าว เพื่อสนับสนุนกลุ่มหลวงปู่พุทธอิสระ ที่อยู่ที่สำนักงานเขตหลักสี่ โดยนายสุชาตินำรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงมาจอดใกล้ป้อมตำรวจจราจรบริเวณแยกหลักสี่ จากนั้นร้องตะโกนว่า “เอามันๆ” ก่อนเกิดเสียงประทัดดัง 2 ครั้ง จากนั้นเกิดเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ตำรวจหลบเข้าไปในป้อมตำรวจจราจร บางส่วนก็หมอบลงบริเวณถนน

ใช้ถุงปุ๋ยคลุมปืนกลบหลักฐาน

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ภายหลังตำรวจและทหารร่วมคลี่คลายเหตุการณ์จนสงบ มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย โดยนายอะแกว แซ่ลิ่ว อายุ 71 ปี บาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาวดี ทั้งนี้ กลุ่ม กปปส.ที่เข้ามาในพื้นที่มีอาวุธปืน ใช้ถุงปุ๋ยคลุมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลอกกระสุนหล่นอันเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นมืออาชีพ ยังดีที่ตำรวจผลักดันได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ไม่มีคนบาดเจ็บมากกว่านี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อีโอดี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบทราบว่า เสียงที่ดังเป็นประทัดโดยใช้ท่อพีวีซี ปืนที่ใส่ถุงปุ๋ยสอดคล้องกับปืนขนาด .223 หรือแบบเอ็ม 16 หรือทราโว อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีคนชี้เป้าเป็นคู่บัดดี้เดินประกบคู่กันเป็นไปตามยุทธวิธี ส่วนภาพถ่ายบุคคลที่ใช้ปืน และเห็นใบหน้านั้น เป็นพยานและหลักฐานขอออกหมายจับและติดตามจับกุมต่อไป เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มใดก่อเหตุ พล.ต.ต.อดุลย์ตอบว่า ชัดเจนว่าเป็นกลุ่ม กปปส. จากภาพการแต่งกาย และการเคลื่อนขบวนค่อนข้างชัดเจน โดยผู้ก่อเหตุใส่ชุดลายพรางถืออาวุธเห็นหน้าตาชัดเจน จากการตรวจสอบพบปลอกกระสุนอยู่กับทาง กปปส. หัวกระสุนอยู่ที่ไอทีสแควร์ ตรวจสอบมาจากทาง กปปส.ลาด– พร้าว ส่วนหลวงปู่พุทธอิสระอยู่ข้างในเขตหลักสี่ และไม่มีหัวกระสุนฝั่งด้านนี้เลย ผู้บาดเจ็บถูกยิงเป็นผู้สูงอายุและผู้หญิงทั้งนั้น จากการประมวลข้อมูลคาดว่า จะออกหมายจับบุคคลที่ก่อเหตุยิงที่แยกหลักสี่ในส่วนที่เห็นชัดเจนไม่ต่ำกว่า 5 คน โดยวันที่ 3 ก.พ. จะขออนุมัติศาลออกหมายจับได้ คาดว่ากลุ่มมือปืนเป็นมืออาชีพ เพราะดูจากท่าทางการยิงมีความเชี่ยวชาญเหมือนผ่านการฝึกมา

สงสัยปืนก่อเหตุมีใช้ในวงทหาร

ขณะที่ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ. กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุเจอทั้งปลอกกระสุน และหัวกระสุน ปลอกกระสุนพบในแนวของกลุ่ม กปปส. บริเวณหัวถนนแจ้งวัฒนะตรงทิศใต้ ส่วนหัวกระสุนพบแถบตึกไอทีสแควร์ ซึ่งมีกลุ่มผู้คัดค้านการชุมนุมอยู่ ปลอกกระสุนดังกล่าวมี 25 รายการ ทั้งขนาด 11 มม. 9 มม. หมอนรองกระสุนลูกซอง หัวกระสุนขนาด .223 ขนาด.45 และขนาด .38 เบื้องต้นพบว่า มีการใช้ปืน 5 ชนิดคือ 11 มม., 9 มม., .38, ลูกซอง และคาร์บิน คาดว่าน่าจะมีปืนกลเล็กและยาวด้วย อาวุธทั้งหมดไม่สามารถยืนยันได้ว่าใช้ในราชการทหาร แต่อาวุธหลายประเภทมีใช้ในราชการทหาร แต่ลักลอบนำมาไม่ผ่านกระบวนการของราชการก็เป็นได้ หากได้อาวุธปืนกระบอกที่ต้องสงสัยมาก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า หัวกระสุนที่ได้ยิงจากปืนใด

