วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดาราขอแสดงจุดยืน รวมตัวยืนยันต้องปฏิรูป!

ดาราขอแสดงจุดยืน รวมตัวยืนยันต้องปฏิรูป!

  • Share:

"ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" ลงพื้นที่สำรวจม็อบดารา กปปส. "กบฏอยากเดินโชว์ ไม่ไปเลือกตั้ง" พร้อมทั้งเปิดใจคนดังวงการบันเทิงบางส่วน ถึงเหตุผลทำไมถึงไม่ไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557...

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป 2557 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ไม่ปกติของบ้านเมืองในเวลานี้ จึงทำให้เกิดกระแสทั้งการเชิญชวนให้ไปเลือกตั้งจากฝ่ายรัฐบาล แต่ในขณะเดียวกันแกนนำเหล่าผู้ชุมนุมเวทีของ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ก็ออกมาประกาศจุดยืนว่าจะไม่ไปเลือกตั้งในครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งในส่วนของคนบันเทิงนั้นมีทั้งที่ตั้งใจจะไปเลือกตั้งและไม่ไปเลือกตั้งเช่นกัน โดยเฉพาะบรรดาคนดังวงการบันเทิงหลายคนที่ยืนยันว่าจะไม่ไปเลือกตั้งนั้น ก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อยืนยันเจตนาของตนเองในครั้งนี้ โดยใช้ชื่อว่า "กบฏอยากเดินโชว์ ไม่ไปเลือกตั้ง" เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ณ เวทีราชประสงค์

และเมื่อ "ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" ลงพื้นที่สำรวจการชุมนุมของเหล่าดาราในครั้งนี้ ก็เห็นบรรดาคนดังในวงการบันเทิงมาร่วมการชุมนุมครั้งนี้หลายคน อาทิ เกริก ชิลเลอร์, นุสบา ปุณณกันต์, นก-ฉัตรชัย และนก-สินจัย เปล่งพานิช, บุ๋ม-รัญญา ศิยานนท์, เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง, เก๋-ชลลดา เมฆราตรี, ปุ๊กกี้-ชุลีพร ดวงรัตนตรัย, ตุ๊ก-ชนกวนัน รักชีพ, ม้า-อรนภา กฤษฎี, ตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุล, เมาท์ซี่-เบญจวรรณ เทิดทูนกุล, จี๊ด-แสงทอง เกตุอู่ทอง, โจแอน บุญสูงเนิน, เดย์ ฟรีแมน ฯลฯ ส่วนไฮไลต์โชว์ภายในงานนั้นมีทั้งการเดินขบวนของเหล่าดารา โชว์ของศิลปินดาราหลากหลายเพลง อาทิ รักกันไว้เถิด, เราสู้, สู้ไม่ถอย ฯลฯ และมีโชว์แดนเซอร์แปรอักษรรัฐบาลด้วย เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าผู้ชุมนุมบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี และงานนี้แน่นอนว่า "ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" ไม่พลาดที่จะถามถึงการออกมาแสดงตัวชัดเจนว่าจะไม่ไปเลือกตั้งของเหล่าดาราด้วย

เริ่มที่นักแสดง-ผู้กำกับหนุ่ม นก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช ก็ยืนยันว่าไม่ไปเลือกตั้ง เพราะว่าถึงเลือกไปก็ยังวนเวียนอยู่แบบเดิม อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ยังไม่พร้อมที่จะทำการเลือกตั้งด้วย

"คงไม่ไปครับ เพราะว่ามันไม่ได้จะอยู่ในสถานการณ์ที่จะไปเลือกตั้ง ตอนนี้เราต้องการปฏิรูปก่อนจริงๆ ถ้าไปเลือกตั้งมันก็วนเวียนอยู่แบบเดิม และสิ่งที่เค้าทำมันผิดความจริง มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าไปแล้วได้อะไร ผมยังมองไม่เห็น ก็เลยคิดว่าจะไม่ไป จริงๆ แล้วมันก็มี no vote, vote no ใช่มั้ยครับ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเนี่ย ผมก็มองอีกทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ประเทศเรายังไม่พร้อมที่จะไปเลือก มันไม่มีอะไรถูกต้องเลย มันมีแต่ความบิดเบือน บิดเบี้ยวอยู่ เพราะฉะนั้นก็คงไม่ไปดีกว่า ถามว่าถ้าไม่ไปเราจะมีแพลนไปเที่ยวไหน ก็คงไปปิกนิกมั้งครับ ปาร์ตี้บนถนน (หัวเราะ)"

