วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
•มาเลเซียกินี • สื่อทางเลือกของคนมาเลเซีย

•มาเลเซียกินี • สื่อทางเลือกของคนมาเลเซีย

  • Share:

บรรยากาศภายในกองบรรณาธิการ (กอง บก.) บนชั้นสองของตึกที่ทำการของสื่อออนไลน์มาเลเซียกินี ย่านปังซาร์ อุตาเมอ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย.

ตามที่ได้เกริ่นไว้ที่คอลัมน์ “หน้าต่างโลก” ว่าจะเขียนถึงการไปดูงานการทำข่าวที่เว็บไซต์ข่าวทางเลือก “Malaysiakini.com” ที่มาเลเซีย ที่ผมได้ไปมาช่วงวันที่ 19-26 ม.ค. หลังการอบรมคอร์ส “ภาษามลายู” ที่จัดโดย “ชมรมนักข่าวอาเซียน” (เอเจซี) ชมรมน้องใหม่ภายใต้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ทีเจเอ)

จะว่าไปแล้ว! มาเลเซียกินีก็ใช่ว่าจะห่างไกลอะไรกันนัก เพราะหนึ่งในผู้ก่อตั้งเป็นนักข่าวประสบการณ์สูงที่เคยทำงานอยู่หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นและยังมีภรรยาชาวไทยที่เป็นนักข่าวอิสระด้วย

มาเลเซียกินีก่อตั้งเมื่อ 15 ปีก่อน โดยนักข่าวใหญ่ 2 คน คือ สตีเฟน กัน ชาวมาเลย์เชื้อสายจีนที่เคยมาทำงานในไทยดังที่เล่ามากับเพื่อนนักข่าวชาวมาเลย์เชื้อสายอินเดียชื่อ “เปรม” เปรเมศ จันดรัน หลังรัฐบาลมาเลเซียประกาศไม่คุมเข้มสื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมการสร้างเขตเศรษฐกิจสารสนเทศ ทำให้สื่อออนไลน์ไม่ต้องขอใบอนุญาตเหมือนสื่อกระแสหลักทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุที่ต้องยื่นขอกันปีต่อปี โดยสตีเฟนคุมงานข่าว นั่งหัวหน้ากองบรรณาธิการ (หน.กอง บก.) ส่วนจันดรันดูแลการเงิน

มาเลเซียกินีเป็นหนึ่งในเว็บข่าวอิสระไม่กี่ที่ในโลกและหนึ่งเดียวในมาเลเซียที่เก็บเงินค่าอ่านข่าว (ตกปีละประมาณ 1,500 บาท)โดยชูจุดขายคือเสนอข่าวที่หาไม่ได้ตามสื่อกระแสหลัก

คำว่า “kini” เป็นภาษามลายู หมายถึงตอนนี้หรือวันนี้ Malaysiakini จึงเท่ากับ Malaysia today นั่นเอง มาเลเซียกินีถือก่อเกิดขึ้นหลังสตีเฟนมองเห็นช่องว่างที่สื่อออนไลน์ในมาเลเซียไม่มีกฎหมายหรือถูกรัฐบาลมาเลเซียควบคุมเข้มงวด ตรงข้ามกับสื่อกระแสหลักถูกรัฐคุมแจ และส่วนใหญ่ก็เป็นของคนหรือตัวแทน (นอมินี) ของคนในรัฐบาล การรายงานข่าวจึงค่อนข้างมีหมกเม็ด ไม่ชัดเจน

แต่กว่าจะมายืนได้สบายบนลำแข้งตัวเองได้ตอนนี้ก็ถือว่าสาหัสสากรรจ์ ทั้งถูกภาครัฐเล่นงานด้วยกฎหมายหมิ่นประมาท ถูกยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ไปทั้งกอง บก.ก็เคยมี หรือแม้แต่การที่กระทรวงข่าวสารเคยไม่ยอมรับและไม่ออกบัตรนักข่าวให้ จนนักข่าวของมาเลเซียกินีทำข่าวลำบาก เรื่องการหาโฆษณาก็ถือว่าลำบาก เพราะส่วนใหญ่สื่อในมือคนของรัฐจะได้เปรียบ บางรายก็ไม่กล้ายุ่งกลัวเสียผลประโยชน์ธุรกิจ ทำมากว่า5 ปีจึงถึงมั่นใจว่าอยู่ได้แน่ๆ

ผมยังได้โอกาสสัมภาษณ์สดคุณสตีเฟนแบบเป็นกันเองและต้องขอขอบคุณพี่...ภรรยาคุณสตีเฟน (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ที่ช่วยประสานและยังกรุณาแปลให้ด้วยจนเข้าใจบทบาทของมาเลเซียกินีและสถานการณ์เสรีภาพสื่อในมาเลเซียดีขึ้นมากๆ