สั่ง สตช.ออกหมายจับมือปืนถุงปุ๋ย

ที่ บช.ปส.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศรส.แถลงว่า ที่ประชุม ศรส.มีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการขอศาลออกหมายจับ และจับกุมผู้กระทำผิดเหตุการณ์กลุ่มการ์ด กปปส.และกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธร้ายแรงทั้งปืนพก ปืนยาว และวัตถุระเบิดในการก่อเหตุร้ายแรงทำร้ายประชาชนที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง และนักข่าว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งใน กทม.จำนวนหนึ่งพยายามไม่จัดการเลือกตั้งเช่น ปิดหน่วยโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือจงใจลาออกในเวลากระชั้นชิด เพื่อให้หาผู้มาทำหน้าที่ไม่ทัน ศรส.จึงให้ สตช.สอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคน เพราะมีประชาชนร้องเรียนเรื่องปิดหีบไม่สมเหตุสมผลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงต้องตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ในวันที่ 3 ก.พ.จะเปิดพื้นที่กรมการกงสุล และกระทรวงยุติธรรม เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่ปิดกั้น โดยจะสนธิทหารตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

สมช.แฉฮาร์ดคอร์ติดอาวุธก่อเหตุ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เหตุการณ์แยกหลักสี่เป็นตามที่ ศรส.ประเมินไว้ว่าจะมีการใช้ความรุนแรง โดยกลุ่มฮาร์ดคอร์แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นกลุ่มติดอาวุธ คนเหล่านี้เป็นคนกลุ่มน้อยกบดานอยู่ 2 แห่งคือเวที กปปส.ห้าแยกลาดพร้าว และเวที คปท. ที่สะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อมีการออกหมายจับตามรูปพรรณสันฐานแล้วจะมีการดำเนินการสืบสภาพการ์ดที่อยู่ใน 2 จุดดังกล่าวว่า ลักษณะตรงกับบุคคลใดบ้าง มั่นใจว่าหลังการเลือกตั้งสถานการณ์การเมืองจะเริ่มเบาลง ตำรวจจะดำเนินการเร่งติดตามผู้กระทำผิดหรือการจับกุมนายสุเทพได้ในที่สุด

“เหลิม”ขึงขังไล่จับมือยิง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงเหตุปะทะที่แยกหลักสี่ระหว่างกลุ่มเสื้อแดงกับกลุ่ม กปปส.ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมใช้อาวุธทำร้ายกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่จากภาพถ่ายและคลิปวีดิโอทำให้ทราบตัวคนร้าย และอาวุธที่ใช้ จะตามจับบุคคลในภาพทั้งหมด หลังการเลือกตั้งจะมีมาตรการตรวจอาวุธอย่างเข้มงวดมากกว่านี้ในพื้นที่รอบ กทม. จากการตรวจสอบพบว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธสงครามคล้ายปืนเอ็ม 16 พฤติกรรมการยิงมีความชำนาญ มีผู้ช่วยคอยชี้เป้า เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ยุติการชุมนุม เพราะสิ่งที่ทำอยู่เป็นความผิด อยากให้มามอบตัวกับตน เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่ต้องมาห่วงตน เพราะเลิกกินไวน์มา 6 เดือนแล้ว เป็นห่วงตัวเองดีกว่า ขณะนี้ มีหมายจับติดตัวหลายคดี

ผบ.ตร.สั่งสอบเหตุปะทะหลักสี่

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงเหตุความรุนแรงบริเวณแยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่า มอบให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. สืบสวนคลี่คลายคดีแล้ว ซึ่งการเข้าไประงับเหตุที่เกิดขึ้นถือว่าตำรวจ ทหารปฏิบัติการได้ดีพอสมควร ยืนยันว่าที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้ตั้งด่านสกัดอาวุธอย่างเข้มงวด สามารถจับกุมอาวุธปืน วัตถุระเบิดได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่แยกหลักสี่ที่มีการใช้อาวุธยิงปะทะกันนั้น คงต้องเพิ่มความเข้มการตั้งด่านให้มากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติการร่วมกับทหารในการตั้งจุดตรวจ จัดชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เสี่ยงที่มีมวลชนมีความเห็นต่างทางการเมือง

