วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยกเครื่องประเทศ

ยกเครื่องประเทศ

  • Share:

2 ก.พ.57 เลือกตั้งสมใจอยากปากประชาธิปไตย ผลจะออกมาอย่างไรไม่ต้องไปคาดเดารู้แก่ใจกันดีแล้ว อำนาจรัฐในมือคือยอดปรารถนา ทว่าจะอยู่กันอย่างไรไม่ต่างกับ “มะม่วงสุก” ใกล้หล่น

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้การ เมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ก็คงจะสมหวังรัฐบาลหรือบรรดานักลัทธิเลือกตั้งทั้งหลายก็ว่ากันไป

รัฐบาลนั้นคงคิดว่าสามารถผลักดันสถานการณ์จนมาสู่การเลือกตั้งได้นั้นถือว่าประสบผลสำเร็จ  แม้ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน

เพราะอย่างก็พอจะหาคำตอบได้ว่าเป็นการปกป้องระบอบประชาธิปไตย ทำให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้

ที่สำคัญก็คือยังรักษาอำนาจรัฐเอาไว้ในมือได้

แต่เชื่อได้เลยว่าแม้การเลือกตั้งจะผ่านไปได้ก็หาใช่ว่าปัญหาต่างๆมันจบสิ้นลงไปอย่างที่พยายามจะโฆษณาชวนเชื่อเอาไว้

หากมองไปข้างหน้าปัญหาก็คือ 28 เขต ไม่มีผู้สมัครเลือกตั้ง 2 เขตซึ่งมีผู้ สมัครเพียงคนเดียวจะเลือกตั้งได้หรือไม่

การประกาศรายชื่อ ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ จะได้หรือไม่ เพราะไม่สามารถนับคะแนนรวมได้ทั้งหมด

แค่นี้ก็เปิดสภาไม่ได้ ตั้งนายกฯ ไม่ได้

สิ่งที่จะตามมาก็คือการเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมจริงหรือ  เมื่อไม่สามารถจัดเลือกตั้งให้พร้อมกันได้ทั้งหมดทั่วประเทศ

เกิดถูกฟ้องโมฆะขึ้นมาแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

แน่นอนว่าอะไรจะเกิดก็เกิดอย่างที่รัฐบาลพร้อมเผชิญในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า เปิดสภาไม่ได้ ตั้งนายกฯ ไม่ได้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการไปเรื่อยๆ แล้วใครจะทำไม

แต่ต้องไม่ลืมว่าในความเป็นรัฐบาลเพื่อรักษาอำนาจ ฟอกตัวเองไปนั้นก็คงจะเกิดปัญหาที่ว่ามีอำนาจแต่ปกครองไม่ได้มันก็ไม่มีประโยชน์อันใด

มีแต่จะเสื่อมทรามลงไปทุกวัน

ไหนจะต้องนั่งลุ้นนอนลุ้นว่า ป.ป.ช.จะยื่นดาบว่าด้วยการจำนำข้าวที่มีการสอบ-สวนแล้วพบว่ามีการทุจริต จีทูจีปลอมตบตาสังคม แค่เรื่องนี้ก็ดูท่าหนักหนาสากรรจ์แล้ว

แบบนี้จะอยู่กันเป็นสุขได้อย่างไร

นึกถึงทฤษฎี “มะม่วงสุก” ของ “ธีรยุทธ บุญมี” ที่ว่าเอาไว้ว่า

“สภาพการเมืองตอนนี้โดยเฉพาะรัฐบาลไม่ต่างไปจากมะม่วงสุกซึ่งมันจะสุกเต็มที่แล้ว  เมื่อออกแรงเขย่านิดเดียวก็หล่นแล้ว ถ้ามะม่วงสุกหล่นลงมาก็ไม่มีทางที่จะกลายเป็นมะม่วงดิบได้”

ลองหลับตาแล้วนึกภาพก็น่าจะใกล้ความจริงแล้ว

ว่าที่จริงแล้วการเมืองไทยนั้นมันมีปัญหาเหมือนติดหล่มมานานแล้วจนกลายเป็น “หลุมดำ” ที่ไม่สามารถจะปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ได้แล้ว

แนวคิดเพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศจึงเป็นความจำเป็นที่ต่างก็เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดี

การปฏิรูปประเทศคงไม่ใช่แค่ด้านการเมืองเท่านั้น แต่มันดำเนินการทุกอง-คาพยพ คือทำไปพร้อมๆกันทั้งหมด

หรือจะเรียก “ยกเครื่องประเทศ” ก็ว่าได้

แต่อุปสรรคสำคัญก็ยังอยู่ที่นักการ เมืองนั่นแหละ...ขนาดว่าเกิดกระแสปฏิรูปไปทั้งประเทศ นักการเมืองก็โดดรับลูกทันที

อะไรเกิดขึ้นรู้มั้ยมือขวารับปฏิรูปแต่มือซ้ายพยายามปัดทิ้ง

เอาเข้าจริงแล้วหากจริงใจต้องการ ปฏิรูปจริงๆด้วยเห็นว่ามันคือปัญหาสำคัญของประเทศก็ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ไม่ใช่ประพฤติปฏิบัติกันอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ไม่ต่างกับพวก “ปีศาจคาบคัมภีร์”!!!.

 

“ลิขิต จงสกุล”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้