วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"อดุลย์" มั่นใจเลือกตั้ง ทุ่มกำลังนับแสน! ประคองสถานการณ์

"อดุลย์" มั่นใจเลือกตั้ง ทุ่มกำลังนับแสน! ประคองสถานการณ์

  • Share:

ยังไม่อาจคาดเดาอะไรได้ว่าประเทศชาติจะไปทิศทางไหนกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และ คปท.กว่าสองเดือนที่ผ่านมา พร้อมประกาศระดมมวลชนคัดค้านการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ เพื่อกดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง

โดยยึดพื้นที่กรุงเทพฯเป็นฐานการต่อรองสำคัญขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2557 จนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มคนที่ต้องการออกมาใช้สิทธิ

จากวิกฤติช่วงชิงผลประโยชน์ของกลุ่มนักการเมืองกลายเป็นปัญหาใหญ่

ความขัดแย้งของกลุ่มคนไทยด้วยกันจากช่องทางเคลื่อนไหวกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุม สื่อโซเชียล-มีเดีย โลกออนไลน์ กลายเป็นวิกฤติใหญ่หลวงของแผ่นดินไทย


ไม่เคยมีสถานการณ์การเมืองสมัยไหนรุนแรงเหมือนในครั้งนี้.....

แล้วดูเหมือนทุกฝ่ายไม่คิดหันหน้าเพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกัน

รัฐบาลยังยืนยันเดินหน้าเพื่อทำการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.2557 โดยมีกลุ่มมวลมหาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศชัดแล้วไม่เอาเลือกตั้งครั้งนี้

เป็นสถานการณ์ที่ยิ่งนับวันขยายกลายเป็นปัญหาสังคมของคนไทย

รัฐบาลเดินหน้าจัดเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งและคลี่คลายสถานการณ์ชุมนุมประท้วงโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบศูนย์รักษาความสงบหรือ ศรส. ตามที่ได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


ศรส.ได้มีคำสั่งเน้นการเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.และ คปท. โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเจรจาที่มี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีผู้แทนจาก 3 เหล่าทัพ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทน กกต. ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้แทนจากฮิวแมนไรท์วอตซ์ เข้าร่วมในการเจรจาเพื่อขอร้องผู้ชุมนุมอย่าปิดกั้นหรือขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป

มีมติแต่งตั้งเลขา-ธิการ ป.ป.ง.เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับ ตร.-ดีเอสไอ และกรมสรรพากร เพื่อดำเนินการกับกลุ่มทุนที่สนับสนุนการกระทำผิดของ กปปส.และ คปท.เกี่ยวกับภาษีอากร

ในส่วน ศปก.รส.ที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบกองกำลัง ได้เน้นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักสากล หลักสิทธิมนุษยชน

การใช้กำลังเป็นไปตามหลักความจำเป็น เหมาะสม โปร่งใส มีความชอบธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและให้การสนับสนุน กกต.ในการจัดการเลือกตั้งทุกระดับให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม


ลดการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน....

การป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ประชาชนได้รับการดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน สถานที่สำคัญได้รับการคุ้มครอง ผลกระทบจากการก่อเหตุร้าย ระงับเหตุฉุกเฉิน การจราจรได้รับการแก้ไข เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสามารถบังคับใช้กฎหมายได้

มีการดำเนินการควบคุมบุคคล ควบคุมพื้นที่ การป้องกันเหตุแทรกซ้อน เพื่อไม่ให้ก่อเหตุรุนแรง การควบคุมสถานการณ์ ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย เน้นสันติวิธี เจรจา ทำความเข้าใจ ใช้มาตรการด้านการข่าว และประชาสัมพันธ์ทุกขั้นตอน

พล.ต.อ.อดุลย์ มอบหมายภารกิจ ให้ระดับ รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมายให้เต็มที่


พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบภาพรวมการชุมนุมประท้วง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. รับผิดชอบงานนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบงานสืบสวนจับกุมผู้
ที่ก่อเหตุรุนแรง

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับหน้าที่หัวหน้าชุดเจรจาต่อรองแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม

พล.ต.อ.อดุลย์ ได้เรียกประชุม ผบช.และ ผบก.ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์เลือกตั้งทั่วไปอย่างแข็งขัน เพราะเป็นเรื่องที่
ทุกฝ่ายเป็นห่วงเหตุรุนแรงที่เกิดจากการยั่วยุปลุกระดม อาจกระทำทุกทางเพื่อล้มการเลือกตั้ง เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากนำไปสู่เป้าหมายโค่นล้มรัฐบาล