ยึดหลักสี่โมเดลระงับเหตุรุนแรง

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินการเร่งด่วน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ปะทะที่แยกหลักสี่มาดำเนินคดี โดยมอบให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ดูแลการควบคุมการสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. รับผิดชอบการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เพื่อเป็นพยานหลักฐาน และยังกำชับให้ศึกษากรณีดังกล่าวเป็นบทเรียนในการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบายลดเหตุเผชิญหน้าของกลุ่มมวลชนที่ความเห็นไม่ตรงกัน เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวจำเป็นต้องสืบสวนหาข่าวกลุ่มที่มีแนวโน้มขัดแย้งในเชิงการป้องกัน ให้มีการเจรจาตั้งแต่เริ่มก่อตัว เน้นปรับรูปแบบการตั้งจุดตรวจค้นให้ควบคุมทุกพื้นที่ เมื่อเห็นว่าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ให้ใช้กองกำลังที่มีการป้องกันตัวเข้าอยู่แนวตรงกลาง และผลักดันมวลชนออกจากกัน

ปลัด กห.ซัดโลกโซเชียลป้ายสี “โกตี๋”

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรอง ผอ.ศรส. กล่าวถึงเหตุการณ์ปะทะที่แยกหลักสี่ว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียดอยู่ ส่วนภาพอาวุธที่ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นอาวุธของทหารนั้น ยังไม่สามารถตัดสินได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน เมื่อถามว่า นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นำมวลชนมาที่แยกหลักสี่จนเกิดการปะทะกับกลุ่ม กปปส. ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พล.อ.นิพัทธ์ตอบว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าใครเป็นใคร การแอบอ้างชื่อหรือระบุชื่อบุคคลต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะในโซเชียลมีเดียมีการปรุงแต่งมาก ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานให้ถูกต้องตามหลักการ การไประบุชื่อคนว่าทำอย่างนั้น อย่างนี้จะเกิดความไม่เป็นธรรม  ถ้าตรวจสอบแล้วเป็นนายโก๋ตี่จริงก็มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ปชป.บี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเหตุผลหลักของการประกาศใช้คือ การชุมนุมระหว่างการเลือกตั้ง เมื่อการเลือกตั้งจบลง จึงไม่จำเป็นที่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป เพราะการชุมนุมไม่ได้ก่อให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ไม่มีการก่อการร้ายใดๆ จะมีแค่ปัญหาเรื่องบุคคลในการกระทบ กระทั่งตามจุดต่างๆ ดังนั้นจึงควรยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้แล้ว

ผบ.เหล่าทัพเกาะติดสถานการณ์

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันที่แยกหลักสี่นั้น รู้สึกเป็นห่วง แต่กรณีขัดขวางการเลือกตั้งถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งไม่อยากเห็นการบาดเจ็บ ทั้งนี้ต้องพยายามประคับ ประคองทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนที่กลุ่ม กปปส.ยังชุมนุมต่อแม้จะเลือกตั้งเสร็จนั้นถือว่า เป็นสิทธิและต้องช่วยกันดูแลเพื่อให้ทุกคนได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตนอยากให้เหตุการณ์สงบไม่มีการปะทะ บาดเจ็บเพิ่มเติม ส่วนตัวอยากให้พูดคุยกันเพื่อหาทางออกในลักษณะสันติวิธี เพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน เมื่อถามว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกได้หรือไม่ พล.อ.อ.ประจินตอบว่า โดยหลักการถือว่าเป็นทางออกที่ดี เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกโดยสันติวิธี หลังจากนี้ ผบ.เหล่าทัพจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพูดคุยกัน ส่วนจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะยังไม่มีข้อมูล ทั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารไปเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมจัดชุดแพทย์ พยาบาลไปประจำในพื้นที่ใกล้เคียงการเลือกตั้ง

