วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลักสี่นองเลือดยิงกันเละ 'บาดเจ็บ' ระนาว

หลักสี่นองเลือดยิงกันเละ 'บาดเจ็บ' ระนาว

  • Share:

กลุ่มเสื้อแดงไล่พุทธะอิสระเจอโม่งชุดดำโต้ด้วยเอ็ม16ทหาร-อรินทราชรุดหย่าศึก

ลุ้นระทึกการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 2 ก.พ. “ยิ่งลักษณ์” เครียด เกาะติดสถานการณ์ “เฉลิม” ขู่ใครขวางเลือกตั้งโดนเล่นงานแน่ ศรส. กำชับ ผบช.-ผบก.ภ.จ.คุมเข้มความปลอดภัยทุกหน่วยเลือกตั้ง จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเตรียมระงับเหตุพื้นที่สุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคใต้ซึ่งไร้ผู้สมัคร หวั่นม็อบปะทะคนไปใช้สิทธิ “ธาริต” ฮึ่ม กกต.ยกเลิกเลือกตั้งทั่วประเทศเจอคดีอาญา มวลชน 2 ฝ่ายยิงปะทะเดือดเขตหลักสี่นานกว่า 2 ชั่วโมง หน่วยอรินทราช-ทหาร พร้อมอาวุธครบมือเข้าเคลียร์พื้นที่ พบผู้บาดเจ็บเกือบสิบราย “เทพเทือก” ตระเวนเรียกแขกบุกเยาวราชชวนชาวกรุงเทพฯร่วมชุมนุมใหญ่วันเลือกตั้ง และไม่ออกไปใช้สิทธิ สุดท้ายผวาภัยมืดรีบกลับที่ตั้ง ศาลอนุมัติหมายจับ “อิสสระ” ฐานมีพฤติกรรมขัดขวางเลือกตั้งล่วงหน้า สื่อนอกแนะทุกฝ่ายถอยคนละก้าวก่อนไทยล่มสลาย

หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายหน่วยในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ทำให้ทุกฝ่ายจับตาการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 2 ก.พ. จะเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นจลาจลหรือไม่ เมื่อ  กปปส.ออกมาเคลื่อนไหวรณรงค์ไม่ให้ประชาชนไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ขณะเดียวกันมีมวลชนอีกฝ่ายออกมาสนับสนุนให้ไปเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง สตช.ต้องระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศ 1.3 แสนนาย รักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยในวันดังกล่าว ศรส.วางกำลังตำรวจ ทหารคุมพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล่าสุดมวลชน 2 ฝ่ายเกิดปะทะเดือดอีกรอบแล้วที่สำนักงานเขตหลักสี่ กทม.

ผบ.ตร.สั่งเข้มรับมือวันเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมศปก.ศรส. และวีดิโอทางไกลกับ ผบช. และ ผบก.ภ.จ.เพื่อกำชับมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยกำหนดให้ใช้กำลังตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง 93,553 นาย และชุดเคลื่อนเร็วเข้าระงับเหตุ ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์จังหวัดที่มีผู้สมัคร 1 คน ใน 16 เขต 9 จังหวัด ได้แก่นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา นคร– สวรรค์ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ นครปฐม และจังหวัดที่ไม่มีผู้สมัคร 28 เขต 8 จังหวัดได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง กระบี่ นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต รวมถึงพื้นที่ที่มีปัญหาขัดขวางการเลือกตั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้มีการประเมินวิธีการขัดขวางการเลือกตั้งได้แก่ ไม่ให้ส่วนกลางส่งบัตรเลือกตั้งไปยังภูมิภาค ขัดขวางการจ่ายหีบบัตร กดดันเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ นำมวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง แย่งหีบและบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว กดดัน กกต.และผู้ที่มาใช้สิทธิ โดยทหารได้จัดกำลัง 27 กองร้อย แยกเป็น 135 ชุดปฏิบัติการ ชุดละ 12 นาย รักษาความปลอดภัย 50 เขตเลือกตั้งใน กทม.เขตละ 1-3 นาย และชุดสห. 30 ชุด ชุดละ 4 นาย ลาดตระเวนระหว่างช่วงเวลา 18.00-06.00 น.

ห่วงม็อบปะทะคนไปใช้สิทธิ

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เป็นห่วงการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนที่ไปเลือกตั้งกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกลุ่มหัวรุนแรงที่ใช้กำลังขัดขวางผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงได้ให้นโยบายการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่เพื่อรองรับสถานการณ์ กำหนดให้มีขั้นตอนการพูดคุยเจรจาให้เปิดทาง ดำเนินคดีผู้ที่ขัดขวางตามกฎหมาย ซึ่งต้องใช้ดุลพินิจ อะไรที่ประคับประคองและลดการเผชิญหน้าได้ก็จะดำเนินการ การใช้กำลังต้องเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติ ยึดหลักความจำเป็น เหมาะสม โปร่งใส มีความชอบธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมาย หลักสากล และหลักสิทธิมนุษยชน ได้กำชับให้จัดทหารตำรวจบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ภารกิจหลักของตำรวจคืออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งให้ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย รวมทั้งการดูแลปัญหาการจราจร ใช้กำลังตำรวจทั่วประเทศ 130,000 นาย และทหารเข้าร่วมในการตั้งด่านตรวจและเผชิญเหตุต่างๆ

จัดชุดเคลื่อนเร็วพื้นที่ฉุกเฉิน

พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ ผบก.สท. ในฐานะรองโฆษก ศปก.ศรส. กล่าวถึงมาตรการรับการเลือกตั้งทั่วไปว่า ทหารร่วมสนับสนุนการปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 3 ก.พ.57 เวลา 06.00 น. กำลังทหารที่ร่วมปฏิบัติงานกับตำรวจ จากเดิมมีการตั้งจุดตรวจร่วมทหาร-ตำรวจ 43 จุด ขณะนี้มีการปรับเพิ่มเป็น 60 จุด มีชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ 50 เขต กทม., 6 อำเภอ ใน จ.นนทบุรี, อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ทหารยังจัดกองหนุนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติของตำรวจอีกส่วนหนึ่ง

“เหลิม” ขู่ขวางเลือกตั้งโดนแน่

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส. เป็นประธานการประชุม ศรส. โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และกรรมการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์ว่า วันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ได้อ่านหมากล่วงหน้าไว้แล้ว กปปส.ไม่ต้องตีกับตำรวจ แต่จะเป็นการตีกับประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ขอร้อง กปปส.อย่าไปขัดขวางประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ ถ้า กปปส.ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ก็กลั้นใจเลือกพรรคอื่น หรือโหวตโนก็ได้ ถ้าไปยืนขวางทางเข้าเลือกตั้งรับรองโดนแน่ เพราะหากกปปส.อยากหาเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดูแลลำบาก

คุยยอมถูกตีตายก็ขอไปใช้สิทธิ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุม กปปส. ปิดล้อมสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้น เหตุใด กกต.ไม่มีปัญญาแก้ไขสถานการณ์พิมพ์บัตรใหม่ให้ถูกต้อง สร้างวิธีการแบบมีเหตุผล ยกเลิกบัตรเก่า นำบัตรใหม่ให้ประชาชนเลือกตั้ง ตรงนี้ไม่ทราบว่าในทางกฎหมายทำได้หรือไม่ แต่เชื่อว่ากฎหมายมีทางออก กกต.ต้องหาวิธีการ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองไปไม่ได้ ส่วนพวกที่ออกมาพูดผลการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ฝากนักข่าวตบปากให้หน่อย เพราะยังไม่มีการเลือกตั้ง จะโมฆะหรือไม่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวถามว่ากำลังที่จะดูแลหน่วยเลือกตั้งที่บุคคลสำคัญจะไปใช้สิทธิพร้อมกัน จะทำอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า การใช้สิทธิมีความสำคัญเท่ากันหมด เป็นการดูแลปกติทุกหน่วยเลือกตั้ง และตนก็จะเดินไปใช้สิทธิ จะถูกตีให้ตายก็ยอมตาย อายุ 66 แล้ว

ชี้จุดจบ “เทือก” ถูกประทุษร้าย

“จากแหล่งข่าวของผมรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส.ไปขัดแย้งกับนักธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ประกอบกิจการถูกกฎหมาย จะขัดแย้งเรื่องไรไม่ทราบ และนักธุรกิจเขามีพรรคพวกมีบารมี อาจจะมีการประทุษร้ายต่อ กปปส.หรือตัวนายสุเทพได้ ผมพูดไปนายสุเทพรู้ตัว ผมไม่ได้ขู่ แต่รู้มีความขัดแย้งกันรุนแรง นี่แหละจะเป็นจุดจบของกำนันท่าสะท้อน” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ศรส.ฮึ่ม กกต.ยกเลือกตั้งเจออาญา

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอและกรรมการศรส. แถลงที่ ศรส.ว่า ส่วนกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.จะสั่งยกเลิกการเลือกตั้ง ศรส.ได้หารือกัน โดยมีมติทำหนังสือด่วนถึง กกต.เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาบัตรเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังติดค้างอยู่ที่ศูนย์ไปรษณีย์บางแห่งจากการปิดล้อมของ กปปส. โดยให้จัดส่งบัตรชุดใหม่และส่งตรงไปยังจังหวัดที่จัดเลือกตั้ง หากสุดวิสัยที่จะทำได้ กกต.จะต้องให้การเลือกตั้งในส่วน ส.ส.เขตใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการต่อไปได้ เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน ส่วนที่มีการขัดขวางการแจกจ่ายบัตรเลือกตั้งบางจังหวัด กกต.จะอาศัยเป็นเหตุสั่งยกเลิกไม่ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปไม่ได้เป็นอันขาด เพราะอีก 66 จังหวัดมีความพร้อมทั้งหมด หาก กกต.ยังจะสั่งยกเลิกการเลือกตั้งทั่วประเทศถือว่าเป็นการกระทำที่จงใจของ กกต. ที่ไม่ต้องการจัดการเลือกตั้งและไม่มีกฎหมายรองรับ กกต.จะต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ถือเป็นการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วย

งัดโทษจำคุกขู่คนขัดขวางหย่อนบัตร

นายธาริตกล่าวว่า นอกจากนี้ ศรส.ขอความร่วมมือประชาชนอย่าออกมาชุมนุมและขัดขวางการเลือกตั้งตามคำชักชวนของ กปปส. เพราะผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯโดยมีโทษจำคุก 1-5 ปีและปรับ 2 หมื่นถึง 1 แสนบาท และถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งถึง 5 ปี อย่างที่ศาล จ.สมุทรสาครอนุมัติหมายจับคนที่ขัดขวางการเลือกตั้งไปแล้ว ซึ่งจะดำเนินคดีทุกราย โดยเจ้าหน้าที่คอยบันทึกภาพไว้ทั้งหมด

“ปู” เครียดตามติดสถานการณ์

เมื่อเวลา 11.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมประชุมกับรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อรับฟังรายงานและติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. และตรวจความพร้อมการสนับสนุนเตรียมการจัดการเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปิดล้อมเขตเลือกตั้ง และขัดขวางการนำหีบบัตรและบัตรเลือกตั้งออกไปยังหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ทั้งนี้นายกฯเดินทางมาด้วยรถตู้โฟล์กสีดำ ทะเบียน นบ 1 กรุงเทพมหานคร โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด

“ไปป์” สงสารแม่บอกพยายามสุดแล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้เดินทางเข้าพบนายกฯ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมประชุมประเมินสถานการณ์และรายงานความพร้อมการสนับสนุนจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เวลาไล่เลี่ยกัน ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางมาหานายกฯ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดยบอกว่ามาหาคุณแม่ เพื่อชวนไปเที่ยวงานโอทอปที่อิมแพค เมืองทองธานี ส่วนปัญหาการเมืองเวลานี้ให้กำลังใจคุณแม่ทุกวัน เวลาที่อยู่กับคุณแม่ ช่วงหลังนี้ได้เจอคุณแม่บ่อยขึ้น เมื่อถามว่าอยากให้คุณแม่เป็นนายกฯอีกไหม ด.ช.ศุภเสกข์ตอบว่า ไปป์รับได้ครับ ยังไงก็ได้ ขึ้นอยู่กับคุณแม่ เมื่อถามว่าสงสารคุณแม่ไหม ด.ช.ศุภเสกข์ตอบว่าครับ ขอให้กำลังใจคุณแม่ ไม่เป็นไรนะครับ คุณแม่พยายามสุดแล้ว เมื่อถามว่าคุณแม่เล่าอะไรให้ฟังไหม ด.ช.ศุภเสกข์ตอบว่า ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง จากนั้นได้ขึ้นไปพบนายกฯ

