วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุนตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

หนุนตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

  • Share:

สายกลางชี้ทางหลุดติดหล่มขัดแย้งหลังเลือกตั้ง

“ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ตกเป็นโมฆะ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่”

อดีต 1 ใน 5 อรหันต์ซึ่งเป็น กกต.ยุคแรก นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เสนอทางออกเมื่อการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ.57 เดินไปถึงขั้นดังกล่าว

หากมีปัญหาเกิดขึ้น ขอให้ กกต.พยายามแก้ไขทุกปัญหา แก้ทีละเปลาะๆ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เมื่อเลือกตั้งแล้วยังได้จำนวน ส.ส.ไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.มีหน้าที่ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อ เพื่อให้ได้ ส.ส.จนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกได้

โดยมีเป้าหมายไม่ให้รัฐบาลรักษาการอยู่ในอำนาจยาวนานเกินไป และอยากให้มีรัฐสภาที่มาจากอำนาจของประชาชนจริงๆ เมื่อมีรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญจะสามารถสถาปนาอำนาจ เพื่อทำหน้าที่ออกฎหมายหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การปฏิรูปการเมือง

การเลือกตั้งครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะมีพรรคการเมืองจำนวนมากส่งผู้สมัคร ส.ส. แต่มีการแข่งขันกันน้อยท่ามกลางความขัดแย้งที่สูง พรรคการเมืองไม่มีการเค้นปัญญาออกนโยบายให้โดนใจประชาชน จึงอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านและไปแข่งขันกันจริงจังในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แต่วันนี้มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแล้วไม่ไปใช้สิทธิ ผมไม่เห็นด้วย เพราะกรณีเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัคร ส.ส.1 คน ถ้าผู้มาใช้สิทธิกาช่องโหวตโนมีมากกว่าคะแนนของผู้สมัครคนนั้น จะทำให้ผู้สมัครเขตนั้นสอบตก

หรือกรณีคะแนนบัญชีรายชื่อ ผู้ไปใช้สิทธิไม่ต้องการเลือกทุกพรรคการเมืองได้โหวตโนและยังมีการประท้วงโดยทำสัญลักษณ์ดับเบิ้ลโหวตโน กากบาทในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนนซ้ำ เพื่อให้เป็นบัตรเสีย

ถือว่าเป็นบัตรประท้วงการเลือกตั้ง เมื่อนับบัตรประท้วงและบัตรโหวตโนรวมกันแล้วมีจำนวนมากกว่าคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนลำดับ 1 ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นหมดความชอบธรรม

สะท้อนว่าประชาชนต้องการให้รัฐสภามาแบบกระท่อนกระแท่น ไม่ไว้วางใจพรรคการเมืองดังกล่าว แม้พรรคการเมืองนี้ได้คะแนนเสียงข้างมาก จำเป็นจะต้องมีสปิริตทางการเมือง โดยเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มบทเฉพาะกาลให้ยกเว้นมาตรา 171 (2) บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. โดยจะไม่ใช้วรรคนี้ชั่วคราว 1 ถึง 2 ปี เพื่อเดินหน้าปฏิรูปการเมือง เมื่อปฏิรูปการเมืองเสร็จให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

หรือพรรคการเมืองดังกล่าวมีความชอบธรรมอยู่ แต่เห็นว่าการเมืองมันเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าต้องการเดินไปได้ก็ใช้ช่องทางนี้ หรืออาจใช้ช่องทางที่เป็นรัฐบาลผสมระหว่างนักการเมืองกับตัวแทนเทคโนเครตที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆให้มาเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล

พูดง่ายๆพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แค่มีสปิริตทางการเมืองอย่างเดียวไม่สัมฤทธิผลทางการเมือง จะต้องหารือกับ กปปส.ว่าต้องการอะไร ต้องการจะเอาใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง ซึ่งมีอำนาจบริหารประเทศควบคู่การปฏิรูปประเทศ เอาใครมาเป็นรัฐมนตรีบ้าง

การหารือในครั้งนี้ต้องพูดถึงเรื่องอำนาจ ควบคู่การปฏิรูป ขอให้เลือก 4-5 ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้ปฏิรูปสำเร็จก่อน เช่น การกระจายอำนาจ การปราบคอร์รัปชัน การลดความเหลื่อมล้ำ การเก็บภาษีให้ทั่วถึงให้รัฐบาลมีงบประมาณบริหารประเทศ ให้สวัสดิการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนจนให้ดีขึ้นกว่าเดิม และจะต้องร่วมกันแถลงข่าวไปเลยว่าแก้ไขกฎหมายใดๆบ้างหรือต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ถ้ามีการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ขอเสนอให้ใช้ระบบการเลือกตั้งผสมแบบสัดส่วน (Mixed Member Proportional) เป็นระบบของเยอรมัน ที่จัดสรรผู้ชนะในเขตเลือกตั้งขึ้นอยู่กับสัดส่วนคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองได้รับจากระบบบัญชีรายชื่อในเขตเลือกตั้งนั้นๆ คะแนนจากบัญชีรายชื่อของพรรคจะถูกนำไปชดเชยให้สัดส่วนที่เสียไปของพรรคการเมืองนั้นในระดับเขตด้วย

เช่น พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนบัญชีรายชื่อสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่เนื่องจากมีจำนวน ส.ส.ระบบเขตมากกว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามสถิติที่ผ่านมามีผู้ที่ได้เป็น ส.ส.บางเขตอาจได้รับเลือกถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น และมี ส.ส.ระบบเขตจำนวนไม่มากที่ได้คะแนนรับเลือกตั้งเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในเขตนั้น