ทบ.ติงอย่าใส่ร้ายใช้อาวุธทหาร

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ปะทะที่แยกหลักสี่ ซึ่งมีการใช้อาวุธคล้ายของทหารว่า ขอได้โปรดระวัง เพราะเกรงว่าสังคมจะสับสน อยากให้พิสูจน์ตามกระบวนการที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์น่าเชื่อถือ เหตุมวลชนปะทะกันมีการโพสต์ภาพ บางภาพพร้อมแสดงความเห็นว่า อาวุธคล้ายปืนรุ่นเดียวกับที่ราชการทหารใช้นั้น น่าจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝง ขอให้อย่าเดาชี้นำสังคม เพราะทหารที่ทำหน้าที่ครั้งนี้ไม่มีการติดอาวุธแน่นอน สำหรับผู้ต้องสงสัยตามภาพทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการ

สธ.สรุปยอดคนเจ็บ 9 ราย

ที่โรงพยาบาลสงฆ์ มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และการสาธารณสุข กรณีชุมนุมการเมือง โดย นพ.สมเกียรติ  เกษมธรรมคุณ  แพทย์ประจำโรงพยาบาลสงฆ์ ในฐานะผู้ประสานงานข้อมูลผู้บาดเจ็บกรณีการชุมนุมทางการเมือง กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลร่วมกับศูนย์เอราวัณ พบว่าเหตุการณ์ปะทะเมื่อวันที่ 1 ก.พ. มีผู้บาดเจ็บ 9 ราย จาก 3 เหตุการณ์ คือ 1.บริเวณเขตหลักสี่ เวลา 16.00 น. มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 2 ราย มี 1 รายอาการสาหัส คือชายอายุ 71 ปี ถูกยิงที่บริเวณคอตรงกับไขสันหลัง ต้องนอนในห้องไอซียู มีแนวโน้มเป็นอัมพาต 2.บริเวณห้าแยกลาดพร้าว เวลา 20.00 น. เกิดเหตุคล้ายเสียงประทัดยักษ์ มีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ถูกสะเก็ดที่แขน เข้ารับการรักษาที่ รพ.ราชวิถี แพทย์ล้างแผล อนุญาตให้กลับบ้านได้ 3.บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 10 เวลา 00.50 น. วันที่ 2 ก.พ. มีผู้หญิงขี่รถจักรยานยนต์ ถูกยิงบริเวณลิ้นปี่ใต้ราวนม รักษาตัวที่ รพ.วิภาวดีแพทย์ยังไม่ผ่าตัด ต้องสังเกตอาการอยู่ในห้องไอซียู ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เผย 10 จุด กทม.เสี่ยงปะทะ

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ปะทะใน กทม.มี 10 เขต ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือสายไหม ดอนเมือง บางกะปิ วังทองหลาง หลักสี่ บางนา บางบอน สวนหลวง มีนบุรี และบึงกุ่มนอกจากนี้ ต้องรอดูสถานการณ์เพิ่มเติมบริเวณปริมณฑลคือ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ส่วนต่างจังหวัดคือ จ.เชียงใหม่ อุดรธานี และขอนแก่น

แฟนนักข่าวโดนยิงปริศนา

เมื่อเวลา 00.30 น. ร.ต.ท.สุพิศ ช่อผกา พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งมีผู้ถูกยิงบริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 ใกล้กลุ่มผู้ชุมนุมม็อบ กปปส. ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ จึงไปตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บคือ น.ส.ภูธิตา เดชทะศร อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิสันติสุข ถูกยิงที่หน้าอก 1 นัด อาการสาหัส รีบนำส่ง รพ.วิภาวดี สอบสวนนายภูพาน ภูมิพงศ์ ฉู้วงศ์ อายุ 44 ปี ผู้ช่วยหัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แฟนคนเจ็บกล่าวว่า ตนและ น.ส.ภูธิตากำลังกลับที่พักย่านวัดไผ่เขียว โดยตนขี่รถจักรยานยนต์มีแฟนสาวนั่งซ้อนท้าย ขณะเลี้ยวเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 10 ใกล้กับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด พร้อมเสียงแฟนสาวร้องด้วยความเจ็บปวด หันไปดูก็พบว่ามีเลือดออกมาจากช่วงท้อง จึงขี่รถไปขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่อยู่ใกล้ๆ ส่วนคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร และไม่รู้ว่าถูกยิงมาจากทิศไหน ส่วนอาการของ น.ส.ภูธิตา แพทย์ยังคงต้องประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