ส่วนนักแสดงสาว บุ๋ม-รัญญา ศิยานนท์ บอกว่าไม่ไปเลือกตั้งเพราะจะไปพักผ่อนต่างจังหวัด เพราะไม่อยากเห็นความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น

"ไม่ไปแน่นอนค่ะ เพราะพี่ไม่อยู่ ไปเที่ยวเกาะเต่า ไปพักผ่อนค่ะ ตั้งใจไปมากเลย คือจะไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ไม่อยากเครียด ไม่อยากเห็นความรุนแรงที่มันจะเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 26 ม.ค. มันก็ย่ำแย่กันพอสมควร ทำร้ายจิตใจกันค่ะ"

ด้านพิธีกร-คอมเมนเตเตอร์ดังจากเวทีเดอะสตาร์ ม้า-อรนภา กฤษฎี เผยถึงสาเหตุที่ประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนว่าไม่ไปเลือกตั้ง เพราะคิดว่าหากไปเลือกตั้งแล้วสุดท้ายก็ยังได้คนกลุ่มเดิมกลับมา ทั้งนี้ ม้า-อรนภา ยืนยันว่ายังเคารพคนที่คิดต่างจากตนเสมอ แต่ตนก็คิดว่าตนกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องเช่นกัน

"ที่ไม่ไปเลือกตั้ง เพราะรู้ทั้งรู้อยู่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมันคืออะไร เรากำลังต้องการให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องออกไป แล้วก็ยังจะเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งที่ไม่ถูกต้องมันก็เข้ามาให้เราเลือก แล้วเราก็ต้องไปเลือกให้คนเหล่านี้กลับเข้ามาอีกเหรอ ถามว่าสถานการณ์รุนแรงแบบนี้แล้วคิดว่าวันที่ 2 ก.พ. จะเป็นยังไง ก็หลายๆ คน รวมทั้งดิฉันเองก็นึกอยู่ว่าอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ เพราะทางโน้นก็คงจะไม่ยอมเด็ดขาดค่ะ เขาต้องการที่จะให้มีการเลือกตั้งให้ได้โดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องคนที่คิดต่าง พี่ก็เคารพความคิดของแต่ละคนนะคะ แต่ถ้าคนที่คิดต่างที่เคยชื่นชอบเราแล้วเขาจะไม่ชื่นชอบเราต่อไปก็เป็นความคิดความรู้สึกของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ควรมีการเลือกตั้งเพราะเรากำลังทำความถูกต้องค่ะ ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมา ณ ปัจจุบันนี้ใน 3 เดือนที่ผ่านมา เราทนมา 10 ปีแล้ว ใน 10 ปีที่มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น เราไม่เคยพูด เรายอมทุกอย่าง เราไม่กล้าที่จะแสดงออก เรากลัว แต่ใน 10 ปีนี้มันทำให้เรามีความรู้สึกว่าเราทนไม่ได้จริงๆ แล้วพอมีร่างทรงที่ช่างอุกอาจเหลือเกิน ก็เลยโอเค ใช่ละ ทำให้เราทุกคนที่เก็บงำมาตลอด 10 ปี มันก็เลยหลุดออกมากันหมดเลย เราก้าวข้ามผ่านความกลัวไปแล้ว ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว ให้ตายเถอะ สิ่งที่ฉันทำอยู่คือความถูกต้อง ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักแผ่นดินที่ตัวเองเกิด แล้วรู้สำนึกบุญคุณของแผ่นดิน ถ้าเกิดจะเป็นอะไรไป ก็อยากจะดูซิว่าไอ้ความชั่วจะชนะความดีได้ ทุกวันนี้เราทำความดีกันตลอดเวลา ก็อยากจะดูซิว่าความดีมันจะชนะความชั่วไม่ได้เลยหรือยังไง ไม่กลัว วันนี้พี่ก็พามาทั้งบ้านค่ะ แม่พี่อายุ 89 ยังนั่งอยู่โน่นเลย (ยิ้ม) เราอยู่กับความถูกต้องค่ะ เราทนไม่ได้แล้ว"

