วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปตท.โชติช่วงชัชวาล พลังงานไทยเพื่อใคร?

ปตท.โชติช่วงชัชวาล พลังงานไทยเพื่อใคร?

โดย
3 ก.พ. 2557 05:00 น.
  • Share:

เงื่อนปัญหาพลังงานไทย “กลางน้ำ” ...นพ.ระวี มาศฉมาดล กรรมการ กปปส. สะท้อนว่าในเมื่อรัฐบาลสร้างโรงกลั่น สร้างท่อส่งก๊าช สร้างโรงแยกก๊าช พอแปรรูปมาเป็น “ปตท.”

...โรงกลั่นมูลค่าลงทุนแสนล้านแต่ตีมูลค่าเหลือบาทเดียว เป็นไปได้อย่างไร กรณี “ท่อก๊าช” ก็แบบเดียวกัน กระทั่งมีการฟ้องร้อง สุดท้ายศาลมีคำสั่งต้องคืนท่อให้ประชาชน แล้ววันนี้คืนหรือยัง

คำถามสำคัญมีว่า ปตท.ฉ้อฉลตอนแปรรูปหรือไม่? และโปร่งใสแค่ไหน?

“ปตท. ทำธุรกิจฉ้อฉลจริงหรือ...ไม่เป็นความจริง” ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บอกอีกว่า การที่กล่าวอ้างว่าโรงกลั่นมีมูลค่าการลงทุนนับแสนล้านแต่ตีมูลค่าแค่บาทเดียวนั้น ความจริงแล้ว ปตท. เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท Shell เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการให้โรงกลั่นตกอยู่ในมือต่างชาติ

โดยซื้อในราคา 5 ล้านเหรียญฯ แต่ ปตท.ต้องแบกรับหนี้สินของ Shell ไปอีกจำนวนถึง 1,335 ล้านเหรียญฯ หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 41,000 ล้านบาท

หลังจากนั้น ปตท.ได้บริหารงานจนสามารถชำระหนี้ได้และผลประกอบการดีขึ้น มีกำไร และได้เป็นสินทรัพย์ของประเทศ ทำให้มีความมั่นคงทางด้านพลังงานมากยิ่งขึ้น

ประเด็น...การคืนท่อก๊าซฯ ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ว่า ปตท.ได้คืนท่อก๊าซครบถ้วนตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้น ปตท.ได้เช่าท่อก๊าซจากกรมธนารักษ์ ดังนั้นระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน ประกอบด้วยระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่เป็นทรัพย์สินของ ปตท. และระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติตามสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์

เกี่ยวกับการคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติและอัตราค่าบริการส่งก๊าซธรรมชาติ หรือค่าผ่านท่อ กำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปตท.เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐเท่านั้น

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 ที่ประเทศไทยมีการขุดพบก๊าซในอ่าวไทย รัฐบาลได้ขอให้เอกชนมาลงทุนสร้างระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ แต่ไม่มีเอกชนรายใดสนใจลงทุนเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงและมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของปริมาณก๊าซ รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ ปตท.เข้าไปลงทุน และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ระบบท่อส่งก๊าซฯ ในประเทศมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 4,056 กิโลเมตร โดยได้ใช้เงินลงทุนไปเป็นจำนวนมากกว่า 200,000 ล้านบาท

ปัจจุบันรัฐเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนสร้างระบบส่งก๊าซได้อย่างเสรี โดยขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

สำหรับประเด็น ปตท.ผูกขาดก็ไม่เป็นความจริงดร.ไพรินทร์ อธิบายว่า ปตท.ไม่ได้ผูกขาดธุรกิจพลังงาน ปตท.เป็นผู้ปฏิบัติภายใต้นโยบายรัฐเป็นหลัก เช่นเดียวกันกับบริษัทน้ำมันอื่นๆ อาทิ เชลล์ เอสโซ่ คาลเท็กซ์ ฯลฯ

“ธุรกิจต้นน้ำ” ซึ่งหมายถึง ธุรกิจสำรวจและผลิต มีผู้ประกอบการหลายราย ซึ่ง ปตท.สผ.เป็นเพียงบริษัทหนึ่งในนั้น โดยได้รับสัมปทานแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยคิดเป็นประมาณ 27% ของจำนวนแหล่งสัมปทานทั้งหมดในประเทศ

