วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทุบหัวสยอง อดีต'ทัพฟ้า' ลานจอดรพ.ธรรมศาสตร์ ปมชิงทรัพย์

ทุบหัวสยอง อดีต'ทัพฟ้า' ลานจอดรพ.ธรรมศาสตร์ ปมชิงทรัพย์

  • Share:

ทุบหัวฆ่าโหดอดีตทหารลูกทัพฟ้า ผู้ตายขับรถปิกอัพไปหาหมอที่โรงพยาบาลดัง ขากลับขณะเดินมาขึ้นรถที่ลานจอด รถของโรงพยาบาลตอนหัวค่ำ คนร้ายแอบซุ่มสบโอกาสบุกประชิดตัวช่วงเปิดประตูรถใช้ของแข็งทุบศีรษะอย่างแรงเหยื่อต่อสู้เต็มที่จนเลือดกระเซ็นเต็มรถ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีฉกเอากระเป๋าเอกสารกับโน้ตบุ๊กหลบหนี ผู้ตายกระเสือกกระสนไปขอความช่วยเหลือ สุดท้ายสิ้นใจตายหลังถึงมือแพทย์

อดีตทหารอากาศถูกฆ่าชิงทรัพย์สุดอำมหิตคาลานจอดรถของโรงพยาบาลดังรายนี้ เปิดเผยขึ้นโดย ร.ต.ท.สุริยา ผลชู พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งตอนค่ำวันที่ 30 ม.ค.ว่ามีเหตุฆ่าชิงทรัพย์ภายในลานจอดรถของ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณเสาไฟส่องสว่างของลานจอดรถโซนบี-3 หน้าอาคารดุลย์โสภาค พบเลือดกองใหญ่ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และเสียชีวิตต่อมาทราบชื่อ พ.อ.อ.ธนู มีสวัสดิ์ อายุ 68 ปี อดีตทหาร อากาศ อยู่บ้านเลขที่ 42/48 หมู่ 3 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีบาดแผลศีรษะถูกทุบด้วยของแข็งแตกฉกรรจ์กะโหลกยุบ

ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรอยเลือดหยดเป็นทางไปถึงรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน ฎฮ 6106 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายที่จอดอยู่ในซองจอดรถ ห่างจุดพบกองเลือดไม่มาก และห่างจากป้อมยามของโรงพยาบาลราว 50 เมตร ภายในรถพบคราบเลือดสาดกระเซ็นเต็มรถ ทั้งเบาะนั่งคนขับ เบาะหลัง และเบาะหน้าคู่คนขับ คล้ายมีการต่อสู้รุนแรง ข้าวของในรถถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย กระเป๋าเอกสาร กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของผู้ตายหายไป 1 เครื่อง ทราบว่าผู้ตายขับรถปิกอัพเดินทางมาตรวจร่างกายตามหมอนัดที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ขณะเกิดเหตุไม่มีใครพบเห็นเหตุการณ์ เพราะเป็นช่วงหัวค่ำ และไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณลานจอดรถก็ไม่เพียงพอ

ต่อมาสายวันที่ 31 ม.ค. นายธนวัฒน์ มีสวัสดิ์ อายุ 42 ปี ลูกชายผู้ตายพร้อมญาติเดินทางมาติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์–เฉลิมพระเกียรติ แต่ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ศพ จึงเลื่อนการรับศพเป็นวันที่ 1 ก.พ. จากนั้นนายธนวัฒน์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติพ่อจะเดินทางมาตรวจสุขภาพที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ศูนย์รังสิต ตามที่หมอนัดเป็นประจำ โดยจะขับรถยนต์มา คนเดียว ก่อนเกิดเหตุช่วงสายพ่อบ่นว่าปวดกระดูกหัวไหล่ จึงเดินทางมาพบหมอคนเดียว กระทั่งเย็นเห็นว่าพ่อยังไม่กลับบ้าน ตนได้โทรศัพท์ไปตาม ปรากฏว่าพ่อรับสายบอกว่าไม่ไหวแล้ว ก่อนโทรศัพท์ถูกตัดสายไป คาดว่าคงเป็นช่วงหลังเกิดเหตุพอดี ด้วย ความสงสัยตนรีบเดินทางมาดูที่โรงพยาบาล กระทั่งพบพ่อถูกฆ่าตายดังกล่าว

ลูกชายผู้ตายกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะโดยปกติแล้วพ่อจะเป็นคนสมถะ แม้เกษียณอายุราชการแล้วและทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทแอดวานซ์เอวิเอชั่น จำกัด แต่พ่อก็แต่งกายธรรมดา สร้อยทองหรือเครื่องประดับที่มีค่าจะไม่สวมใส่ มีเพียงนาฬิกาข้อมือ และแขวนสร้อยพระธรรมดาเท่านั้น แต่จะมีโน้ตบุ๊กไว้สำหรับดูงานที่ทำอยู่บ้าง คิดว่าลานจอดรถของโรงพยาบาลชื่อดัง เช่นนี้น่าจะปลอดภัย แต่คนร้ายกลับกล้าลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ตำรวจระดมกำลังออกสืบเบาะแส พร้อมประมวลจากพยานหลักฐานลงความเห็นว่า หลังพบแพทย์ตรวจอาการป่วยตามนัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ตายเดินมาที่รถปิกอัพเพื่อขับกลับบ้าน หลังเหยื่อเปิดประตูรถและเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับเรียบร้อยแล้ว คนร้ายคาดว่าแอบซุ่มดักรออยู่ก่อน สบโอกาสบุกประชิดตัวเปิดประตูรถใช้ของแข็งทุบศีรษะอย่างแรง แต่ผู้ตายยังพอมีสติ เกิดการต่อสู้กันรุนแรง กระทั่งคนร้ายเห็นท่าไม่ดีฉกเอาทรัพย์สินหลบหนี จากนั้นผู้ตายกระเสือกกระสนเดินไปขอความช่วยเหลือก่อน ทรุดล้มหมดสติ และมีผู้ผ่านมาพบเห็นช่วยเหลือนำโรงพยาบาลจนสิ้นใจตายอนาถ ในชั้นนี้มุ่งปมฆ่าชิงทรัพย์ เป็นหลัก จะได้สอบสวนคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้