ม้า-อรนภา กล่าวต่อไปว่า อยากให้มีการปฏิิรูปของการเมืองไทยให้มีความบริสุทธิ์และซื่อสัตย์ และขอให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องออกไป พร้อมทั้งบอกว่าส่วนตัวตนนั้นทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียภาษีถูกต้องมาตลอด แต่สุดท้ายเขาเอาเงินภาษีของตนไปทำอะไรหมด และตอกว่าเป็นปิศาจหรืออย่างไรถึงไม่รู้จักคำว่าความดี

"มันต้องไป ไปเถอะ ทำชั่วไว้เยอะขนาดนี้แล้ว ฉันไม่เข้าใจนะ เขาไม่ได้นึกถึงอะไรบ้างเลยเหรอ คุณธรรม จริยธรรม ความมีมนุษยธรรม มันอยู่ไหนหมดอ่ะ ทำไมความชั่วความอยากได้อยากมี ตัณหาราคะมันบดบังทุกสิ่งทุกอย่างเลยเหรอ เขากับเราก็เรียนหนังสือมาเหมือนกัน ถูกอบรมมาเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าเพียงแค่เงิน ความมีอำนาจ มันถึงทำให้คนเป็นอย่างนี้ได้ ไม่มีสำนึกกันเลยเหรอ แปลกมาก (เสียงสูง) เนี่ยทุกวันนี้ยังสงสัยอยู่เลยค่ะว่าเขาไม่มีเลยเหรอ เป็นปิศาจเหรอ ถึงไม่รู้จักคำว่าความดี ถามว่าอยากเห็นอะไรในการเมืองไทย คืออย่างที่ลุงกำนันสุเทพพูดเลยคือขอให้ปฏิรูปประเทศไทย ขอให้ไอ้สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในรัฐสภาเนี่ย มีความบริสุทธิ์และซื่อสัตย์หน่อยได้ไหม (เน้นเสียง) พี่เกิดมาตั้งแต่เด็กจนอายุ 60 ปี ทำงานมาก็ซื่อสัตย์สุดๆ ไม่เคยโกงหรือโกหกตอแหลเลย ทำอะไรได้ก็บอกว่าทำ ทำอะไรไม่ได้ก็บอกว่าไม่ทำ ก็ไม่เข้าใจว่าพวกนั้นเป็นผู้นำประเทศแต่คิดแต่เรื่องส่วนตัว ไม่คิดถึงเรื่องประเทศชาติเลยเหรอ ฉันทำงานงกๆ เสียภาษีตลอด แต่พวกนั้นเอาเงินไปทำอะไรหมดเงี้ยเหรอ ไม่หวั่นค่ะ เพราะฉันทำความดี ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี แต่ฉันไม่เข้าใจว่าพวกนั้นน่ะนับถือศาสนาอะไร ก็ไม่เข้าใจ เหนื่อยมาก ฝากบอกด้วยนะว่าฉันเหนื่อย ตอนม็อบเผาห้างฉันทำอะไรไม่ได้เลยนะ งานก็ไม่มี ออกจากบ้านไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูสิเหมือนมางานปาร์ตี้ มีแฟชั่นโชว์ให้ดูด้วยค่ะ"

ร็อกเกอร์สาว เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง บอกว่าที่ไม่ไปเลือกตั้งเพราะคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเอาเงินของประเทศชาติผลาญไปโดยเปล่าประโยชน์

