วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ชาวนา' ตัวประกันเลือกตั้ง

'ชาวนา' ตัวประกันเลือกตั้ง

  • Share:

ทัพชาวนาจากพิษณุโลก และอีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง เช่น พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 1 ก.พ. ปลายทางคือ สภาทนายความแห่งประเทศไทย ที่พึ่งสุดท้ายของชาวนา หลังจากรัฐบาลเบี้ยวนัดจ่ายเงินจำนำข้าวมาแล้วถึง 3 รอบ ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน!!!

ในขณะที่รัฐบาลรักษาการกำลังพยายามอย่างหนักในการหากู้เงิน เพื่อนำมาจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาลผลิตปี 2556/2557 ที่ยังค้างจ่ายตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 รวมระยะเวลาจนถึงขณะนี้เข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว ชาวนากว่า 1.4 ล้านราย ที่ถือใบประทวนอยู่จึงเดือดร้อนแสนสาหัส ทุนหาย กำไรจม ขาดเงินใช้จ่ายในครอบครัว ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เครื่องมือทำกินที่ซื้อมาแบบผ่อนส่ง กำลังจะถูกยึด !!!! เพราะไม่มีเงินจ่าย !!!!!!


การรับจำนำข้าวในราคาสูง และขายออกในราคาที่ต่ำกว่าทุน ทำให้รัฐบาลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ในขณะที่ตลาดส่งออกข้าวมีการแข่งขันอย่างสูง จากคู่แข่งที่ดัมพ์ราคา และระบายข้าวสู่ตลาดโลกเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกเปราะบางอย่างหนักในปีที่ผ่านมา ทำให้คู่ค้าในตลาดข้าวส่งออกของไทย เลือกที่จะซื้อของถูกมากกว่าข้าวไทย เมื่อกระทรวงพาณิชย์ขายข้าวได้ช้า เงินส่งคืนให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงมีจำนวนไม่มากนัก และในที่สุดก็ไม่เพียงพอสำหรับหมุนเวียนใช้จ่าย อันเป็นสาเหตุให้ชาวนาเปลี่ยนสภาพจาก “ลูกหนี้” เป็น “เจ้าหนี้”

รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันกับชาวนามาโดยตลอดว่า “รัฐบาลมีเงินจ่ายในโครงการจำนำข้าว” แต่ที่จ่ายช้า เพราะเหตุชุมนุมทางการเมือง และยุบสภา ทำให้ติดขัดในขั้นตอนทางกฎหมาย การเบี้ยวนัดชำระจ่ายเงินจำนำข้าวถึง 3 ครั้ง 3 ครา ทำให้ชาวนาทนไม่ไหวอีกต่อไป ลุกฮือปิดถนนเส้นทางหลักในหลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และบางส่วนของภาคอีสาน ในขณะที่ชาวนาพร้อมยกระดับการชุมนุมทันที หากการเจรจาเรียกร้องเงินจำนำข้าวจากรัฐบาลไม่เป็นผลสำเร็จ


การชุมนุมปิดถนนที่มีแววว่าจะยืดเยื้อในช่วงแรกต้องยุติลง เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด ยืนยันกับกลุ่มชาวนาว่ารัฐบาลรับปากจ่ายเงินจำนำข้าวทั้งหมด ภายใน 31 ม.ค. ม็อบชาวนาจึงสลายตัว

หนังสือเวียนของ ธ.ก.ส. ที่แจ้งต่อพนักงานทุกสาขาทั่วประเทศ ให้ทำความเข้าใจกับชาวนา พร้อมระบุเวลาจ่ายเงินจำนำข้าว ทำให้ชาวนามีความหวังอีกครั้ง แต่เมื่อถึงกำหนดเส้นตาย 31 ม.ค. กระทรวงการคลังก็ยังหากู้เงินไม่ได้ 

หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่า การผิดนัดจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาครั้งล่าสุด นอกจากจะเกิดจากรัฐบาลถังแตก ยังเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมือง ยื้อเวลาให้ถึงวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. สร้างเงื่อนไขให้ชาวนาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย ได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง จึงจะมีโอกาสได้รับเงินจำนำข้าวที่ค้างไว้ ข้อดีอีกทางหนึ่งที่มีต่อรัฐบาลคือ ลดแรงกดดันในการชุมนุมทางการเมือง


นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาย้ำเตือนรัฐบาลหลายต่อหลายครั้งเกี่ยวกับการกู้เงิน เพื่อมาโปะโครงการรับจำนำข้าว ในช่วงที่มีการยุบสภาว่า อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่รับพิจารณาข้อหารือของรัฐบาลรักษาการ ที่ขอให้กระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อโครงการรับจำนำข้าว ตีกลับให้รัฐบาลพิจารณาเอง เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณในเบื้องต้นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ นายกิตติรัตน์​ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยังเดินหน้ากู้เงินต่อไป จนไปได้รับหนังสือรับรองการกู้เงินจากกฤษฎีกา มาบังคับให้สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดประมูลตั๋วคลังระยะสั้น ลอตแรก วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยส่งหนังสือชี้ชวนให้แบงก์พาณิชย์เข้าร่วมการประมูล แต่การเปิดประมูลเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมาต้องยกเลิก เพราะมีแบงก์พาณิชย์ยื่นใบประมูลไม่กี่ราย และเสนออัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง พร้อมเตือนผู้บริหารแบงก์พาณิชย์ว่าให้ตรวจสอบเอกสารอย่างรอบคอบ เพราะหากเป็นหนังสือกฤษฎีกาที่ออกโดยเลขาธิการ จะไม่มีผลผูกพันถึงคณะรัฐมนตรีชุดหน้า และผู้บริหารแบงก์พาณิชย์ที่ปล่อยกู้จำนำข้าว มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดำเนินคดีทางแพ่ง และรับผิดชอบวงเงินที่อนุมัติให้แบงก์ปล่อยกู้แต่เพียงคนเดียว

ในขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวว่า จำนำข้าวเป็นนโยบายหาประโยชน์จากชาวนาหรือจากคนยากจน โดยรัฐบาลใช้วิธีง่ายๆ ในการสร้างรายได้ให้กับชาวนา ด้วยการเอาเงินงบประมาณ ซึ่งเป็นภาษีของคนทั้งประเทศมาใช้ รับจำนำข้าวในราคาสูง ขายออกในราคาขาดทุน แต่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลกลับได้ประโยชน์ทั้งจากทางตรงและทางอ้อม ขณะที่การรับจำนำข้าวที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพ ทำให้ข้าวเน่า เพราะเก็บไว้นานเกินไป เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ

การจ่ายเงินให้กับชาวนาที่ติดค้างเงิน หลังจากนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำ และรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศยุบสภาไปแล้ว เท่ากับเป็นแนวทางการซื้อเสียงล่วงหน้า ที่ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้ และมีความเสี่ยงสูงที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 และมาตรา 181 (2)(3)(4) ที่ห้ามไม่ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการใดๆ อันทำให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ ในการเลือกตั้ง


นายเสรี กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ พยายามหาวิธีตีความ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้าข่ายตามมาตรา 181 (2)(3)(4) มาโดยตลอด ไม่นับรวมกับการพยายามออกมาคัดค้านโครงการรับจำนำข้าว โดยนักวิชาการ อดีตนักการเมือง และผู้ประกอบการ ซึ่งพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลยุติดำเนินโครงการรับจำนำข้าวลง เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ล่าสุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. สั่งลงดาบนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิิชย์ กับพวกรวม 15 คน ฐานร่วมกันทุจริตโครงการรับจำนำข้าว พร้อมทั้งมีคำสั่งไต่สวน นางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่ไม่ยอมยุติการดำเนินนโยบายดังกล่าว

“แม้ว่ารัฐบาลจะใช้วิธีการ หรือการตีความ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้ามาตรา 181 (2)(3)(4) แต่สุดท้ายแล้วก็คงถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในระหว่างมีการยุบสภาและมีการเลือกตั้ง การยื่นขอกู้เงินของรัฐบาลจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ? หรือมีการได้เปรียบเสียเปรียบ หรือทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ? เรื่องคงต้องส่งไปให้ กกต. พิจารณาต่อไป ส่วนข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ป.ป.ช.ก็คงต้องพิจารณาต่อไป โดยรัฐมนตรีทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตามมาตรา 171 วรรคแรก ส่วนเจ้าหน้าที่ข้าราชการคนไหนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง หากไปร่วมทำผิดรัฐธรรมนูญหรือผิดกฎหมายด้วย ก็ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาเช่นกัน”


จับตารัฐบาลรักษาการจะดำเนินการอย่างไร เมื่อผ่านวันเลือกตั้งไปแล้ว ในขณะที่ชาวนาภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ประกาศไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมยกระดับกดดันทวงเงินจำนำข้าว!!!

 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้