คุณสตีเฟนได้เล่าปัญหาให้ฟังที่พบเจอมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาเลเซียกินีที่ไม่เพียงแต่ต้องต่อกรกับการคุกคามจากภาครัฐผ่านกฎหมายและระเบียบต่างๆ แล้วยังถูกสื่อกระแสหลักโจมตีด้วย แต่ถ้าพูดถึงตอนนี้ เสรีภาพของคนและของสื่อถือว่าดีขึ้นตามลำดับเมื่อเทียบกับกว่า 10 ปีก่อน คนมาเลเซียทั่วไปตื่นตัวที่จะพูดที่จะแสดงออกมากขึ้นโดยเฉพาะผ่านสื่อออนไลน์ ที่ถือเป็นสื่อทางเลือกอย่างแท้จริง เป็นช่องทางให้คนแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง

แนวโน้มส่วนนี้ยังทำให้สื่อกระแสหลักต้องปรับตัวด้วย ขืนรายงานแต่ข่าวดีรัฐบาลอาจเสียแฟนเพลงได้ ยกเว้นช่วงมีเลือกตั้ง! ซึ่งตอนนี้เป็นแค่กลุ่มเดียวที่รัฐบาลยังคุม (เอา) อยู่ ส่วนฝ่ายค้านและกลุ่มประชาสังคมอื่นๆ หลุดหมดแล้ว โดยสองกลุ่มหลังนี้ยังเริ่มเพิ่มพาวเวอร์มากขึ้น สะท้อนจากผลเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังสุดที่ฝ่ายค้านยึดเก้าอี้ในสภามากเป็นประวัติการณ์ ส่วนภาคประชาสังคมก็มีปากมีเสียงกว่าแต่เก่าก่อนเยอะ


ส่วนการที่เริ่มมีเว็บข่าวออนไลน์ผุดขึ้นหลายแห่งและยังให้อ่านข่าวฟรีอีกด้วยจะกระทบฐานผู้อ่านมาเลเซียนกินีหรือไม่ คุณสตีเฟนบอกว่าไม่กลัวคู่แข่ง มองการแข่งขันเป็นเรื่องดี ทำให้เราแกร่งขึ้น อีกทั้งคนอ่านมาเลเซียกินีที่ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน จบปริญญาตรีและอยู่ในเขตเมืองก็เหนียวแน่นไม่หนีหายและยังมีเพิ่มตลอด ขณะที่กลุ่มสื่อออนไลน์ฟรีที่ว่า ก็ไม่ชัดว่าได้ทุนมาอย่างไรจะเป็นนอมินีหรือไม่?

จะว่าไปแล้ว! ทุกวันนี้การคุกคามสื่อในมาเลย์ก็ยังมีอยู่ อย่างเช่น กรณีนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ ชื่อ “The Heat” ถูกริบใบอนุญาตหลังเสนอข่าวการใช้จ่ายที่ดูเหมือนจะเกินจำเป็นของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและภรรยา ทำให้คนข่าวของมาเลเซียกินีต้องทำตัวเป็นนักเคลื่อนไหวไปในตัวด้วย การตั้งกลุ่มรณรงค์เพื่อให้สาธารณชนรับรู้ปัญหาที่เกิดกับเสรีภาพสื่อ โดยจับมือกับสื่อออนไลน์อีกหลายสำนัก แต่ก็พบว่ามีนักข่าวจากสื่อกระแสหลักเข้าร่วมน้อย บ่งบอกว่าอิทธิพลของรัฐบาลต่อสื่อกระแสหลักยังมีอยู่มาก

ส่วนการจะมองมาเลเซียกินีว่าเป็นสื่อทางเลือกหรือสื่อเลือกทาง ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าใครมอง ถ้าเป็นมุมของคนซีกรัฐบาลก็เห็นเป็นสื่อฝ่ายค้าน เพราะเสนอข่าวด้านลบต่อรัฐบาล แต่ถ้าคนทั่วไปจะเห็นเป็นสื่อทางเลือกที่หาอ่านไม่ได้จากสื่อกระแสหลัก และบางครั้งยังถูกมองเป็นนักเคลื่อนไหวด้วย ซึ่งคุณสตีเฟนบอกว่าการเป็นนักข่าว ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เพราะมาเลเซียกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน สื่อจึงต้องมีจุดยืนชัดเจน เหมือนที่สื่อมีส่วนร่วมรณรงค์ช่วงมาเลเซียปลดแอกจากอังกฤษ

เรื่อง การไปดูงานก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก บก.ฟาตี อาริส โอมาร์ ที่ขออะไรไปไหนแกก็อนุญาตหมดและยังมีเพื่อนนักข่าวอย่าง คุณ Radzi คุณ Lawrence และ คุณ Jim ผช.บก. ที่คอยเป็นศิราณี ตอบข้อซักถามอย่างไม่มีทีท่าหงุดหงิดให้เห็น! และยังได้ลองของ ติดตามนักข่าวของมาเลเซียกินีไปทำข่าวในวันสองวันแรกด้วย แม้เป็นงานที่คุ้นเคย แต่การเป็นคนดูบ้างก็ได้สัมผัสอีกบรรยากาศที่ไม่เคยรับรู้เหมือนกัน.

 

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้