วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การส่งสาร

การส่งสาร

โดย ซี.12
3 ก.พ. 2557 05:00 น.
  • Share:

ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงในบ้านเมืองขณะนี้การเลือกเสพรับข่าวสารต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังพอสมควร

สารแต่ละเรื่องจากแต่ละฝ่ายแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันทั้งการให้ความรู้ แนะนำตักเตือนไปจนถึงสารที่มีลักษณะข่มขู่ผู้อื่นซึ่งจะยกตัวอย่างมาให้เห็นเป็นเรื่องๆไป

สารที่ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ดีที่สุดเห็นจะเป็นของ นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ที่ส่งสารถึง เครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปประเทศโดยสันติของประชาชนไทย ว่าใครก็ตามที่มีสำนึกในความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและสังคมย่อมตระหนักดีถึงความเสื่อมโทรมที่ปรากฏอยู่ทุกด้านในบ้านเมืองของเรา

บรรดากลไกของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันมิได้ล้าสมัยเมื่อเปรียบเทียบ กับนานาประเทศ แต่ไม่อาจใช้ได้กับสังคมที่คนส่วนหนึ่งซึ่งมักเป็นผู้มีอำนาจ เป็นผู้มีวิธีคิดที่พิสดารเกินกว่าใครจะคาดถึง ความจำเป็นในการปฏิรูปในทุกเรื่องจึงเป็นเรื่องรีบด่วนที่สุด เพื่อให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสงบและถูกต้องตามทำนองคลองธรรมและประเทศไทยจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างที่ควรจะเป็น

การปฏิรูปไม่อาจทำได้โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ทุกอาชีพทุกวงการ เพื่อให้ทุกกลุ่มจะนำปัญหามาเปิดเผยพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขมาหลอมรวมกันให้เป็นแนวทางที่ครบถ้วนสามารถนำไปปฏิบัติได้

สำหรับสารในลักษณะของการตักเตือนด้วยความปรารถนาดีเป็นของ นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ส่งสารถึง นายธงทอง จันทรางศุ ว่าให้ลาออกจากตำแหน่งหัวโขนเสียเถิด กลับมาทำงานรับใช้ชาติในฐานะนักวิชาการดีกว่า แล้วจะได้ช่วยกันปฏิรูปประเทศไทย

การเข้าไปรับใช้ระบอบที่ชั่วช้าโกงกินทำลายชาติอย่างที่มีการเปิดโปงออกมาเรื่อยๆ รังแต่จะเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลแปดเปื้อนมลทิน

ผมจึงขอส่งสารเป็นกำลังใจให้ท่านลาออกเสีย เพื่อระบอบทักษิณจะได้ล้มครืนลง เราจะได้ช่วยกันกอบกู้ชาติขึ้นมาจากอาจมชั่วร้ายของระบอบทักษิณ อย่าไปมัวเกลือกกลั้วอาจมอยู่เลย

ส่วนสารในลักษณะของการข่มขู่ต้องยกให้สารของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ

ออกประกาศข่มขู่ภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ให้งดเว้นการช่วยเหลือด้านเงินทุนการให้ที่พักพิงหลบซ่อน การให้ใช้ยานพาหนะและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อสนับสนุนการกระทำความผิดของแกนนำ กปปส.ดังกล่าวในทันทีนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

จะไม่ใช่เป็นการข่มขู่ได้อย่างไรเมื่อมีการตบท้ายในประกาศนั้นว่าทั้งนี้ ศูนย์รักษาความสงบได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ซึ่งจะรวมถึงการยึด อายัดทรัพย์สินด้วย

มิหนำซ้ำยังมีประกาศข่มขู่สื่อมวลชนอีกฉบับด้วยว่า “ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสื่อมวลชนบางแห่งได้เสนอข่าวการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการยั่วยุและส่งเสริมให้มีการกระทำผิดตามการปลุกระดมหรือชี้นำของแกนนำ กปปส. การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดต่อกฎหมาย ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีอำนาจหน้าที่สั่งปิดหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ และการเผยแพร่สื่อสารด้วยวิธีอื่นๆ รวมทั้งการยึดอายัดทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้กระทำผิดด้วย”

น่ากลัวจังเลยนะ.

“ซี.12”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้