คนร้ายยิงรัวใส่ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ

เมื่อเวลา 02.00 น. ที่เวทีผู้ชุมนุม กปปส. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังจากหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม นำมวลชนกว่า 200 คน มาปิดล้อมพักค้างคืนที่หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อคัดค้านการเลือกตั้ง ได้มีคนร้ายขับรถเก๋งไม่ทราบสีและรุ่น มาจอดซุ่มตรงเชิงสะพานข้ามแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้า บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 ที่เป็นทางเข้าสำนักงานเขตหลักสี่ ก่อนลงมือใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงกว่า 10 นัดกระหน่ำใส่รถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 88-8501 นครปฐม ที่จอดขวางเป็นแนวบังเกอร์ทางเข้า กระสุนเข้าที่กระจกประตูด้านคนขับได้รับความเสียหายเป็นรูพรุน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้เร่งเครื่องขับหลบหนีขึ้นสะพานข้ามแยกหลักสี่มุ่งหน้า ไปทางถนนรามอินทรา ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง พร้อม พฐ.เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว

มวลชน 2 ฝ่ายปะทะเดือดเขตหลักสี่

ต่อมาในช่วงบ่าย พ.อ.ขจรวิทย์ หนุนภักดีผบ.ราบ 11 และนายณรงค์ จงแจ่มฟ้า ผอ.เขตหลักสี่ เจรจากับหลวงปู่พุทธอิสระขอให้เด็ก ผู้หญิง และคนชราหลบเข้าไปอยู่ชั้นล่างสำนักงานเขตหลักสี่ เนื่องจากทราบว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมาก นำโดยนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ปักหลักอยู่ที่วัดหลักสี่ กระทั่งเวลา 15.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงเดินมาพร้อมรถกระบะที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาตามถนนกำแพงเพชร 6 มาหยุดปักหลักอยู่ใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ ห่างจากปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 ราว 200 เมตร ซึ่งหลวงปู่พุทธะอิสระนำมวลชนมาปิดสำนักงานเขตหลักสี่ไว้เพื่อป้องกันการนำหีบเลือกตั้งออกไป ระหว่างนั้นมีชายวัยกลางคนสภาพเมา ขับรถเก๋งโตโยต้ายี่ห้อคัมรี่ สีบรอนซ์ ขับเข้ามาตรงใต้สะพานแล้วเอะอะโวยวาย กลุ่มเสื้อแดงจึงใช้ไม้และเหล็กตีจนเสียหาย ก่อนมีเสียงประทัดยักษ์ดังขึ้น 2 นัด ทำกลุ่มเสื้อแดงวงแตก มีผู้บาดเจ็บ 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 จำนวนนั้นเป็นผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ทราบชื่อนายจีระวัฒน์ สุขานนท์ ทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดตามใบหน้าและร่างกายเล็กน้อยไม่สาหัส นำส่ง รพ.วิภาวดี

สองเวทีนำชายฉกรรจ์ยกทัพไปช่วย

ขณะที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศระดมคนไปช่วยหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่นำผู้ชุมนุมจากเวทีแจ้งวัฒนะ ปิดสำนักงานเขตหลักสี่ หลังนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี จะนำมวลชนเดินทางเข้าไปยึดกลับคืน โดยขอให้ชายฉกรรจ์ออกมารวมตัวหน้าเวที ใช้ผ้าสีเขียวอ่อนพิมพ์ข้อความ “กปปส.ลาดพร้าว” เป็นสัญลักษณ์ แล้วให้ออกเดินทางไปช่วยทันที โดยนายอิสสระได้เดินตรวจความพร้อมของมวลชนก่อนปล่อยขบวนรถนำผู้ชุมนุมมุ่งหน้าไปที่แยกหลักสี่ มีการ์ดขี่รถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 20 คันวิ่งนำหน้ารถบรรทุก 10 ล้อ ตามหลังด้วยรถกระบะกว่า 10 คัน มีนายสุชาติ ศรีสังข์ นำมวลชนล่วงหน้าไปก่อน ขณะที่นายอิสสระได้เช็กสถานการณ์เป็นระยะ และได้เดินทางไปสมทบ ขณะที่เวที กปปส.ที่ราชประสงค์ นายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีประกาศระดมพลชายฉกรรจ์ที่มีเสื้อเกราะให้มารวมตัวกันที่หลังเวที และเดินทางไปสมทบทันที

มีผู้บาดเจ็บถูกยิงนับสิบราย

ต่อมาอีกเหตุการณ์บานปลายเข้าสู่ความตึงเครียด เมื่อมวลชนทั้ง 2 ฝ่ายเกิดปะทะยิงปืนเข้าใส่กันใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ มีเสียงปืนดังเป็นระยะจากด้านบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ยิงถล่มกลุ่มเสื้อแดงที่ปักหลักใต้สะพานจนต้องหลบกันชุลมุนวุ่นวาย มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายนอนนิ่งอยู่ริมถนนกำแพงเพชร 6 หน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ขณะเดียวกัน มีชายชุดดำคลุมหน้าสวมหมวกแก๊ปถือปืนลูกซองคุมเชิงซุ่มอยู่ข้างตู้ชุมสายโทรศัพท์ติดรางรถไฟ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ถูกยิงหลายสิบคน กำลังทหารและตำรวจต้องเข้าระงับเหตุด้วยความยากลำบาก ทั้ง 2 กลุ่มยังสาดกระสุนใส่กันดังสนั่น

อรินทราช-ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่

เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ท้องฟ้าเริ่มมืดบรรยากาศยิ่งอลหม่าน เสียงปืนเริ่มเบาลง ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. มีคำสั่งด่วนให้หน่วยอรินทราช 26 นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือเดินทางไปคลี่คลายสถานการณ์ ร่วมกับทหารและตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง นำรถตำรวจเปิดไฟตรึงบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายยิง ส่วนด้านล่างกำลังอีกส่วนเข้าเคลียร์พื้นที่ และพยายามนำผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่หลบห่ากระสุนอยู่ในป้อมตำรวจออกไปในที่ปลอดภัย กระทั่งคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง เมื่อเสียงปืนและเสียงประทัดสงบลง

สรุปเบื้องต้นผู้บาดเจ็บ 6 ราย

จนกระทั่งเวลา 18.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) รายงานว่า ได้รับแจ้งเหตุปะทะที่บริเวณแยกหลักสี่ มีเสียงดังคล้ายระเบิดและปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บต้องนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี 6 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 2 ราย โดยในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลจากการถูกยิง 4 ราย

“โกตี๋” ปัดสั่งคนเสื้อแดงลุย กปปส.

นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สน.ดอนเมืองว่า ได้ให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปเคลื่อนไหวที่แยกหลักสี่ และที่ผ่านมาทุกครั้ง ตนไม่ได้เป็นแกนนำ มีคนนำชื่อไปอ้างว่าเป็นหัวขบวนหรือเป็นแกนนำการเคลื่อนไหว ความจริงได้รับการประสานงานให้ไปอำนวยความสะดวกให้แต่ไม่ได้ไป ส่วนที่มีประชาชนไปที่หลักสี่ เพื่อต้องการให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง ไม่ได้ไปเพื่อให้เกิดการปะทะ ล่าสุดได้ประสานกับมวลชนเสื้อแดงที่แยกหลักสี่ให้กลับบ้าน หรือกลับมาร่วมชุมนุมที่อนุสรณ์สถานฯ “ไปกันเอง ผมไม่ได้ควบคุมหรือสั่งการใดๆ”

สื่อต่างชาติเกาะติดเหตุป่วน

สำนักข่าวเอพีรายงานเหตุรุนแรงเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยออกไปสู่ชาวโลกเมื่อ วันที่ 1 ก.พ. ระบุว่า เกิดเสียงปืนดังระงมบริเวณสี่แยกใหญ่แห่งหนึ่งทางตอนเหนือกรุงเทพฯเป็นผลจากการปะทะกันระหว่างฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ 2 ก.พ. ผลจากความรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 8 ราย รวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศชาวอเมริกัน เหตุปะทะกันเริ่มจากการขว้างปาก้อนหินและจุดประทัดโยนใส่กัน ตามด้วยการยิงกระสุนปืนเข้าใส่กัน ทำให้วิกฤติการเมืองของไทยตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย บาดเจ็บเกือบ 600 คน

เวทีลาดพร้าวโดนปืน–ประทัดยักษ์

ทางด้านเวทีลาดพร้าวถัดมาเวลา 02.10 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงปืนและปาประทัดยักษ์ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เวทีห้าแยกลาดพร้าว ที่กำลังพักผ่อน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ การ์ดที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าขณะยืนตรวจความเรียบร้อยอยู่บนสะพานข้ามแยกได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 6 นัด ตามมาด้วยเสียงระเบิดประทัดยักษ์ มีรถเก๋งต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ขับมาบนถนนวิภาวดีรังสิตบนสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าว ช่องทางด่วนฝั่งไปดอนเมือง แล้วก่อเหตุขึ้น ต่อมาตำรวจได้วางกำลังบนสะพานข้ามแยกขาออกเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม

รณรงค์ชวนคน กทม.ไม่ไปเลือกตั้ง

ส่วนที่เวที กปปส.แยกศาลาแดง-สีลม เมื่อเวลา 07.30 น. บรรยากาศเริ่มคึกคัก โดยนายวิทยา แก้วภราดัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำ กปปส. นำมวลชนนั่งรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และรถเมล์สองแถว ไปสมทบกับ กปปส. 6 เวที เดินรณรงค์เชิญชวนให้คนกรุงเทพฯ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ก.พ.นี้ เริ่มขบวนจากถนนเยาวราชไปยังเวทีแยกศาลาแดง

“สุเทพ” ตระเวนปลุกชาวเยาวราช

เมื่อเวลา 09.30 น. กลุ่ม กปปส.นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ใส่เสื้อสีแดงลายมังกร พร้อมด้วยกลุ่ม คปท. กองทัพธรรม อาทิ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิเชฐ พัฒนโชติ ออกเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนไม่ให้ไปเลือกตั้งแต่ให้ไปร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ. โดยขบวนเริ่มต้นที่แยกวัดตึกย่านเยาวราช มุ่งหน้าแยกราชวงศ์ เข้าเจริญกรุง มุ่งหน้าสี่พระยาไปจบขบวนเข้าเวทีสวนลุม รวมระยะทาง 5.1 กิโลเมตร ในระหว่างเดินโดยเฉพาะย่านเยาวราช บรรยากาศสุดคึกคัก มีชาวเยาวราชจำนวนมากยืนรอต้อนรับขบวนสองฟากข้างยาวเหยียดไปจนสุดถนน พร้อมบริจาคเงินสนับสนุนส่งให้นายสุเทพ และมีเสียงตะโกน “สู้ๆๆ” เป็นระยะ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ดีเดย์ 2 ก.พ.ชุมนุมใหญ่บนท้องถนน

นายสุเทพให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินสายที่ย่านเยาวราชว่า วันนี้ที่สวมใส่เสื้อสีแดง เพราะเป็นสิริมงคลและเป็นสีที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นสีที่คนไทยสามารถใส่ได้ โดยวันนี้จะรณรงค์ให้ประชาชนร่วมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ. ที่จะมีการชุมนุมตามถนนเส้นต่างๆ โดยมีเวทีหลัก 7 เวทีใหญ่ แต่กลุ่ม กปปส.จะไม่ไปชุมนุมใกล้บริเวณหน่วยเลือกตั้ง เพราะเกรงว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นได้ ขณะนี้รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมแล้ว แต่ยังดันทุรังให้มีการเลือกตั้ง เพื่อฟอกตัวเองให้บริสุทธิ์และรักษาระบอบทักษิณเอาไว้ การชุมนุมของ กปปส. มีเป้าหมายโค่นล้มระบอบทักษิณ และไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลรักษาอำนาจต่อไป สุดท้ายเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ และเมื่อการเลือกตั้งผ่านไปมวลชนจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศ

รับอั่งเปาซองสีแดงกระเป๋าตุง

ต่อมาหลังจากขบวน กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพเดินออกจากแยกวัดตึกเข้าสู่ถนนเยาวราช ปรากฏว่า สองฟากข้างมีประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับและมอบเงินบริจาค บางรายมอบอั่งเปาซองสีแดง บางจุดประชาชนเย็บธนบัตรใบละ 20 บาท กับธนบัตรใบละ 100 บาท ติดกันยาวหลายเมตร บางส่วนเย็บธนบัตรเป็นรูปมังกรมอบให้นายสุเทพ ทำให้ต้องเดินสลับซ้ายขวา บางจุดเดินหน้าแล้วยังต้องถอยหลังกลับมารับเงินบริจาคและถ่ายรูปกับประชาชน ทำให้ขบวนเคลื่อนไปอย่างช้า ระหว่างเดินพบปะประชาชน นายสุเทพกล่าวขอบคุณพร้อมอวยพรในโอกาสวันตรุษจีนด้วย กระทั่งเวลา 14.30 น. ขบวนหยุดนั่งรับประทานอาหารกลางวันที่หน้าภัตตาคารหูฉลามไชน่าทาวน์ สกาล่า ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีการ์ดคล้องแขนตีวงล้อมรอบนายสุเทพถึง 3 ชั้น มีหน่วยล่วงหน้าเคลียร์พื้นที่ก่อนที่จะขบวนจะไปถึง