ปาบึ้ม กปปส.พระประแดง

วันเดียวกัน ร.ต.ท.บุญเลิศ เหล็กมา พงส.สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ไปตรวจสอบเหตุปาระเบิดที่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 5 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง ซึ่งเป็นบ้านนายณัฐพงศ์ ศรประพันธ์ รองเลขา กปปส.พระประแดง พบบริเวณประตู
หน้าร้านที่เป็นประตูเหล็กม้วนพบคราบน้ำมันเครื่องจำนวนมาก และพบเศษชิ้นส่วนระเบิดปิงปองตกเกลื่อนพื้นจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนนายณัฐพงศ์ทราบว่าเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ทรงคะนอง และเป็นรองเลขา กปปส. อ.พระประแดง พามวลชนไปชุมนุม คงมีกลุ่มบุคคลไม่พอใจในการกระทำของตนจึงมาข่มขู่ ขณะที่ชุดสืบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามคนร้ายต่อไป

กปปส.ซิดนีย์จัดปิกนิกคู่ขนาน

วันเดียวกัน ที่ Belmore Park ย่านไทยทาวน์ มหานครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เวลา 13.30 น. นายบัญชา มูลสุวรรณ แกนนำ กปปส.ซิดนีย์ จัดเวทีปราศรัยต่อต้านและขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีคนไทยในซิดนีย์มาฟังการปราศรัยจำนวนมาก

นายวีรพันธ์ วิบูลย์พันธุ์ ประชาสัมพันธ์และประสานงานกิจกรรมพิเศษ กปปส.ซิดนีย์ กล่าวว่า การปราศรัยครั้งนี้ จัดในรูปแบบปิกนิกต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คู่ขนานไปพร้อมกับ กปปส.ที่เมืองไทย พร้อมทั้งต่อต้านการเลือกตั้งที่เมืองไทย นอกจากนี้ยังมีการอ่านแถลงการณ์ กปปส.ซิดนีย์ ที่มีแนวทางเดียวกับ กปปส.จาก 9 ประเทศในยุโรป ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  ที่ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์  พร้อมกันนี้ยังนำสินค้ามาประมูล นำเงินที่ได้มอบให้ กปปส. และ คปท.ที่เมืองไทย

ลาดพร้าวคึกเล่นเกม “ปาปากปู”

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตามเวทีต่างๆในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.นั้น ที่เวทีห้าแยก ลาดพร้าว แกนนำไม่นำมวลชนออกไปเคลื่อนไหวนอกพื้นที่ แต่มีการทำกิจกรรมวันปิกนิกเดย์ เพื่อคัดค้านการเลือกตั้ง มีวงดนตรีสตริง เพื่อชีวิต หมอลำขึ้นเวทีขับกล่อมให้ผู้ชุมนุมเต้นรำอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ มีการเล่นเกม “ปาปากปู” ด้วยการใช้ลูกเทนนิสปาใส่รูปภาพของนักการเมืองคู่กัดของกปปส. เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายปลอดประสพ สุรัสวดี และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ หากปาเข้าปากจะได้นกหวีดเป็นรางวัล

ปัดวุ่นชายชุดดำไม่ใช่ กปปส.

ด้านนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.เวที

ห้าแยกลาดพร้าว ปราศรัยบนเวทีว่า แม้จะไม่มีการเคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ แต่ขอให้ทุกคนเตรียม พร้อมอยู่ในที่ตั้ง ส่วนเหตุการณ์ชายชุดดำยิงปืนเข้าใส่กลุ่มเสื้อแดงในเหตุการณ์ปะทะกันที่บริเวณแยกหลักสี่นั้น ไม่ใช่กลุ่ม กปปส. แต่เป็นคนที่ออกมาช่วย ภายหลังจากถูกกลุ่มเสื้อแดงระดมยิงปืนใส่ ทำให้ผู้ชุมนุม 200-300 คนถูกตัดขาด จึงต้องบุก เข้าไปช่วย และป้องกันตัวจากการถูกระดมยิง ยืนยันว่าผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ ไม่มีปืนยาว แม้เหตุปะทะจะผ่านไปแล้ว แต่ต้องไม่ประมาท ทราบว่ากลุ่มเสื้อแดงยังรวมตัวอยู่ที่วัดหลักสี่

