วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บุ๋ม’ ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่กลัวคนมองเลือกข้าง

‘บุ๋ม’ ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่กลัวคนมองเลือกข้าง

  • Share:

บุ๋ม-ปนัดดา หวังอนาคตจะได้ใช้สิทธิ์คัดค้านอย่างเต็มที่หากไม่เห็นด้วยกับคนที่เข้าไปในสภา ไม่กลัวคนมองเลือกข้าง และอยากใช้สิทธิ์ในการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนกฎหมายในการข่มขืนเด็ก ไม่คิดเล่นการเมืองเพราะอยากเป็นคนของประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อเวลา 09.00 น. นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้เดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งที่ 73 เขตเลือกตั้งที่ 16 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 เพื่อขอใช้สิทธิ์ของตนเองตามกฎหมาย โดยบุ๋มได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางมาเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า

การมาเลือกตั้งครั้งนี้? “ตามปกติค่ะ ตามที่เรามีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งนะคะ ก็ต้องใช้สิทธิ์ค่ะ และมันก็เป็นสิทธิ์ของเราว่าเราจะเลือกใครใช่มั้ยคะ เพราะว่านี้คือระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการออกสิทธิ์ออกเสียงอย่างเต็มที่” คนจะมองว่าการที่เป็นคนดังมาเลือกตั้ง เหมือนเป็นการเลือกข้างนิดหนึ่ง สำหรับพี่บุ๋มรู้สึกยังไง? “พี่ว่าพี่ไม่ได้มองอย่างงั้นค่ะ เพราะว่าการเลือกข้างคงไม่ใช่สำหรับตัวพี่ และก็ที่ผ่านมาการทำงานของพี่ค่อนข้างที่จะแสดงจุดยืนของพี่อยู่พอสมควรนะคะ ฝั่งโน้นก็มีเพื่อน พี่ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ฝั่งนี้ก็มีพวก อันนี้ก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่คำว่าระบอบประชาธิปไตยมันคือตัวของเราเอง ว่าเราจะตัดสินใจกับคนที่เป็นผู้แทนของเราเข้าไปยังไง หรือไม่เอาคุณก็ต้องมาแสดงสิทธิ์และเสียงอย่างเต็มที่ นี้คือระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องแสดงความคิดเห็นค่ะ ไม่ใช่ว่าคัดค้านอย่างเดียวโดยที่ไม่แสดงอะไรเลย แล้วก็ไม่เอาอะไรสักอย่างแล้วเราจะอยู่ภายใต้กฎหมายยังไง สิ่งที่สำคัญคือบุ๋มแค่อยู่ภายใต้กฎหมายค่ะ และก็อยากให้ประชาธิปไตยเดินต่อไปได้อย่างเต็มตัว เหมือนกับตอนนี้พี่เองเป็นนักเรียนนอก เราเองก็ดูข่าวที่ต่างประเทศว่าเขามีมุมมองกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างไร ถ้าเราขัดขืนการเลือกตั้งก็แสดงว่าเราไม่ยอมรับประชาธิปไตย นี้ก็คือที่ภาพลักษณ์ที่ต่างประเทศยอมรับไม่ได้ ดังนั้นพี่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นค่ะ เพราะว่าเราทำงานอยู่ตรงนี้ ก็ไปทำงานประสานกับต่างประเทศมาโดยตลอด เรากำลังจะถอยหลังนะถ้าเราไม่เลือกตั้ง แต่จะเลือกได้ยังไงหรือจะเลือกแล้วเลือกใหม่ หรือจะหาทางออกยังไงมันก็ต้องเดินไปข้างหน้าค่ะ”

หลายคนมองว่าดาราออกมาเลือกตั้ง แล้วผลกระทบหลังจากนี้เรากลัวไหม? “โอ๊ยเยอะเหมือนกันนะคะ ถ้าคนจะเข้าใจควรจะเข้าใจว่าบุ๋มเนี่ยเลือกข้างหรือว่าเลือกฝ่ายไหน บุ๋มก็จะยืนยันตัวเองว่าไม่ได้เลือกข้างไหนทั้งสิ้น คุณดูหลักฐานได้เลย มีหลักฐานด้วยค่ะว่าบุ๋มช่วยทุกฝ่าย และอยากให้คุยกันดีๆ มากกว่าค่ะ เพราะว่าจริงๆ แล้วบุ๋มเชื่อว่าแต่ละฝ่ายรักประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าบางทีมันเลยจุดที่จะคุยกันมั้ง(ยิ้ม) แล้วก็ในส่วนนี้ด้วยตัวของบุ๋มเองยังอยากที่จะใช้คำว่าสิทธิ์ของการคัดค้านอย่างเต็มที่ ถ้าในอนาคตพี่ไม่เห็นด้วยกับคนที่อยู่ในสภา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในนั้นใครจะได้เข้าไปอยู่ พี่เองอยากมีสิทธิ์ในการคัดค้านเค้าค่ะ แล้วพี่เองอยากมีสิทธิ์ในการยื่นเรื่อง อย่างที่ทราบกันนะคะว่าพี่กำลังอยากจะเปลี่ยนกฎหมายในการข่มขืนเด็ก ถ้าพี่ไม่มาวันนี้พี่จะมีสิทธิ์ไปทำอะไรได้บ้าง พี่มองเพื่อสังคมในมุมอื่นมากกว่าค่ะ พี่ไม่ได้มองว่าใครฝ่ายไหน แต่พี่มองว่าสังคมมันต้องเดินเรื่องบางเรื่องต่อไป แล้วก็ถ้าพี่ไม่มาเลือกในวันนี้ มันจะเสียสิทธิ์ในการยื่นชื่อในบัญชีรายชื่อเรื่องการเปลี่ยนกฎหมายในการข่มขืนเด็กค่ะ”

ส่วนตัวพี่บุ๋มเองคิดที่จะลงเล่นการเมืองบ้างไหม? “พี่ไม่ได้คิดที่จะเล่นการเมืองค่ะ เพราะว่าพี่ทำงานอย่างนี้พี่แฮปปี้กว่า พี่ยังเป็นคนของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ถามว่าเสียดายความรู้ที่เรียนมามั้ย จะไม่ให้พี่ช่วยเหลือหรือทำงานเพื่อประเทศชาติเลย พี่ก็เสียดาย ดังนั้นพี่ถึงบอกว่าคุณเช็กประวัติได้เลยค่ะ เพราะว่าพี่ทำงานทางด้านตำแหน่งวิชาการมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยโน้นพี่ก็อยู่วุฒิสภาเป็นผู้ชำนาญการ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ พาณิชย์ และอุตสาหกรรมของวุฒิสภาเค้า จากนั้นพี่ก็เป็นของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้วก็จากนั้นพี่ก็มาเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดังนั้นพี่ทำทุกรัฐบาลค่ะ ในฐานะนักวิชาการพี่ไม่เคยทิ้งความรู้ของตัวเอง แต่ถ้าจะให้พี่มานั่งเป็นนักการเมืองโดยที่จะโดนว่าอยู่ฝ่ายไหน ความคิดไม่เป็นคนของประชาชน พี่ก็ไม่เอา ดังนั้นพี่เลยคิดว่าเราสามารถทำให้ดีที่สุดในจุดของเราดีกว่าค่ะ”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้