ผวาภัยมืดงดเข้าสีลม–รีบกลับที่ตั้ง

ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันแล้วเสร็จ ขบวนนายสุเทพเคลื่อนออกจากถนนเยาวราชเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญกรุง ถึงแยกหมอมี เลี้ยวขวาผ่านหน้าโรงพยาบาลกรุงเทพ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนข้าวหลามมุ่งหน้าถนนพระราม 4 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย เนื่องจากใกล้ค่ำเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงงดเดินไปสีลม และหันหัวขบวนจากถนนพระราม 4 ตรงไปสวนลุมพินี ก่อนเดินทางกลับเวทีปทุมวันในเวลา 18.20 น. เตรียมขึ้นปราศรัยในช่วงเย็น ทั้งนี้ระหว่างทางนายสุเทพรับแจ้งว่ามีเหตุปะทะกันที่แยกหลักสี่ จึงปรับขบวนให้เร็วขึ้น แกนนำบนรถเครื่องขยายเสียงประกาศให้ประชาชนที่มารอต้อนรับและมอบเงินบริจาคให้มารอฝั่งซ้ายเท่านั้น เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัย

ปาประทัดยักษ์ใส่ขบวน กปท.

ส่วนบรรยากาศที่เวทีแยกศาลาแดงสีลม เมื่อเวลา 13.30 น. การ์ด กปปส.ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปาวัตถุคล้ายระเบิดเข้าใส่ขบวนรถของ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี และ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ระหว่างขบวนรถผ่านบริเวณหัวลำโพง ซึ่งการ์ด กปปส.เวทีแยกศาลาแดงสีลม ไปตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ นำมาสอบปากคำหลังเวที จากนั้นนายมะแยง ขอสงวนนามสกุล อายุ 20 ปี การ์ด กปปส.เวทีแยกศาลาแดงสีลม เปิดเผยว่า ขบวน กปท.แยกออกจากขบวนกปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เดินรณรงค์ย่านเยาวราช ขณะผ่านแยกหัวลำโพง มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์มาปาประทัดใส่รถหกล้อติดเครื่องขยายเสียง ตนและเพื่อนได้รับการประสานงานจึงรีบไปตรวจสอบ พบเห็นชาย 2 คนอ้างตัวเป็นพลเมืองดีจับตัวและทำร้ายชายอีกคนซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ตนจึงนำตัวชายที่ถูกจับกุมตัวได้กลับมาสอบสวน จึงทราบว่าที่แท้ชาย 2 คนที่อ้างตัวเป็นพลเมืองดีแท้จริงแล้วเป็นคนก่อเหตุ แต่แอบแฝงสร้างสถานการณ์เพื่อหลบหนีไป

หญิงคลั่งบุกไล่แทงม็อบ

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี จุดพักผ่อนค้างแรมของกลุ่ม กปปส.เวทีแยกศาลาแดงสีลม เกิดเหตุหญิงอายุประมาณ 50 ปี ลักษณะคล้ายคนสติไม่ดี บุกเข้าไปต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ว่าเป็นพวกไม่มีคุณธรรม ปิดถนนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ก่อนใช้มีดสั้นแบบพับยาวประมาณ 6 นิ้ว วิ่งไล่แทงกลุ่มผู้ชุมนุมที่นั่งพักตามเต็นท์ การ์ด กปปส.ต้องเข้ามาระงับเหตุ แย่งมีดจากมือหญิงดังกล่าว แล้วอธิบายสาเหตุที่ต้องมีการชุมนุม แต่หญิงดังกล่าวไม่ยอมฟัง พยายามขอมีดคืน ทั้งนี้ การ์ดตรวจค้นตัวไม่พบหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นใคร  เมื่อสอบถามชื่อก็ไม่ยอมบอก พร้อมพยายามโวยวายต่อว่าผู้ชุมนุมรุนแรงมากขึ้น การ์ดเกรงจะเกิดความรุนแรง จึงตกลงคืนมีดให้หญิงคนดังกล่าว พร้อมเงื่อนไขให้ต้องออกจากพื้นที่ชุมนุม

เผาศพรูป “ปู” กระทุ้งจับมือยิง

เมื่อเวลา 11.30 น. หน้าอาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีรังสิต กลุ่ม กปท. และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล ได้นำโลงศพ 3 โลง มีรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน และนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน มาเผาหน้าหน้าอาคาร โดย นพ.ระวีแถลงว่า กรณีคนร้ายยิงนายสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงาน กปท.เสียชีวิต ในคลิปมีหลักฐานชัดเจนว่า มีนายวิทยา แสนสุข และนายพงษ์ บางนา ลูกน้อง พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ปรากฏในคลิป ขอเรียกร้องให้นายกฯรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งและตำรวจต้องติดตามคนร้ายมาลงโทษ

นปช.ระดมเสื้อแดงเฝ้าหน่วย

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า ตามที่ นปช. แจ้งให้คนเสื้อแดงเฝ้าสังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆที่เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดในวันที่ 2 ก.พ.นั้น ขอให้ผู้เข้าร่วมได้เตรียมบุคลากรไปแทนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ลาออก โดยต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เขตนั้นและหน่วยนั้น หลักฐานที่ต้องนำไปด้วยประกอบด้วย ใบแจ้งสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชน  และสำเนาบัตรประชาชน ขอให้สังเกตการณ์และตรวจสอบขัดขวางการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคืออุปกรณ์คือโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพและส่งข้อความ หรือส่งข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ได้ ส่วนโทรโข่งให้เตรียมในกรณีที่จำเป็น

จัดชุดเคลื่อนที่เร็วป้องเขตบึงกุ่ม

อีกด้านหนึ่งที่สำนักงานเขตบึงกุ่ม ถนนเสรีไทย กลุ่มคนเสื้อแดงนำโดยนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช.นำขบวนรถจักรยานยนต์ พร้อมมวลชนนับร้อยคน เดินทางไปแสดงพลังปกป้องสำนักงานเขต ไม่ให้กลุ่ม กปปส.ขัดขวางการนำบัตรเลือกตั้งไปกระจายตามหน่วยเลือกตั้ง โดยแบ่งกำลังมวลชนเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วหลายชุดเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณถนนสายต่างๆที่เป็นเส้นทางเข้าสู่สำนักงานเขตบึงกุ่ม ขณะเดียวกันมีกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย รวมกับเจ้าหน้าที่ ทหาร 1 กองร้อย เข้าควบคุมพื้นที่ภายในสำนักงานเขตเพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์