"วันที่ 2 ก.พ. ไม่ไปเลือกตั้งค่ะ นรินทรไม่ไปเลือกตั้ง เพราะว่าติดธุระมาก เป็นธุระของประเทศชาติ คือไม่ไปค่ะ ไปรวมกันทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่านี้ เพราะว่าการที่ออกไปมันรู้สึกเป็นการเอาเงินของประเทศชาติไปล้างผลาญโดยไม่เกิดประโยชน์ เราไม่ไป เราไปหาความสุขใส่ตัวดีกว่าเนอะ ไปปิกนิกก็ได้ ไปเที่ยวเล่น ไปอะไรก็ได้ที่มันมีประโยชน์มากกว่า เอาเงินเข้าประเทศด้วย แต่เอาเงินของประเทศชาติมาผลาญเราไม่ทำ"

ด้านพิธีกร - นางแบบสาว เก๋-ชลลดา เมฆราตรี ไม่พูดชัดเจนว่าจะไปหรือไม่ไปเลือกตั้ง เพราะเหมือนเป็นการเชิญชวน แต่ที่ออกมาชุมนุมเพราะต้องการแสดงตัวว่าแอนตี้การคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

"จะไปหรือไม่ไปก็ยังไม่รู้ อยากให้มีการปฏิรูปก่อน จริงๆ ที่เรารวมตัวกันเนี่ย เราแอนตี้การคอร์รัปชันทุกรูปแบบนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยได้เวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่จะใช้สิทธิ์ เราต้องใช้สิทธิ์ให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเก๋ไม่ได้บอกว่าเก๋จะมารณรงค์อะไรก็ตาม ยังไงก็เป็นสิทธิ์ของตัวเอง ทำให้มันถูกต้องตามทำนองคลองธรรมอย่างที่มันควรจะเป็นก่อน แต่เก๋บอกไม่ได้หรอกว่าจะไปเลือกตั้งหรือไม่ไป เค้าห้ามพูดเชิญชวนคนอื่น เพราะเราเป็นสื่อ"

นักแสดงสาว ปุ๊กกี้-ชุลีพร ดวงรัตนตรัย บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ และไม่ไปใช้สิทธิ์แน่นอน และยืนยันอยากให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

"การเลือกตั้งครั้งนี้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราไม่เห็นด้วย เท่าที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตมันไม่เคยเห็นอะไรที่มันโปร่งใสและเป็นการยุติธรรมหรือเที่ยงธรรมเลย ถ้าเราปฏิรูปก่อนที่จะเลือกตั้ง ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รับการปฏิรูปก็จะได้รับการพัฒนา ฉะนั้นมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมันก็จะเป็นการดีมาก คืออยากจะให้เป็นแบบนี้ เพื่อที่ประเทศเราจะได้มีอะไรที่ดีขึ้น เพราะประเทศเราเป็นประเทศที่ดีที่สุดแล้ว มีทรัพยากรธรรมชาติ มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีเทียบเท่าเมืองที่เป็นที่หนึ่งในโลกเลยด้วย เพราะฉะนั้นถ้าการเมืองของเราดี มันก็ย่อมทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุขมากขึ้นค่ะ เป็นความหวังมากๆ ที่จะให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ถามว่าจะไปเลือกตั้งไหมไม่ไปค่ะ"

ด้านนักแสดงสาว นุสบา ปุณณกันต์ ก็ยืนยันว่าไม่ไปเลือกตั้ง เพราะคิดว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และเพราะตนเป็นภรรยานักการเมืองซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว จึงปรับตัวมาได้ในระดับหนึ่ง และเชื่อว่าแฟนละครของตนสามารถแยกแยะได้