ยังไม่รวมการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีที่มี “เงื่อนไข” การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคดี

ต้องเฝ้าระมัดระวังกลุ่มมือที่ 3 ที่คิดสร้างสถานการณ์รุนแรง

ประคองสถานการณ์ของบ้านเมืองให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ไม่ว่าตำรวจจะอยู่ในสภาพที่อึดอัดกดดันแต่ด้วยอำนาจหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย

ทุกคนพร้อมกันยืนหยัดต่อสู้เพื่อรักษากฎหมายรัฐธรรมนูญ

ในส่วนความพร้อมรองรับสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ พล.ต.อ.อดุลย์มีคำสั่งระดมกำลังตำรวจ 162,929 นาย เข้ามาดูแลการเลือกตั้งทั่วประเทศ แยกเป็นประจำหน่วยเลือกตั้ง 93,553 นาย เจ้าหน้าที่อื่น 69,376 นาย

ได้แบ่งพื้นที่จังหวัดเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.พื้นที่ที่มีการปิดกั้นการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค.มีแนวโน้มปิดกั้นอีก ได้แก่ ภาคใต้ 11 จังหวัด 2.พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 9 จังหวัด 3.อาจจะมีการปิดกั้นในบางเขต ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง อีสานตอนล่าง 15 จังหวัด และกรุงเทพฯ 4.พื้นที่ไม่มีปัญหา ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน


แนวโน้มสถานการณ์ช่วงก่อนการเลือกตั้ง กดดัน ข่มขู่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วย กรรมการเลือกตั้ง ปิดล้อมสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง บุกรุกสถานที่เก็บบัตร ปิดกั้นเส้นทางขนบัตร ขัดขวางการเดินทางของผู้ใช้สิทธิ ขัดขวางการใช้สิทธิของประชาชน เข้าคูหาแล้วถ่วงเวลาการใช้สิทธิ หรือขัดขวางการนับคะแนน

เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่การขนหีบบัตรเลือกตั้ง ชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อคลี่คลายสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม ขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัญหาในช่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าจนเกิดการปะทะ

มาตรการสำคัญที่เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.อดุลย์ คือ การลดความรุนแรง โดยมีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธ แหล่งซุกซ่อนอาวุธ และประสานการเจรจาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมขอคืนพื้นที่ และร่วมกันตรวจค้นอาวุธเพื่อป้องกันเหตุกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ ป้องกันการเผชิญหน้าระหว่างมวลชนทั้งผู้ที่สนับสนุนและคัดค้านการเลือกตั้ง

ขณะนี้พื้นที่สุ่มเสี่ยงได้แก่ จังหวัดที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มมวลชน 14 จังหวัดภาคใต้ และ 6 จังหวัดที่มีผู้สมัคร ส.ส. 1 คน ใน 16 เขต ไม่มีผู้สมัคร 28 เขต 8 จังหวัด

ถือเป็นการเลือกตั้งที่อยู่ในสภาวะคับขันของประเทศชาติ ทุกฝ่ายจึงฝากความหวังไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูเป็นหน่วยหลักในการรักษาความสงบเรียบร้อย


สถานการณ์ที่รุนแรงตลอดมาเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดดีกรีความร้อนแรง

ถ้ามีเหตุแทรกซ้อนคงหนีไม่พ้นทัพใหญ่เข้ามาจัดระเบียบการเมืองไทยกันใหม่ และไม่มีใครคาดเดาได้ว่า หลังจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นอีกในบ้านเมือง จะคลี่คลายความขัดแย้งของคนไทยหรือจะเป็นชนวนสาเหตุของความสูญเสียครั้งใหญ่เหมือนในประวัติศาสตร์ทางการเมืองในอดีต

สถานการณ์ชุมนุมที่มีขบวนการทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้เต็มที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมต้องตกเป็น “จำเลยสังคม” สถานการณ์บีบคั้นทั้งความไม่ชัดเจน กฎหมายควบคุมการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย องค์กรอิสระที่ไม่ได้มองที่ต้นเหตุของปัญหา ความสูญเสีย ทำให้ตำรวจทุกคนอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ แม้จะเป็นหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย แต่หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องไม่ได้คิดคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากความไม่ศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

แม้สิ่งที่ตำรวจได้กระทำคือ หน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง การรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชน ธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และอำนวยความสะดวกให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ร่วมกันยุติความรุนแรงรักษาความมั่นคงในประเทศ.

 

 

ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้