กลุ่มอาสาพิทักษ์สิทธิหนุนใช้สิทธิ

ด้านบรรยากาศที่หน้าสำนักงานเขตดอนเมือง วันเดียวกัน ยังมีกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “อาสาพิทักษ์สิทธิดอนเมือง” ที่นำโดยนายอดิศร  ฤกษ์ลักษณี  นำมวลชนเดินทางมาปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานเขตดอนเมือง เพื่อปกป้องสำนักงานเขต ไม่ให้กลุ่ม กปปส.เข้ามาปิดล้อม โดยมีการจัดทำโรงครัวชั่วคราว เพื่อทำอาหารแจกจ่ายผู้ที่มาเข้าเวร พร้อมนำผ้าใบสีเขียวมาขึงไว้ด้านหลังลานจอดรถเพื่อป้องกันกลุ่ม กปปส.มาโจมตี ต่อมาได้มีทหารจาก ร.11 รอ. กว่า 10 นาย เดินทางมาร่วมรักษาความเรียบร้อยโดยรอบเพื่อป้องกันเหตุด้วย

ชาวบ้านจัดเวรเฝ้า สนง.เขต

ส่วนกลุ่มมวลชนย่านสายไหม ยังคงปักหลักชุมนุมที่หน้าสำนักงานเขตสายไหม ถนนสุขาภิบาล 5 ป้องกันไม่ให้กลุ่ม กปปส.เข้ามาขวางการใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมสลับกันทำหน้าที่เป็นเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดโรงครัว ติดเครื่องกระจายเสียงเปิดเพลงเชิญชวนให้ประชาชนที่ผ่านไปมา ได้ร่วมกันใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีตำรวจ สน.คันนายาวและทหารจากค่ายจักรพงษ์ ร.2 พัน.2 รอ. เจ้าหน้าที่เทศกิจสนธิกำลังคอยรักษาความปลอดภัยโดยรอบบริเวณ เมื่อตกเย็นได้รวมตัวจุดเทียนสันติภาพ เพื่อประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนเลือกตั้ง ทั้งนี้ได้เจ้าหน้าที่ กกต.เขต ร่วมกันตรวจสอบความเรียบร้อยของหีบและบัตรเลือกตั้ง ทั้งหมดได้ถูกขนมาเก็บไว้ เพื่อเตรียมขนส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ทั้งหมด 213 หน่วย

ม็อบปิดศูนย์ส่งบัตรเลือกตั้ง 5 จว.ใต้

ทางด้านความเคลื่อนไหวของ กปปส.ต่างจังหวัด ช่วงเช้าวันเดียวกัน บรรยากาศการปิดศูนย์ไปรษณีย์ชุมพร บริเวณริมถนนเอเชีย 41 ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร ของกลุ่มมวลชน กปปส.5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต ที่เป็นศูนย์ไปรษณีย์ที่ทาง กกต.ส่วนกลางส่งหีบบัตรและบัตรการเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อส่งกระจายไปยัง 5 จังหวัดดังกล่าว โดยกลุ่ม กปปส.ยังคงปักหลักรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นเป็นวันที่ 5 มีมวลชนยังทยอยเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง จนตำรวจทางหลวงชุมพร ต้องปิดการจราจรช่องขาขึ้นกรุงเทพฯโดยให้รถทั้งขาขึ้นและล่องไปใช้ช่องจราจรขาล่องใต้เพียงเส้นเดียว

สถานที่เก็บบัตรฯ ชุมพรถูกล้อมกรอบ

ขณะที่ กก.ตชด.41 ชุมพร ค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ ห่างจากศูนย์ไปรษณีย์ชุมพร จุดแรกเพียง 3 กิโลเมตร กลุ่มมวลชน กปปส.จังหวัดชุมพรยังปักหลักเฝ้าอยู่หน้าค่าย ตชด.แห่งนี้อยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่นำบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขต จำนวนกว่า 2 แสนใบ มาเก็บรักษาไว้ ที่เป็นบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 2 และ 3 ที่มีผู้สมัคร ส.ส.เขตละ 1 คน มี พล.ต.ต.สุทธินาท สุดยอด ผบก.ภ.จ.ชุมพร เดินทางมาตรวจเยี่ยมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ศูนย์ไปรษณีย์ชุมพร โดยนายกฤษฎ์ แก้วรักษ์ ประธาน กปปส.ชุมพร ระบุว่า จะปิดศูนย์แห่งนี้จนถึงวันเลือกตั้ง หากมีเจ้าหน้าที่จะนำหีบและบัตรเลือกตั้งออกไปก็ไม่ขัดขวาง พร้อมมอบให้แต่ต้องเดินข้ามประชาชนเข้าไป

สกัดเลือกตั้งกระบี่–ภูเก็ต–พัทลุง

เช่นเดียวกับที่ จ.กระบี่ กปปส.จังหวัดกระบี่ ยังคงปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงาน กกต.กระบี่ ถนนท่าเรือ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง เหมือนที่ จ.ภูเก็ตมีผู้ชุมนุม กปปส.จังหวัดภูเก็ตยังคงปักหลักชุมนุมโดยใช้รถยนต์และมวลชนปิดล้อมทางเข้าออก สภ.ถลาง ถ.เทพกระษัตรี ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งเขต 2 ด้านจ.พัทลุง กปปส.จังหวัดพัทลุงยังปักหลักปิดล้อม สภ.เมืองพัทลุงและสภ.ตะโหมด ที่เป็นสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ส่วนที่ จ.พังงา แกนนำ กปปส.จังหวัดพังงา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ปิดล้อมที่ว่าการอำเภอทับปุด ทั้งหมดต้องการไม่ให้นำอุปกรณ์การเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งออกไป