“ธุรกิจการกลั่น” ปตท.ก็ไม่ได้มีการผูกขาดแต่อย่างใด โดย ปตท.ถือหุ้นในโรงกลั่นจำนวน 5 แห่ง จากทั้งหมด 7 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการกลั่นเพียง 36% ของกำลังการกลั่นทั้งประเทศ


การเข้าถือหุ้นในโรงกลั่นของ ปตท. เป็นไปตามนโยบายรัฐที่ต้องการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน เช่น โรงกลั่นน้ำมันระยอง ซึ่งควบรวมเป็น PTTGC ในปัจจุบัน ก็เผชิญภาวะขาดทุนสะสมและขาดสภาพคล่องอย่างมากในปี 2540 ทำให้บริษัท Shell ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะนั้นตัดสินใจเลิกประกอบธุรกิจในเมืองไทย...

รัฐบาลจึงมอบหมายให้ ปตท.เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดจาก Shell และโรงกลั่น IRPC (TPI เดิม) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอย่างหนักจนต้องใช้เวลาการปรับโครงสร้างหนี้อยู่นาน

จนในที่สุด...รัฐบาลมอบหมายให้ ปตท.เข้าไปถือหุ้นทำให้ไม่ต้องล้มละลายหรือตกเป็นของต่างชาติ สำหรับ...โรงกลั่น SPRC ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ตั้งขึ้นโดยบริษัทต่างชาติ รัฐบาลจึงให้ ปตท.เข้าถือหุ้นด้วย เพื่อเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการกำกับดูแลการกลั่นน้ำมัน เพื่อสนองความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐในระยะยาว

ประเด็นสำคัญที่ต้องฉายภาพให้ชัดเจน “การกำหนดราคาของธุรกิจการกลั่น” ดร.ไพรินทร์ ย้ำว่า เป็นไปอย่างเป็นธรรมตามหลักการของการแข่งขันเสรีตามกลไกตลาดและสภาพการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานรัฐกำกับดูแล คือ สนพ. หรือ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

“ปตท. หรือโรงกลั่นไม่มีการกำหนดเงื่อนไขบังคับอย่างไม่เป็นธรรมกับลูกค้าในการซื้อน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมันจะเลือกซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นใดก็ได้อย่างเสรี รวมทั้งการนำเข้า”

ต้องย้ำว่า...ปตท.เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งและผู้ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่น การดำเนินนโยบายใดๆของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันแต่ละแห่งจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันเหล่านั้นเอง

อีกทั้งโรงกลั่น 4 ใน 5 โรงกลั่นที่ ปตท.ถือหุ้นนั้น เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยมีประชาชนและนักลงทุนถือหุ้นที่เหลือระหว่างร้อยละ 50.9 ถึง 72.78

สำหรับโรงกลั่นอีก 1 โรง คือ SPRC มีบริษัท Chevron เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 64 นอกจากนี้ยังมีโรงกลั่น ESSO อีก 1 แห่งที่ ปตท.ไม่ได้เข้าไปถือหุ้นใดๆเลย

สุดท้าย...ธุรกิจการจำหน่าย ปตท. เป็นเพียงหนึ่งในผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 จากจำนวนผู้ค้าทั้งสิ้น 41 ราย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 37 เปอร์เซ็นต์ และการกำหนดราคาน้ำมันจะมีหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดูแลให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ทำให้ ปตท.สามารถผลักดันให้มีการลดราคาน้ำมันขายปลีกเร็วขึ้น ในภาวะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง และชะลอการปรับราคาให้ช้าลงได้ระยะหนึ่ง ในขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น...ทั้งนี้ตลอดปี 2556 ที่ผ่านมา ปตท.ได้ชะลอการปรับราคาขายปลีกได้ถึง 30 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าลดผลกระทบจากการปรับราคาน้ำมันประมาณ 474 ล้านบาท

ทั้งหมดเหล่านี้เป็นประเด็นชี้แจงจาก ปตท.ที่แม้ภาพจะเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ในคราบรัฐวิสาหกิจผู้ทรงอำนาจทางการตลาด แต่ก็ยังยืนอยู่คู่คนไทย เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้