ปทุมวันจัดกิจกรรมเสียดสีเลือกตั้ง

ส่วนที่เวทีปทุมวัน บรรยากาศการชุมนุมตั้งแต่ ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยมาร่วมชุมนุม เพื่อร่วมกิจกรรมปิกนิกเดย์ แสดงจุดยืนไม่ไปเลือกตั้ง และเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อาทิ กิจกรรมลวกต้มไม่เลือกตั้ง โดยจัดตั้งคูหาเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งทั่วไป และให้ผู้ชุมนุมเขียนข้อความแสดงความรู้สึกลงในกระดาษและหย่อนลงหีบ ซึ่งมีผู้ชุมนุมเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ขณะที่กิจกรรม บนเวทียังคงมีการปราศรัยสลับการแสดงดนตรีต่อเนื่อง

ศาลาแดงคึกแปรอักษรโนโหวต

ที่เวทีแยกศาลาแดง มีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมกันอย่างคึกคัก โดยนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.แยกศาลาแดง นำมวลชนแปรอักษรเป็นคำว่า “NO VOTE” ที่บริเวณลานหน้าพระรูป รัชกาลที่ 6 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการไม่ไปเลือกตั้ง พร้อมอ่านแถลงการณ์ยืนยันต่อต้านกระบวนการเลือกตั้งของรัฐบาลทุกรูปแบบ และต้องมีการเลือกตั้งใหม่หลังปฏิรูปประเทศเท่านั้น

“เทือก” ยุฟ้องเรียกค่าเสียหาย “ปู”

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เดินทางเยี่ยมมวลชนที่เวทีแยกศาลาแดง เพื่อให้กำลังใจ ก่อนกล่าวบนเวทีปราศรัยว่า เป็นครั้งแรกของการเมืองไทยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ฟังข่าวการเลือกตั้งใน กทม. ถือว่าซบเซา ประชาชนให้ความสนใจการเลือกตั้งน้อยมาก มีคนไปเลือกตั้งบางตาเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง การเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา รัฐบาลอ้างว่ามวลมหาประชาชนไปปิดล้อมละเมิดสิทธิการเลือกตั้งคนอื่น ดังนั้น แกนนำ กปปส.จึงห้ามยุ่งเกี่ยวหน้าหน่วยเลือกตั้งเด็ดขาด แต่มวลมหาประชาชนไปนอนเฝ้าสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งแทน เพราะเกรงว่าบัตรเลือกตั้งจะสูญหายในพื้นที่ กทม. เช่น สำนักงานเขตหลักสี่ ราชเทวี ดินแดง ทำให้บัตรเลือกตั้งไม่ถึง หน่วยเลือกตั้ง ส่วนภาคใต้มีประชาชนไปนอนเฝ้าศูนย์ ไปรษณีย์ในหลายจังหวัด ทำให้บัตรเลือกตั้งไปไม่ถึงหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดภาคใต้ ต้องชื่นชมว่าสุดยอด หากเราชนะในครั้งนี้ต้องเรียกร้องค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จัดการเลือกตั้งบ้าบอ ไม่ฟังเสียงคัดค้าน จนเสียงบ 3.8 พันล้านบาท

โดนลูบคมปาขวดน้ำใส่ผู้ชุมนุม

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่นายสุเทพ ปราศรัยบนเวทีอยู่นั้น เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีคนโยนขวดน้ำเปล่าจากบนสะพานข้ามแยกศาลาแดงลงมาด้านล่างใส่ผู้ชุมนุมที่นั่งฟังนายสุเทพปราศรัยอยู่  ทำให้นายสุเทพประกาศให้การ์ดเร่งขึ้นไปตรวจสอบ จับกุมผู้ก่อเหตุมาให้ได้ แต่เมื่อการ์ดไปตรวจสอบกลับไม่พบผู้ก่อเหตุ

