วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พบป่าไม้หาย เหลือ102ล.ไร่ เร่งแก้ปัญหา

พบป่าไม้หาย เหลือ102ล.ไร่ เร่งแก้ปัญหา

  • Share:

แฉพื้นที่ป่าไม้ประเทศไทยเข้าขั้นวิกฤติเหลือแค่ 102 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.57 กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรฯ ร่วมกับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ สำรวจล่าสุดพบ 6 จังหวัดไม่มีพื้นที่ ป่าไม้เลย “นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง” ตั้งกรรมการร่วม กรมป่าไม้-ส.ป.ก.-กรมที่ดินแก้ปัญหาแนวเขตป่าทับซ้อนทั่วประเทศกว่า 10 ล้านไร่ หลังพบเจ้าหน้าที่รัฐอาศัยช่องว่างไปออกโฉนดเอาที่ดินรัฐไปหาประโยชน์ เริ่มที่ จ.นครราชสีมา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ร่วมกับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำรวจพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.-31 ธ.ค.2556 พบว่าพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยเหลือเพียง 102,120,417.98 ไร่ หรือร้อยละ 31.57ของพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น ขณะที่พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยจากการสำรวจเดิมในปี 2551 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมี 108 ล้านไร่ หรือร้อยละ 33.8ของพื้นที่ประเทศไทย หมายความว่าพื้นที่ป่าไม้ลดลงกว่า 6 ล้านไร่ หรือหายไปร้อยละ 2.37 ของพื้นที่ประเทศไทย หรือเฉลี่ยลดลงปีละกว่า 1 ล้านไร่ ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ สาเหตุจากการบุกรุกทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง และส่งผลทำให้สภาพป่าในแทบทุกพื้นที่เข้าสู่สภาวะเสื่อมโทรม ระบบนิเวศป่าขาดสมดุล โดยมี 6 จังหวัดในประเทศไทยที่ไม่มีพื้นที่ป่าไม้เลย คือ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และอ่างทอง เนื่องจากมีพื้นที่ป่าต่ำกว่า 3.12 ไร่ ไม่นับรวมป่าชุมชน สวนป่า พื้นที่วนเกษตร สวนผลไม้ สวนยางพารา สวนปาล์ม และป่าหัวไร่ปลายนา เพราะถือว่าไม่ใช่ป่า ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดคือ แม่ฮ่องสอน 6,940,305.44 ไร่ หรือร้อยละ86.89 รองลงมาคือ ตาก 5,789,757.30 ไร่ หรือร้อยละ72.03 ลำปาง 5,526,747.28 ไร่ หรือร้อยละ 70.81 และจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าน้อยที่สุดคือกรุงเทพมหานคร มีเพียง 805.90 ไร่ หรือร้อยละ 0.08

อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวต่อว่า ถ้าแบ่งตามรายภาค ภาคเหนือ 10 จังหวัด ยังมีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดของประเทศคือ มีถึง 46,276,272.84 ไร่ หรือร้อยละ 65.31 จังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดคือ แม่ฮ่องสอน 6,940,305.44  ไร่  หรือร้อยละ  86.89  ต่ำสุด คือ เชียงราย 2,987,962.72 ไร่ หรือร้อยละ 41.29 ที่น่าสนใจคือภาคตะวันตก มีเพียง 4 จังหวัดคือ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และราชบุรี กลับมีพื้นที่ป่าไม้มากเป็นอันดับ  2 ของประเทศคือ 12,328,626.47ไร่หรือร้อยละ  53.08 โดยกาญจนบุรีมีพื้นที่ป่าไม้ 7,574,975.86 ไร่ หรือร้อยละ 62.51 ส่วนต่ำสุดคือราชบุรี 1,111,612.04 ไร่ หรือร้อยละ 34.27 ภาคใต้ 14 จังหวัด มีพื้นที่ป่า  11,950,410.93 ไร่  หรือร้อยละ  23.95  จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดคือระนอง 1,059,294.84 ไร่ หรือร้อยละ 52.55 น้อยที่สุดคือ ปัตตานี 59,059.74 ไร่ หรือร้อยละ4.78 ภาคตะวันออก  7 จังหวัด  มีพื้นที่ป่า 4,744,496.45 ไร่  หรือร้อยละ  22.02  จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดคือจันทบุรี  1,313,063.00 ไร่  หรือร้อยละ  32.75น้อยที่สุดคือ ระยอง 196,518.98 ไร่ หรือร้อยละ 8.58 ภาคกลาง  22  จังหวัด  มีพื้นที่ป่าไม้  11,906,639.32 ไร่ หรือร้อยละ 20.92 โดยจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดคือ พิษณุโลก 2,410,717.09 ไร่ หรือร้อยละ 36.40  น้อยที่สุดคือ  กรุงเทพฯ  805.90 ไร่  หรือร้อยละ 0.08 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  20  จังหวัด มีพื้นที่ป่าไม้ 15,813,972.47 ไร่ หรือร้อยละ 15.0 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดคือ  มุกดาหาร  893,657.84 ไร่ หรือร้อยละ  34.65  น้อยที่สุดร้อยเอ็ด  195,119.43 ไร่ หรือร้อยละ3.97

นายบุญชอบกล่าวอีกว่า ข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ล่าสุดจะนำมาเป็นแผนที่ป่าไม้ของประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 และถือเป็นแผนที่ป่าไม้ของประเทศที่ทุกหน่วยงานใช้อ้างอิง โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทวงเกษตรและสหกรณ์ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น มาประชุมร่วมกันก่อนที่จะมีการประกาศใช้ นอกจากนี้ตนได้หารือกับเลขาธิการ ส.ป.ก.และอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อหาทางแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง 3 หน่วยงาน ที่มีมากกว่า 10ล้านไร่ จนกลายเป็นช่องว่างให้ข้าราชการไปออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ของกรมป่าไม้ ส.ป.ก.และของกรมที่ดินโดยมิชอบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยว เช่นจ.นครราชสีมา เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต เป็นต้น ดังนั้นได้ข้อสรุปว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงานร่วมกันเพื่อทำแนวเขตพื้นที่ป่าให้เป็นแนวเขตเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐและการนำที่ดินของรัฐไปหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยจะมีการนำร่องในพื้นที่ที่มีแนวเขตทับซ้อนรุนแรงก่อน เช่น ที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป นอกจากนี้กรมป่าไม้จะมีการแก้กฎหมายป่าไม้ที่ล้าหลังหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.2535 เป็นเพราะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของประเทศ ถ้าไม่ทำป่าไม้ของประเทศไทยไม่เหลือแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้