"ไม่ไปแน่นอนค่ะ คิดว่ามันเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมแน่นอนค่ะ เราคิดว่าอยากให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ตามจุดยืนที่ทุกคนเคยพูดกันอยู่แล้ว คือนุสว่าหลายคนที่สามารถรู้จักวิเคราะห์อะไรได้ รู้จักอ่าน รู้จักคิด ส่วนใหญ่เท่าที่คุยๆ กันก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน อันนี้ไม่นับรวมถึงคนที่ไม่อ่านและไม่รู้เรื่อง ก็จะมีมุมมองที่แปลกๆ แต่สำหรับคนที่อยู่กับข้อมูล อยู่กับสื่อต่างๆ และสามารถคิดตัดสินใจได้เอง ส่วนใหญ่เค้าจะคิดไปในทิศทางเดียวกัน ถามว่ากลัวคนแอนตี้ในตัวเราไหม ที่เราแสดงออก มีจุดยืนชัดเจน สำหรับนุสเนี่ย นุสไม่เหมือนนักแสดงคนอื่นๆ ไง คือนุสเป็นภรรยานักการเมือง ซึ่งอยู่พรรคนี้มานานแล้วเป็นสิบปีแล้ว คือมันก็ไม่ใช่นักแสดงที่จะพูดแบบเป็นกลาง คือทุกข้างมันชัดเจนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้มันคงไม่ได้แตกต่างกับชีวิตที่ผ่านมาเท่าไหร่ ค่อนข้างปรับตัวมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่านุสว่าคนที่เป็นแฟนละครของนุส เค้าค่อนข้างที่จะแยกแยะออกว่า ผลงานของคุณคืออะไร เวลาที่นุสรับละครไม่เคยเล่นเป็นตัวเองไง มันก็คือบทบาททางการแสดง ซึ่งบางทีคนลืมไปว่าเราคือใคร บางทีจะถูกแยกไปจากงานของเรา แต่ชีวิตจริงก็เป็นคนธรรมดา เป็นนุสบา มีสามีเป็นนักการเมือง แต่ว่างานกับละครมันจับเราเป็นอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเนี่ย นุสเชื่อว่าคนที่ดูละคร เสพละคร เค้าก็จะคล้อยตามไปกับบทบาทของเรามากกว่า คือจะไม่ใช่แบบว่าอินกับชีวิตจริงมากกว่าในละคร เพราะว่าชีวิตที่ผ่านมา 10 กว่าปี ก็ไม่เคยปรากฏว่าคนจะเอาประเด็นการเมืองมาโจมตี"

ปิดท้ายที่นักแสดงหนุ่ม เกริก ชิลเลอร์ บอกว่าแม้ตนจะไปใช้สิทธิ์ในวันที่ 2 ก.พ. แต่ตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลือกว่าไม่ลงคะแนน เพราะตนกลัวคนจะมาสวมรอยใช้สิทธิ์ของตนเอง

"วันที่ 2 ก.พ. ผมก็คงไปครับ แต่ก็คงไป vote no ไปเพื่อใช้สิทธิ์ของตัวเอง เพราะผมก็กลัวโดนสวมเหมือนกันนะครับ แล้วผมว่าสถานการณ์อย่างนี้ผมว่ายังไม่เหมาะที่จะเลือกตั้ง คือมันจะได้มั้ยอ่ะ เลือกตั้งไปเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก ก็ต้องคุยกันให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำอย่างนี้ เพราะว่าทำอย่างนี้ไปผมก็กลัวมันจะเหมือนต่างประเทศอีกรึเปล่า จะเกิดการจลาจล เกิดความรุนแรง ผมว่ามันยากอ่ะ แล้วก็เลยตัดสินใจว่าอย่าไปดีกว่ามันเสียเวลา แต่ผมจะไปเพื่อใช้สิทธิ์ของตัวเอง เพราะกลัวโดนสวมสิทธิ์" ถามว่าเราออกตัวแรงเกี่ยวกับเรื่องการเมือง กลัวคนจะมองเราในอีกแง่หนึ่งไหม ถ้าอย่างนั้นผมก็คิดว่า คือเราเป็นคน เราก็ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพในความเชื่อของแต่ละบุคคล คนเรามันมีความเชื่อไม่เหมือนกัน ศาสนาเราก็มีไม่เหมือนกัน เราเชื่อในศาสนาพุทธ อีกคนเชื่อในศาสนาคริสต์ อีกคนเชื่อในศาสนาอิสลาม ถ้าเกิดว่าแต่ละคนเอาของตัวเองขึ้นมา แล้วมาบอกคนอื่นว่าไม่ดี ทุกอย่างมันก็อยู่รวมกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นคือมันต้องแฟร์ซึ่งกันและกัน เราก็ไม่ไปยุ่งความเชื่อของเค้า เค้าก็ไม่มายุ่งกับความเชื่อของเรา".

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้