จากนั้น นายสุเทพปราศรัยต่อว่า เป็นกลุ่มหมาลอบกัดของฝั่งรัฐบาลที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จ้างคนมาก่อความวุ่นวายในการชุมนุม ดังนั้น จะสั่งให้การ์ดจัดระบบรักษาความปลอดภัย ปิดสะพานข้ามแยกศาลาแดง 100 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้จะเดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยที่เวทีศาลาแดงทุกวัน ในเวลา 13.00 น. และจะเชื่อมสัญญาณไปยังถนนสีลม เพื่อให้พนักงาน ประชาชนร่วมรับฟังไปพร้อมกัน

3 ก.พ.เดินสายขอบคุณทุกเวที

ที่เวทีราชประสงค์ เวลา 16.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กล่าวปราศรัยบนเวทีว่า สิ่งที่น่าอายคนทั้งโลกมากที่สุดคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หย่อนบัตรลงคะแนนผิด สมควรที่พวกเราต้องไปเยี่ยมนายกฯสักที เอาปี๊บไปฝากให้ไว้คลุมหัว อย่างที่คนพูดทั้งประเทศว่า โง่ สมองกลวง แขวะไม่ต้องจุดเทียนเลือกตั้ง รัฐบาลชุดนี้กำลังระส่ำระสาย ชาวนาก็ประท้วงราคาข้าว เคยประกาศไว้แล้วว่า วันที่ประชาชนชนะ ได้เป็น รัฏฐาธิปัตย์ ประกาศฉบับแรกจะยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ ตระกูลชินวัตรและบริวาร นำเงินมาจ่ายข้าวนาก่อน ภารกิจต่อไปต้องช่วยกันปิดสถานที่ราชการ ให้ข้าราชการหยุดงานมาร่วมต่อสู้กับเรา ให้รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ ในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 09.00 น. จะจัดเดินขบวนครั้งใหญ่ ขอบคุณชาว กทม. ตนจะ นำเดินจากเวทีห้าแยกลาดพร้าว ผ่านสะพานควาย มานำมวลชนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินต่อไปที่เวทีราชประสงค์ จากนั้น มุ่งหน้าไปยังเวทีสวนลุมพินี ระยะทาง 14 กิโลเมตร

ยุบ 2 เวทีไปรวมสวนลุมพินี

ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. แถลงผลการประชุมร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำทุกเวทีว่า กปปส.มีมติให้ยุบเวทีห้าแยกลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปรวมกับเวทีสวนลุมพินี โดยจะย้ายออกจากพื้นที่ในเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ. นายสุเทพจะมาเดินนำผู้ชุมนุมจากห้าแยกลาดพร้าวไปที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และรวมกันเดินไปที่สวนลุมพินี เพื่อให้จุดชุมนุมเหลือเพียง 4 แห่ง ที่ปทุมวัน อโศก ราชประสงค์ และสวนลุมพินี ส่วนเวทีแจ้งวัฒนะ นายสุเทพจะไปคุยกับหลวงปู่พุทธอิสระอีกครั้ง เพื่อให้มารวมอยู่ด้วยกันด้านใน ไม่ต้องอยู่ด้านนอกเพียงเวทีเดียว สาเหตุที่ต้องย้ายเพราะเป็นห่วงว่าเวทีลาดพร้าวและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีความเสี่ยงสูงจะเกิดเหตุรุนแรงช่วงหลังเลือกตั้ง ข่าวกรองล่าสุดทราบว่ากลุ่มเสื้อแดงจะสร้างความรุนแรงหนักขึ้น ใช้อาวุธร้ายแรง จะยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ที่ชุมนุม ขณะที่รัฐบาลก็ปล่อยให้เข้ามาก่อกวนหลายครั้ง จึงให้ย้ายด่วน โดยความปลอดภัยของผู้ชุมนุมต้องมาก่อน เพราะมีข่าวว่าจะมีการชี้เป้ายิงระเบิดเอ็ม 79 ทำร้ายตนในลักษณะเดียวกับ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม การยุบ 2 เวทีไม่ทำให้การชัตดาวน์เสียรูปขบวน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เมื่อปลอดภัยก็กลับมาได้อีก

ย้ำเสียงแข็งชายชุดดำไม่ใช่ กปปส.

