วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปูพรมกวาดล้าง 'ไข้มาลาเรีย' ในพื้นที่เสี่ยง 'ตาก' แห่งแรก

ปูพรมกวาดล้าง 'ไข้มาลาเรีย' ในพื้นที่เสี่ยง 'ตาก' แห่งแรก

  • Share:

กระทรวงสาธารณสุขจัดทำโครงการนำร่องกวาดล้างโรคมาลาเรีย เริ่มในพื้นที่สูง ใช้ 4 ยุทธศาสตร์ตรวจเลือดค้นหาผู้ป่วยใน 60 หมู่บ้าน หากเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงมาลาเรียต้องป้องกันตนเอง และมีไข้หนาวสั่น ต้องรีบพบแพทย์รักษาทันที

นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โรคมาลาเรีย (Malaria) ในประเทศไทยว่า โรคนี้ยังเป็นปัญหาในพื้นที่ป่าเขา และตามแนวชายแดน เมื่อเจ็บป่วยแล้ว หากได้รับการรักษาไม่ทันเวลา อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำนักระบาดวิทยา รายงานผลการเฝ้าระวังโรคในปี 2557 นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 - 26 มกราคม พบผู้ป่วยโรคมาลาเรีย 288 ราย ไม่มีเสียชีวิต ผู้ป่วยร้อยละ 51 เป็นเกษตรกร อยู่ในวัยแรงงาน จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ตาก ยะลา ระนอง อุบลราชธานี และตราด สาเหตุของโรคนี้ เกิดจากยุงก้นปล่องกัด ยุงชนิดนี้เป็นยุงอาศัยในป่า การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้มาลาเรียที่ผ่านมาได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2543 ที่มีผู้ป่วย 140,500 ราย ในปี 2555 จำนวน 16,196 ราย เสียชีวิต 17 ราย ในปี 2556 จำนวน 14,685 ราย เสียชีวิต 9 ราย

ซึ่งกรมควบคุมโรคมีนโยบายจะกวาดล้างโรคมาลาเรียให้หมดไปจากประเทศไทย โดยในปีนี้ได้จัดทำโครงดำเนินการในพื้นที่สูง เริ่มที่จังหวัดตากจังหวัดแรก โดยดำเนินการที่อำเภอท่าสองยาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบโรคนี้มากอันดับ 1 ในประเทศ ครอบคลุมทั้งหมด 60 หมู่บ้าน 6,000 หลังคาเรือน ประชาชนกว่า 15,000 คน เริ่มตั้งแต่วันที่ 29-31 มกราคม 2557 นี้ โดยใช้ 4 มาตรการ ได้แก่

1. ตรวจเลือดค้นหาผู้ป่วยและให้การรักษาฟรีทันที เมื่อพบเชื้อ 2. พ่นสารเคมีชนิดฤทธิ์ตกค้าง แต่ไม่เป็นพิษกับผู้อยู่อาศัยในกระท่อมทุกหลังคาเรือน 3. แจกมุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ ป้องกันยุงกัดทุกบ้าน ซึ่งสารดังกล่าวจะน็อกยุงเป็นอัมพาตและตายหลังสัมผัสสารที่เคลือบมุ้งภายใน 2 วินาที และ 4. แจกยาทากันยุงให้แก่ผู้ที่ตรวจพบเชื้อมาลาเรียในเลือด หรือสงสัยว่าป่วยเป็นไข้มาลาเรีย เพื่อป้องกันยุงกัดและนำเชื้อไปแพร่สู่คนอื่น โดยสามารถใช้ทาได้อย่างน้อย 3 วัน เป็นต้น มั่นใจว่าหากสามารถลดจำนวนผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอท่าสองยางลง ก็ลดอัตราป่วยจากไข้มาลาเรียของจังหวัดและทั้งประเทศลงได้

"โรคนี้มียารักษาหาย หากรักษาเร็วจะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจทำให้เชื้อไข้มาลาเรียดื้อยา และทำให้อาการของโรครุนแรงยิ่งขึ้น ประชาชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายแพทย์โสภณกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้