นครฯ–ตรัง–สตูล ส่อวืดลงคะแนน

ส่วนที่ จ.ตรัง นายเสน่ห์ รักรงค์ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่แต่ละเขตเลือกตั้งใน จ.ตรัง จะต้องยุติการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เพราะบัตรเลือกตั้งยังติดค้างอยู่ที่ศูนย์ไปรษณีย์ถูกผู้ชุมนุม กปปส. ปิดล้อมไว้ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ชุมนุม กปปส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ปิดศูนย์ไปรษณีย์เขต 8 อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ถนนสายเอเชียยังถูกปิดทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่วันที่ 1 ก.พ. ผู้ชุมนุมได้เปิดเส้นทางถนนสายเอเชียขาล่องใต้ให้รถวิ่งผ่านไปได้แล้ว ขณะที่กลุ่มเครือข่าย กปปส.ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังปักหลักปิดศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ จ.สงขลา สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อของจังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ไม่ยอมให้เคลื่อนย้ายบัตรเลือกตั้งจากศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ คุมเข้มการเข้าออกภายในศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่จนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

คนไทยในสหรัฐฯมีทั้งหนุนทั้งต้าน

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานจากนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาประเทศไทย 01.00 น. วันที่ 1 ก.พ. มีชาวไทยในนครลอสแอนเจลิสและเมืองใกล้เคียงพากันไปชุมนุมที่หน้าสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดยถือป้ายสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในประเทศไทยตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งมอบหนังสือสนับสนุนการเลือกตั้งถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านนายเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ขณะเดียวกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีชาวไทยอีกกลุ่มหนึ่งรวมตัวชุมนุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อคัดค้านการเลือกตั้งในประเทศไทย

เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออกราบรื่น

ขณะที่ จ.สมุทรสาคร ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้มีกลุ่มรักประชาธิปไตย จ.สมุทรสาครมารวมตัวกันพร้อมชูป้ายรณรงค์ให้ไปเลือกตั้ง และให้กำลังใจ กกต.จ.สมุทรสาคร พร้อมปกป้องหีบบัตร โดยนายสวัสดิ์ ทองสมุทร ประธานกกต.สมุทรสาคร กล่าวว่า กกต.ได้ดำเนินการกระจายอุปกรณ์ในการเลือกตั้งเรียบร้อยเป็นอย่างดี

สำหรับบรรยากาศการขนหีบเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จ.นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หนองคาย และอุดรธานี ภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ แพร่ รวมทั้งพื้นที่ภาคกลางอาทิ จ.กาญจนบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี ลพบุรี และ จ.สมุทรสาคร เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีกลุ่ม กปปส.มาชุมนุมแต่อย่างใด

ระยองคลี่คลายเสริมกำลังสำรอง

สำหรับที่ จ.เพชรบุรี กลุ่ม กปปส.จังหวัดเพชรบุรีปิดล้อมสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ที่ใช้ในหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนวัดในกลาง อ.บ้านแหลม และโรงเรียนหนองหญ้าปล้องวิทยา อ.หนองหญ้าปล้อง ทำให้ กกต.จังหวัดไม่สามารถแจกจ่ายอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้งในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 ได้ ส่วนที่ จ.ระยอง พ.ต.ท.สมหมาย ธัญลักษณากุล ผอ.กกต.ระยอง แจ้งว่าหน่วยเลือกตั้งในเขต 1 มี ผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ขอลาออก 100 กว่าหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะและอาจจะมีโทษ จึงเสนอให้นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง ช่วยประสานงาน ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้างแล้วและได้เตรียมกำลังสำรองไว้แล้ว

ชาวเชียงใหม่ชวนกันไปเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09.00 น. นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมด้วย กกต.เชียงใหม่ อปท.เชียงใหม่ ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษาและนักเรียน ทั้ง 25 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันเดินรณรงค์เชิญชวนชาวเชียงใหม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. โดยเริ่มแห่ขบวนมาจากสถานีรถไฟเชียงใหม่มาสิ้นสุดที่ข่วงประตูท่าแพใจกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่ร่วมกันปล่อย ลูกโป่งสีขาว เพื่อแสดงสัญลักษณ์ไม่เอาความรุนแรง

โคราชรณรงค์อย่านอนหลับทับสิทธิ

ขณะที่ จ.นครราชสีมา หน้าอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ได้มีกลุ่มพลังมวลชนคนเสื้อขาว เสื้อหลากสี กลุ่มคนเสื้อแดง โดยการนำของนายอนุวัฒน์ ทินราช รองนายก อบจ.นครราชสีมา ประธาน นปช.ภาคอีสาน และผู้ประสานงาน นปช. 32 อำเภอ รวมตัวในรูปแบบขบวนคาราวานรถตุ๊กตุ๊กนับร้อยคัน และยังมีรถปิกอัพ รถจักรยานยนต์ โดยใช้กระดาษขาวเป็นธงถืออยู่ในมือ เขียนข้อความว่า “เลือกตั้ง 2 ก.พ.2557” “เลือกตั้งคือทางออกของประเทศไทย” เพื่อให้กำลังใจ กกต.จ.นครราชสีมา โดยมี พล.ท.อัศวิน รัชฎานนท์ ประธาน กกต.จ.นครราชสีมารับมอบ จากนั้นได้เคลื่อนขบวนคาราวานเดินสายตามถนนสายสำคัญในตัวเมือง เพื่อรณรงค์ให้ชาวโคราชออกไปเลือกตั้ง ส่วนภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กกต. และเจ้าหน้าที่ได้แจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย

ศาลอนุมัติหมายจับ “อิสสระ”

พ.ต.ท.มานิตย์ จันทร์ประสิทธิ์ พนักงานสอบ สวน สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส.และมวลชน รวม 3 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่พหลโยธินเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.นายอิสสระ สมชัย 2.ชายไทยไม่ทราบชื่อนามสกุล แต่มีฉายาว่าซัดดัมน้อย ที่ยืนอยู่ด้านข้างนายอิสสระในวันที่เกิดเหตุขัดขวางการเลือกตั้งที่โรงเรียนเซนต์จอห์น เขตจตุจักร 3.ชายไทยไม่ทราบชื่อซึ่งปรากฏในภาพข่าวในลักษณะใช้กำลังบีบคอประชาชนที่จะมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป

พิสูจน์หลักฐานคดีปลิดชีพ “สุทิน”

ส่วนความคืบหน้าคดีนายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.ที่ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเวลา 09.30 น. ที่เวที กปท. และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐ. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พ.ต.ท.ศักดิพัฒน์ พลิคามินทร์ รอง ผกก.สส.สน.บางนา ในฐานะร้อยเวรเจ้าของคดี เข้าตรวจสอบรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงคันที่นายสุทินถูกยิงเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้วัดระยะวิถีกระสุนที่พบร่องรอยการยิง 3 จุด คือ บริเวณด้ามธง และเสาเหล็กด้านท้ายรถฝั่งขวา และใต้แผ่นพื้นไม้เวทีชั่วคราวด้านบนรถ ซึ่งแต่ละจุดเป็นการยิงจากระยะไม่ต่ำกว่า 10 เมตร ขณะที่ พ.ต.ท.ศักดิพัฒน์เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมสอบปากคำนายวิชาญ สุขบางนพ อายุ 53 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงทะลุมือซ้ายและทะลุแก้มด้านซ้าย