นายอิสสระกล่าวว่า  ส่วนชายชุดดำที่มาช่วยผู้ชุมนุม กปปส.ยิงปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงที่แยกหลักสี่ นั้น ยอมรับว่าชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว มีผ้าสีเขียวผูกแขน ที่ล้มตัวนอนยิงปืนพกสั้น เป็นผู้ชุมนุมเวทีลาดพร้าว ชายคนดังกล่าวถูกเสื้อแดงระดมยิงใส่ จึงต้องป้องกันตัว โดยนำปืนพกที่แอบนำเข้ามาในที่ชุมนุมยิงตอบโต้ จะเห็นว่าตอนยิงจะล้มตัวหมอบกับพื้นในลักษณะหมอบหลบกระสุนที่ถูกยิงใส่ แต่หลังจากมีภาพไปปรากฏในหนังสือพิมพ์ได้หายตัวไปจากที่ชุมนุมอาจเพราะตกใจ  กำลังให้ตามตัวอยู่ แต่ยังไม่พบ ส่วนชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งดำหลายคนที่ถืออาวุธร้ายแรงไม่ใช่การ์ดหรือผู้ชุมนุมกปปส. เพราะไม่มีสัญลักษณ์ กปปส. ไม่มีบัตรประจำตัวการ์ด อาจเป็นคนที่สวมรอยมาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะชายที่ยืนถือปืนยาว ทราบว่าเป็นกลุ่มอาชีวะอยู่ที่ จ.นนทบุรี แต่ กปปส.ลาดพร้าวไม่เคยใช้กลุ่มอาชีวะเข้ามาเป็นการ์ด

ส่งซิกนัดระดมพลใหญ่อีกรอบ

ต่อมาเวลา 20.30 น. ที่เวทีปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เหตุปะทะที่แยกหลักสี่ มีกลุ่มเครือข่ายแพทย์อาสาจะเข้าไปช่วยผู้ชุมนุม แต่ถูกกลุ่ม นปช. ยิงสกัดไว้ ตนเป็นห่วงพี่น้องเรา เกรงจะบาดเจ็บ เพราะมีคนส่งคลิปภาพให้ดูว่า มีการใช้ปืนเอ็ม 16 ปืนทราโว่ ปืนสั้น รวมถึงภาพที่ใช้ถุงปุ๋ยคลุมอาวุธปืน เพื่อไม่ให้ปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ ถือเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่มวลชนเราแน่นอน ส่วนคนมีปลอกแขนสีเขียว สันนิษฐานว่าเป็นคนของเรา แต่ยังหาตัวไม่พบ ใครที่ร่วมชุมนุมแล้วแอบพกปืนสั้นมาด้วย ขอให้เก็บไว้ที่บ้าน เกรงว่าจะเสียหลักการการชุมนุม หลังจากนี้จะเข้มงวดมากขึ้น จะทำทะเบียนผู้ชุมนุมที่นอนพักค้างแรมไว้ ส่วนการต่อสู้ต้องทำต่อไป ใครปิดสถานที่ราชการอยู่แล้วให้ดำเนินการต่อไป ยกเว้นโรงเรียนอย่าไปปิด กำลังคิดว่าจะมีวันรวมพลคน กทม. ปิด กทม.อีกครั้ง แต่ต้องจัดการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคน โดยขังไว้ในบ้านก่อน

นำมวลชนรวมยุบ 2 เวที

นายสุเทพกล่าวว่า ในวันที่ 3 ก.พ. จะชวนพี่น้องเดินขบวนอีกครั้ง จากเวทีลาดพร้าวมุ่งหน้าเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจบที่เวทีสวนลุมพินี จะถือโอกาสรวบรวมพี่น้องไปรวมที่สวนลุมพินีด้วยกัน เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ส่วนเวทีแจ้งวัฒนะ ให้แล้วแต่หลวงปู่พุทธอิสระจะเห็นสมควร ได้พูดคุยกับหลวงปู่แล้วว่า เวทีแจ้งวัฒนะไม่ต้องเฝ้าศูนย์ราชการ แต่ให้ไปชุมนุมแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้