โดยเฉลี่ย ส.ส.ระบบเขตที่ได้รับเลือกจะอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในเขตนั้น ซึ่งทำให้คะแนน เสียงที่เลือกจำนวนมากอีก 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าเปลี่ยนไปใช้ระบบการเลือกตั้งผสมแบบสัดส่วน จะทำให้พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.แบบเขตจำนวนมาก แต่ได้คะแนนสัดส่วนจำนวนน้อย พรรคการเมืองนั้นจะได้ ส.ส.เพิ่มไม่มาก จำนวน ส.ส.ของพรรคการเมืองนั้นจะเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนทั้งหมด

แตกต่างกับปัจจุบันที่แยกเป็นระบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต ถ้าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมากและได้คะแนนแบบเขตจำนวนไม่มาก พรรคการเมืองนั้นก็ได้ ส.ส.เข้ามาเกือบครึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดในสภาฯ ถือธงตั้งรัฐบาลแล้ว พรรคการเมืองอื่นๆอยากร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็วิ่งไปเกาะ

ถ้าเมื่อไหร่ประเทศไทยแก้ไขระบบเลือกตั้งผสมแบบสัดส่วน โอกาสที่พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงแบบเด็ดขาดจะไม่เกิดขึ้น สุดท้ายจะได้รัฐบาลผสม

ในอดีตสังคมมองว่ารัฐบาลผสมไม่ดี แต่ปัจจุบันพบว่ารัฐบาลเสียงข้างมากถูกวิจารณ์เป็นเผด็จการรัฐสภา และเมื่อพรรคเล็กพรรคน้อยที่ไปร่วมรัฐบาลโดยไม่มีปากเสียง ขอแค่เกาะชายผ้าเหลืองให้ได้ร่วมรัฐบาล ยิ่งทำให้เกิดเผด็จการ

หากเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบดังกล่าวการเมืองอาจจะเกิดปรากฏการณ์ใหม่ ถือเป็นแนวทางที่เสนอ สุดท้ายต้องรอให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยกันก่อนว่า ทิศทางระบบเลือกตั้งจะไปทิศทางใด ก็พร้อมที่จะนำเสนอในรายละเอียดถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆโดยสันติต่อไป

เมื่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือถึงทิศทางที่จะปฏิรูปในประเด็นเร่งด่วนเสร็จ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยขอเสนอทางเลือกให้ตั้งองค์กรปฏิรูปภายใต้ชื่อคณะราชกรรมาธิการ (Royal Commission) ซึ่งจะดูแลการปฏิรูปเป็นเรื่องๆ รูปแบบนี้มีใช้มานับร้อยปีในราชอาณาจักรหลายแห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา ซาอุดีอาระเบีย

คณะราชกรรมาธิการจะมีอำนาจตามที่กำหนด ทำงานอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาล เช่น บางคณะมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวน เรียกพยานเอกสาร พยานบุคคล รับฟังความเห็นในทางเปิดเผยและลับ ก่อนทำรายงานเสนอต่อผู้มีอำนาจและสาธารณชน เมื่อรัฐบาลได้รับข้อเสนอจะดำเนินการรวมไปออกเป็นกฎหมาย

ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้รัฐบาลชุดใหม่และฝ่ายค้านจะต้องร่วมมือในฐานะเท่าเทียมกันในด้านการปฏิรูปการเมือง โดยจะต้องออกกฎหมายพระราชกฤษฎีการองรับให้มีคณะราชกรรมาธิการ มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สนองรับราชโองการ

ส่วนบุคคลที่จะเข้ามาเป็นราชกรรมาธิการ ขอเสนอให้คนกลางที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับได้เป็นแกนนำ แล้วให้ทุกฝ่ายรวมถึงฝ่ายค้าน รัฐบาล กปปส. นปช. ภาคราชการ ภาคประชาสังคม และภาคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นที่คณะราชกรรมาธิการจะศึกษา เสนอแนะ เข้ามามีส่วนร่วมเป็นราชกรรมาธิการ

โดยมีบุคลากรและงบประมาณที่เพียงพอ มีอาสาสมัครทำงานเต็มเวลา คณะราชกรรมาธิการแต่ละชุดมีวาระการทำงาน 2 ปี หากคณะราชกรรมาธิการชุดที่เกี่ยวข้องด้านการปฏิรูปเสนอให้ปฏิรูปขนานใหญ่ เช่น ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ทำประชามติด้วย

ข้อดีของการตั้งคณะราชกรรมาธิการแต่ละชุด คือ รัฐบาลไม่มีอำนาจปลดเพื่อความเป็นอิสระในการทำงาน หากจะปลดต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยและสั่งยกเลิกคณะราชกรรมาธิการชุดนั้นๆได้ หากไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือปฏิบัติเกินข้อกำหนด

ทีมการเมืองถาม ว่าก่อนจะมีคณะราชกรรมาธิการได้ ต้องผ่านด่านการเลือกตั้งใหญ่มีโอกาสตกเป็นโมฆะ ในฐานะผู้มีประสบการณ์จะแนะนำ กกต.ชุดใหม่อย่างไร นายโคทม บอกว่า ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคุยกันดีกว่า อย่าไปชี้ว่าเป็นโมฆะ การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะแน่

ขอถามคนที่จะพยายามไปร้องให้การเลือกตั้งตกเป็นโมฆะ ทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไร แต่ถ้าการเลือกตั้งตกเป็นโมฆะ กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ และขอให้พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ด้วย หลังเลือกตั้งจะได้...

...ร่วมกันสถาปนาอำนาจขึ้นมาทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศ.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้