วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'อินเดีย'สุดแสบทบทวนFTAใหม่ ยอดส่งออกทองไทยลดฮวบ

'อินเดีย'สุดแสบทบทวนFTAใหม่ ยอดส่งออกทองไทยลดฮวบ

  • Share:

"พาณิชย์" แฉ อินเดียสุดแสบ ขอทบทวนความตกลง FTA กับไทย หลังยอดนำเข้าพุ่ง ทำขาดดุลการค้ามโหฬาร นำร่องเบรกนำเข้าทองคำก่อน อ้างมีการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าไทย เหตุแขกแห่นำเข้าไม่บันยะบันยัง แนะผู้ส่งออกทองคำไทย ปฏิบัติตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ป้องกันการสวมสิทธิ์ จนถูกใช้เป็นข้ออ้างขอปลดออกจากบัญชีลดภาษี...

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยข่าวกรองด้านสรรพากรของอินเดีย ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงการคลังของอินเดีย ต้องการทบทวนความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่อินเดียได้ทำกับประเทศต่างๆ รวมถึงไทย โดยจะเสนอให้เพิ่มอำนาจหน่วยงานจัดเก็บภาษีให้สามารถระงับการค้าโดยอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าการใช้ความตกลงเอฟทีเอ ผิดวัตถุประสงค์ จากการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเครื่องประดับทองคำ ที่นำเข้าจากไทยจำนวนมาก จนส่งผลให้อินเดียขาดดุลการค้าเป็นอย่างมาก

“ชาวอินเดียนิยมเครื่องประดับทองรูปพรรณของไทย เพราะมีความบริสุทธิ์ของเนื้อทองสูงถึง 96.5% ซึ่งตรงตามรสนิยม และสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ส่งผลให้สินค้าไทยเป็นที่นิยมมาก ประกอบกับชาวอินเดียนิยมซื้อทองคำมากกว่าการฝากเงินในธนาคาร และเก็บภาษีนำเข้าจากไทยถูกกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้การนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นมาก แต่ที่ผ่านมา อินเดียเก็บภาษีนำเข้าทองคำจากไทยภายใต้เอฟทีเอไทย-อินเดีย ที่ 1.01% แต่เก็บจากประเทศอื่น 15% จึงเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการบางรายใช้สิทธิเอฟทีเอไทย-อินเดีย เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีนำเข้า โดยอ้างเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากไทย”

อย่างไรก็ตาม อินเดียได้แก้ปัญหาดังกล่าว โดยระงับการนำเข้าสินค้าทองคำจากไทยตั้งแต่เดือน ก.พ. 56 โดยอ้างว่าหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของไทยไม่ชัดเจน และอินเดียมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดจากไทย จึงกักสินค้าไทยไว้ที่ด่าน และเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราปกติที่ 15% โดยไม่ได้หารือกับไทยเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ภายใต้ความตกลงเอฟทีเอ ได้กำหนดให้ต้องมีการหารือกันเพื่อแก้ปัญหา ส่งผลให้ในปี 56 ไทยส่งออกเครื่องประดับทองคำไปอินเดียได้มูลค่า 9.37 ล้านเหรียญฯ ลดลงจาก 123.95 ล้านเหรียญฯ ในปี 55 และทองรูปพรรณ 1.48 ล้านเหรียญฯ ลดลงจาก 52.73 ล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นการส่งออกที่ลดลงถึง 90%

นายสมเกียรติ กล่าวต่อถึงแนวทางในการรักษาตลาดทองคำของไทยในอินเดียว่า ผู้ผลิตและผู้ส่งออกทองของไทย ควรปฏิบัติตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าภายใต้เอฟทีเอไทย-อินเดีย อย่างเคร่งครัด อย่าให้มีการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าทองคำจากไทย เพื่อไม่ให้อินเดียเอามาเป็นข้ออ้างทบทวนข้อตกลงกับไทย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้