วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลือกตั้งสุดซอย ประเทศถอยหลัง ผ่าสถานการณ์ "สงครามปฏิรูป" ในภาวะฉุกเฉิน

เลือกตั้งสุดซอย ประเทศถอยหลัง ผ่าสถานการณ์ "สงครามปฏิรูป" ในภาวะฉุกเฉิน

  • Share:

ถึงนาทีนี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่

ในเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รายงานปัญหาอุปสรรคในการเลือกตั้งให้กับนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว แต่ทางรัฐบาลมองว่า แม้จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ปัญหาและอุปสรรคก็จะมีมากขึ้นกว่าเดิม และการชุมนุมก็ไม่ยุติลง

รวมถึงรัฐบาลกลัวว่า การเลื่อนการเลือกตั้งที่ไม่มีกฎหมายรองรับจะมีความผิด ดังนั้นจากนี้ต่อไป กกต.จะต้องทำหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง

ว่ากันตามบทสรุปบนโต๊ะหารือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และทีมงานรัฐบาล กับทีมงาน 5 เสือ กกต.ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต

ท่ามกลางเสียงนกหวีด เสียงปืน บรรยากาศเดือดๆ ที่ม็อบ กปปส.บุกล้อมกรอบ ปิดประตูทางเข้าออก และมีเหตุที่ตำรวจที่แฝงตัวมาหาข่าวยิงใส่การ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมจนถูกรุมกระทืบกันปางตาย

แต่เหมือนจะกลายเป็นอาการชาชิน ผู้นำหญิงไม่ได้มีอาการตื่นเต้นแต่อย่างใด


เป็นอันว่า รัฐบาลตีธงเดินหน้าเลือกตั้ง

และนั่นหมายถึง 2 กุมภาพันธ์ 2557 น่าจะเป็นวันที่ต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่า เป็นการเลือกตั้งที่วิบาก วิปริตผิดเพี้ยนมากที่สุดในบันทึกการเมืองของประเทศไทย

ตามเค้าสถานการณ์ที่ส่อให้เห็นความปั่นป่วนวุ่นวายมาตลอด

เริ่มตั้งแต่วันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ม็อบกปปส.บุกไปปิดล้อมศูนย์เยาวชนไทย–ญี่ปุ่น ดินแดง และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับม็อบ คปท. เครือข่ายม็อบกปปส.

จนมีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายตำรวจและฝั่งม็อบ

บรรยากาศโยงมาถึงการสมัครรับเลือกตั้งระบบแบ่งเขต ที่โดนม็อบ กปปส.บุกไปปิดสถานที่รับสมัครในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ปักษ์ใต้ ฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โดนปิดแบบล็อกตาย คนของพรรคการเมืองไม่สามารถเข้าไปยื่นใบสมัครได้

ยังผลให้มีพื้นที่โบ๋ ไร้ผู้สมัครถึง 28 เขตเลือกตั้ง

และก็มาวุ่นวายหนักอีกครั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้าตามยุทธศาสตร์ที่ม็อบ กปปส.ใช้วิธีดาวกระจายบุกปิดหน่วยเลือกตั้ง ขวางไม่ให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในฉากยื้อยุดฉุดกระชากกับคนที่ต้องการเข้าไปใช้สิทธิ ลงไม้ลงมือกันแบบถึงเนื้อถึงตัว

แล้วก็เป็นฝ่ายแกนนำม็อบที่โดนยิงเสียชีวิตคารถปราศรัย

โดยปรากฏการณ์ที่มีคนตาย คนเจ็บ เกิดเหตุลงไม้ลงมือ กันมาทุกช็อตของกระบวนการ ฉะนั้นก็เป็นอะไรที่ไม่ยากเกินคาดเดา กับ “จุดไคลแมกซ์” วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์

ตามสัญญาณที่ประกาศกันล่วงหน้า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ส่งสัญญาณถึงเครือข่าย ม็อบ กปปส.ทั่วประเทศ

เตรียมการทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์

ตามข้อมูลการข่าวที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลประเมินว่า ม็อบ กปปส.จะใช้วิธีกระจายม็อบปิดถนนสายหลักตามสี่แยกสำคัญ ทำให้การจราจรใน กทม.เป็นอัมพาต

บล็อกคนกรุงให้ออกไปใช้สิทธิลำบากหรือถึงขั้นสัญจรไม่ได้

ส่วนที่ต่างจังหวัดก็มีวิธีการที่ต่างกันออกไป โดยเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้มวลชนแนวร่วมม็อบ กปปส.บุกไปปิดล้อมที่ทำการไปรษณีย์ สกัดกั้นไม่ให้มีการขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาจาก กกต.ส่วนกลาง ไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ

และในวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ ก็คงกระจายกำลังล้อมหน่วยเลือกตั้งสำคัญๆ

ดาหน้าขวางกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู


เรื่องของเรื่องไม่ใช่แค่ม็อบ กปปส.ขัดขวางเท่านั้น ปัญหายังมีประเด็นของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ยังขาดอีกหลายหมื่นคน ในขณะที่ผู้อำนวยการเขตใน กทม.ก็จ่อลาออก ไม่ขอเป็นประธานกรรมการเลือกตั้งเขต อ้างไม่อยากถูกกดดันจากทั้งฝ่ายหนุนและค้านเลือกตั้ง

หน่วยเลือกตั้งโดนขวาง บัตรเลือกตั้งโดนบล็อก กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่พอ ผู้สมัครไม่ครบทุกเขตเลือกตั้ง การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทำไม่ได้ ไม่สามารถนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ สุดท้ายก็ประกาศผลเลือกตั้งไม่ได้

คลำไปก็เจอแต่ปัญหา สะดุดแทบทุกจุด

ตามปรากฏการณ์ก็ไม่แปลกที่จะมีเสียงสะท้อนออกมาตรงกัน

ไล่ตั้งแต่คนรับผิดชอบโดยตรงอย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านการบริหารกิจการเลือกตั้ง ทำนายล่วงหน้าเลยว่า หลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ต้องมีการฟ้องเลือกตั้งโมฆะแน่

และก็สอดคล้องกับการขยับของทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์จะเข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์เป็นโมฆะ

โดยมีเงื่อนประเด็นคือ 1.การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกตั้งทั่วไปต้องกระทำภายในวันเดียวกัน  2.การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถมีผู้แทนราษฎรครบ เพื่อจะเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 95 เปอร์เซ็นต์ และเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ทำให้การเลือกตั้งมิชอบ เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปต้องมีผู้สมัครครบทุกเขต 3.การเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สามารถจัดการได้ ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ และการประกาศให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหลังวันเลือกตั้งจริงก็ทำให้การเลือกตั้งมิชอบเช่นกัน

เสริมด้วยมุมมองของปรมาจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ก็ชี้ปมสำคัญเป็นนัย ความเป็น “โมฆะ” ของการเลือกตั้ง อาจจะเกิดขึ้นในกรณีเกี่ยวกับกระบวนการจัดเลือกตั้งและกำหนดวันเลือกตั้ง

ไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้ในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

หรือแม้กระทั่งนายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มือกฎหมายชั้นอ๋องของ “นายใหญ่” เอง ก็ยังเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะล้านเปอร์เซ็นต์แน่นอน

แนวโน้มก็ชัด หย่อนบัตรเลือกตั้งไปแล้วก็ไม่จบ

สารพัดปม “ติดล็อก” อันเป็นผลจากการดำเนินการตามหลัก “นิติศาสตร์” อิงกติการัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด มากกว่าความยืดหยุ่นตามหลัก “รัฐศาสตร์”

ซึ่งแน่นอน ว่ากันตามหลักกฎหมายของกระบวนการเลือกตั้งก็ต้องมีขั้นตอนในการทำให้ผลเลือกตั้งครบสมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งการจัดเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ไม่นับอีกหลายเขตที่มีผู้สมัครคนเดียว ต้องได้คะแนนเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้าไม่ถึงก็ต้องจัดให้ลงคะแนนกันใหม่ รวมถึงกระบวนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่โดนม็อบขวางจนต้องยกเลิกไป ก็ต้องจัดให้ลงคะแนนกันใหม่


ตามเงื่อนเวลาก็อย่างที่นายสมชัยคาดคะเนไว้อยู่ในระยะ 4–6 เดือน

ตั้งรัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้

นั่นก็หมายถึงว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ยังได้ยื้ออำนาจรักษาการไปอีกยาว

ซึ่งว่าไปก็อาจจะเข้าทางเครือข่ายยี่ห้อ “ทักษิณ” ตามยุทธศาสตร์อิงกติการัฐธรรมนูญ ยึดวิถีทางเลือกตั้งตามกระแสนานาชาติ

เป็นหนทางสุดท้ายในการประคองเกมการต่อสู้ทางการเมือง

เพราะถ้าเลื่อนเลือกตั้งออกไป ฝ่าย “นายใหญ่”ก็หวั่นว่าจะไม่มีหลักประกัน นายกฯยิ่งลักษณ์อาจมีเหตุเป็นไปทางการเมือง ตามท้องเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็จ่อลงดาบ ตั้งแท่นรอเชือดคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว

ส่วนพรรคเพื่อไทยก็อยู่ในภาวะเสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย อาจโดนล้างน้ำ 3 แนวโน้มมีสิทธิเจอโทษยุบพรรคอีกรอบ จากสารพัดประเด็นที่ถูกยื่นคาไว้ในศาลรัฐธรรมนูญ

ถึงวันเลือกตั้งใหม่อาจไม่มีชื่อ “ยิ่งลักษณ์” และพรรคเพื่อไทยอยู่ในสารบบ

ว่ากันตามเงื่อนไขนี้ มันก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ไม่ว่า ส.ส.จะครบไม่ครบ การเลือกตั้งจะสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ เปิดสภาฯ ตั้งรัฐบาลใหม่ได้หรือไม่

ไม่ใช่โจทย์เดิมพันของ ยี่ห้อ “ทักษิณ”

เพราะเหลี่ยมจริงๆ ก็คือ ต้องยื้ออำนาจรัฐไว้ในมือให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

ตามรูปการณ์ภายหลังเลือกตั้ง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ยังได้สิทธิรัฐบาลรักษาการต่อไป ในขณะที่ “กำนันเทพ”ก็ยังต้องยื้อม็อบ กปปส.ปักหลักชุมนุมต่อไป ไม่ยอมถอยง่ายๆ เหมือนกัน

สภาวะ “ขึงพืด” เกมอำนาจยังดำเนินต่อไป โดยมีความเดือดร้อนของประชาชนถูกจับเป็นตัวประกัน จากยุทธการชัตดาวน์กรุงเทพฯเป็นอัมพาตมาเป็นแรมเดือน

พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนหาเช้ากินค่ำ ต้องปากท้องระส่ำ

ผลสะเทือนเริ่มลามไปถึงบริษัท ห้างร้าน ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ธุรกิจสะดุด ต้องหยุดการค้าขาย รายได้หดหาย และก็จะส่งผลให้มีการเลิกจ้างงานตามวงลูกโซ่

คนตกงาน ธุรกิจเจ๊ง สุดท้ายก็หนีไม่พ้นส่งผลสะเทือนต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม ที่วิกฤติอยู่แล้วให้ยิ่งดำดิ่งกันไปใหญ่


ผู้คนได้รับความเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง

ในขณะที่ประเมินปัจจัยพลิกผันที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง มองไปที่กองทัพก็ยังไม่ขยับ

เพราะแหยงติด “กับดัก” ตกเป็นแพะของสถานการณ์

แม้จะมีความเคลื่อนไหวเบื้องหลังในการเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างหัวขั้วความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายในฐานะของฝ่ายความมั่นคง

แต่ก็โดนบอกปัดจากคู่กรณี ที่ตั้งแง่ใส่กันไม่เลิก

ฝ่ายหนึ่งก็ยักท่า บิ๊กทหารที่อาสามาเจรจาพูดแทนคนดูไบได้จริงหรือไม่ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็ออกตัวเป็นนัย ไม่แน่ใจว่าจะคุมคนเสื้อแดง นปช.ได้หมดหรือไม่ ในกรณีถ้ายอมจบแบบเจ๊ากันไป

สรุปก็คือ ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวง ไม่ไว้ใจกัน

ขั้วหนึ่งก็ผวาจากการโดนขู่โดนไล่บี้จะเล่นกันถึงขั้นไล่ออกนอกประเทศ ไม่ให้มีแผ่นดินอยู่ ส่วนอีกขั้วก็กลัวว่า ถ้าม็อบแพ้แล้วจะโดนไล่เช็กบิลจนไม่มีที่ยืน

ไฟต์บังคับ “ลงไม่ได้” ทั้งคู่

ในบรรยากาศของสถานการณ์ความขัดแย้งแนวร่วม 2 ขั้ว ที่ยกระดับเป็นความ “คั่งแค้น”

แน่นอน ถ้ายึดเอาตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ตั้งเงื่อนไขไว้ ถ้าเกิดเหตุปะทะกันรุนแรง ทหารถึงจะเข้าควบคุมสถานการณ์

แต่กว่าจะถึงตอนนั้นไม่รู้ชาวบ้านตาดำๆ จะต้องทนเป็นตัวประ- กันอีกนานแค่ไหน ในเมื่อความอดทนของผู้คนในสังคมมีขีดจำกัด

บรรยากาศเสี่ยงเกิดสงครามประชาชน.

 

 

 

ทีมการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้