แคนาดาห่วงการเมืองไทย

นายจอห์น ไบร์ด รมว.ต่างประเทศแคนาดา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศแคนาดาห่วงกังวลเกี่ยวกับความยากลำบากที่ชาวไทยหลายคนประสบในการใช้สิทธิตามหลักประชาธิปไตยในการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งในประเทศไทย และห่วงกังวลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางการเมืองหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีการสูญเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและปกป้องสถาบันและกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม และประณามความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพูดคุยหารือกันอย่างจริงใจเพื่อแก้ไขวิกฤติในปัจจุบันโดยสันติเพื่อประโยชน์แห่งปวงชนชาวไทยแคนาดาขอชมเชยความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยที่ใช้ความอดกลั้น ป้องกันการเผชิญหน้า ความรุนแรง และขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นเช่นเดียวกัน

สื่อนอกเสนอทางรอดวิกฤติ ปทท.

นายเดวิด สเตาท์  ผู้สื่อข่าวของนิตยสารไทม์ สื่อวิเคราะห์การเมืองของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความแนะนำหนทาง 3 ประการ เพื่อป้องกันประเทศไทยมิให้ประสบวิกฤติการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ประกอบด้วย 1.เป็นข้อเสนอต่อแกนนำ กปปส. ให้งดเว้นขัดขวางการใช้สิทธิของผู้ที่ต้องการเลือกตั้ง 2. รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงเรียกร้องกองทัพไทยเปิดทางแก่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยไม่เข้าแทรกแซง หลังจากที่ผ่านมาทางกองทัพมีท่าทีกดดันรัฐบาลและ สตช.อย่างเปิดเผย ให้รับประกันความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม และ 3.เรียกร้องให้ตำรวจป้องกันกลุ่มก่อเหตุไม่ทราบฝ่าย ที่พยายามปลุกปั่นให้เกิดสถานการณ์ ไม่สงบ โดยจะต้องเร่งหาตัวผู้ลอบทำร้ายผู้ชุมนุมมาดำเนินคดีโดยเร็ว

แนะทุกฝ่ายถอยก่อนไทยล่มสลาย

ขณะเดียวกัน นิตยสาร “ดิอีโคโนมิสต์” สื่อ อังกฤษด้านวิเคราะห์เศรษฐกิจและสถานการณ์โลก เสนอบทความแนะนำทางออกจากวิกฤติการเมืองไทย โดยระบุว่า หากเกิดเหตุการณ์ปะทะรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้ง ทั้งรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.จะต้องถอยกันคนละก้าว เพื่อไม่ให้ประเทศเผชิญกับความเสี่ยงที่จะล่มสลาย แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายปล่อยให้โอกาสในการเจรจาผ่านเลยไป ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพรรคเพื่อไทยควรเปลี่ยนตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยสรรหาผู้อื่นมาเป็นตัวแทนในการปฏิรูป พร้อมจะต้องหลีกเลี่ยงคนในตระกูลชินวัตรหรือกลุ่มผู้ใกล้ชิด ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องปฏิรูปพรรคตั้งแต่หลักการพื้นฐาน เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนกรานว่าผู้พ่ายแพ้การเลือกตั้งจะไม่มีวันยอมรับผลเลือกตั้ง ยิ่งมีแต่ทำให้ประเทศดิ่งลงเหว นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้สนับสนุนรัฐบาลและผู้สนับสนุนกลุ่ม กปปส.หาจุดร่วมในการปฏิรูปประเทศ

“สุเทพ” ต้อน ขรก.เลือกข้าง

ต่อมาเวลา 20.40 น. ที่เวทีปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยว่า วันนี้เราไปเดินขบวนที่เยาวราช ผู้สื่อข่าวต่างประเทศงงกันมากว่ามาทำข่าวฝ่ายไหนกันแน่ สัมภาษณ์ตนว่าคิดอย่างไรมาใส่เสื้อแดง ได้บอกไปว่าเป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมใช้สีแดงแสดงถึงความเป็นมงคล แต่สำหรับประเทศไทยโชคร้ายเมื่อทักษิณจัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาต่อสู้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เมื่อพวกเราไปชาวเยาวราชออกมาจับมือแกนนำ กปปส.แล้วบอกขอบคุณที่ใส่แดงมาเดิน ทำให้คนไทยเชื้อสายจีนมีความสุขขึ้น  เพราะจะได้ใส่เสื้อแดงไปไหนมาไหนตามปกติ การเดินไปเยาวราชได้รับอั่งเปา 10 ปี๊บ มาถึงวันนี้เชื่อมั่นว่าข้าราชการทั่วประเทศจะเลือกข้างประชาชน เชื่อว่าเราชนะแน่นอน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าวันไหน เมื่อชนะจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและสภาประชาชน ลงมือปฏิรูปประเทศ หลังปฏิรูปประเทศแล้วข้าราชการจะได้ไม่เป็นขี้ข้าตระกูลชินอีกต่อไป

ย้ำจัดปิกนิกใหญ่ทั่วเมืองกรุง

นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนวันที่ 2 ก.พ.จะเป็นวันเลือกข้าง มีมวลมหาประชาชน นักคิดนักวิชาการ พ่อค้า ข้าราชการดีๆประกาศพร้อมกันว่าไม่ไปเลือกตั้ง เพื่อไม่ต้องการให้ระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจ ส่วนพวกเราที่อยู่ใน กทม.จะปิกนิก พักผ่อนครั้งใหญ่ ส่วนจะปิกนิกที่ไหนเลือกเอาเลย ถ้าสามารถปิกนิกถนนหน้าบ้านได้ก็เชิญเลย เอารถมาจอดเพราะเราปิดถนน จะจัดโต๊ะจีนก็เชิญบนถนน แต่ถ้ารู้สึกว่าคนน้อยก็ให้มาเวทีหลักทั้ง 7 แห่ง จะได้รู้ว่าใครบ้างไปเลือกตั้งทั้งประเทศมีกี่คน และที่ไม่ไปเลือกตั้งมีเท่าไหร่แสดงว่าอยู่ฝ่ายมวลมหาประชาชน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้