วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุ่มแบงก์ก่อคดีปิตุฆาตแทง3แผล-เก็บกดถูกด่า

หนุ่มแบงก์ก่อคดีปิตุฆาตแทง3แผล-เก็บกดถูกด่า

  • Share:

หนุ่มแบงก์ฉุนพ่อบังเกิดเกล้าด่าไม่เลิกจนฟิวส์ขาด ก่อเหตุปิตุฆาต กะซวกด้วยมีดสปริง 3 แผล ดับอนาถกลางถนนย่านเทียนทะเล ก่อนยืนรอมอบตัว เจ้าตัวเผยกดดันจากที่พ่อชอบเมาแล้วอาละวาดไล่แม่ เมีย ลูกวัย 10 เดือน จนต้องระเห็จไปค้างบ้านญาตินับครั้งไม่ถ้วน  ล่าสุดพอสร่างเมาจะมารับหลานกลับไปเลี้ยง ไม่วายอาละวาดอีก ทำให้ต้องแก้ปัญหา ชวนซ้อน จยย.ออกไปหาเหล้ากิน กลับถูกด่าเรื่องให้เงินแต๊ะเอียแต่กลับใส่ซองสีเหลืองผิดธรรมเนียม  ฉุนแตะเบรก จยย.กะทันหันโดนรถเสยท้ายล้มกลิ้งทั้งพ่อ-ลูก  พอลุกขึ้นได้โดนด่าอีกรอบ เลยปรอทแตกก่อเหตุสลด ดังกล่าว

ลูกฆ่าพ่อรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ท.สกนธ์ ศรีวัฒกพงศ์ พงส.ผนพ. สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุปิตุฆาต ที่บริเวณหน้าสถานประกอบการตรวจสภาพรถเอกชน ป.กอพิบูลย์กรุ๊ป ปากซอยเทียนทะเล 9/1 ถนนเทียนทะเลฝั่งมุ่งหน้าวัดหัวกระบือ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.สมชาย จิรวรรค สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบนถนนช่องทางเดินรถฝั่งซ้ายสุด ท่ามกลางไทยมุงนับสิบที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ในเหตุที่เพิ่งเกิด พบศพนายอำนวย แซ่ซึง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/855 หมู่ 5 แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กทม. สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดกับพื้นถนน ผู้ตายสวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตสีแดง นุ่งกางเกงขาสั้นลายสกอตสีเทา ใส่รองเท้าแตะสีดำ จากการชันสูตรเบื้องต้นพบบาดแผลถูกแทงด้วยมีดสปริงยาว 4 นิ้ว เข้าที่ท้ายทอย โดยมีดปักคาอยู่ 1 แผล นอกจากนี้ผู้ตายยังถูกมีดขนาดเดียวกันแทงที่หน้าอกข้างซ้ายและขวา อีก 2 แผล ใกล้กันพบ จยย.ฮอนด้า รุ่นแอร์เบลด สีดำแดง หมายเลขทะเบียน ลมน 200 กรุงเทพมหานคร และหมวกนิรภัยสีน้ำเงินตกอยู่ 1 ใบ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนพบผู้ก่อเหตุรายนี้คือนายสุทธิพงษ์ แซ่ซึง อายุ 25 ปี บุตรชายของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ใกล้จุดพบศพ เบื้องต้นให้การว่า มีอาชีพเป็นพนักงานบริการลูกค้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาโลตัส บางแค ส่วนนายอำนวย บิดา มีอาชีพรับเหมาติดตั้งผ้าใบ ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณเที่ยงคืนวันเดียวกัน นายอำนวยกลับจากดื่มสุรานอกบ้านพร้อมกับอาการมึนเมาอย่างหนัก เมื่อเจอหน้าสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดที่กำลังพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ผู้ตายได้เปิดฉากอาละวาดด่าทอและออกปากไล่คนในบ้านทั้งหมด ตนจึงตัดสินใจพานางเสาวลักษณ์ ชัยพิทักษ์พร อายุ 45 ปี มารดา รวมทั้งภรรยากับลูกสาววัย 10 เดือนของตน หอบเสื้อผ้าออกมาขออาศัยนอนค้างคืนที่บ้านญาติในซอยวัดท่าข้าม

นายสุทธิพงษ์ให้การต่ออีกว่า กระทั่งช่วงสายก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินทางมาที่บ้านญาติ เพื่อจะเอาหลานสาววัย 10 เดือนกลับไปเลี้ยงเอง แต่ยังไม่วายด่าทอสมาชิกในครอบครัวต่อหน้าญาติ ตนจึงบอกกับผู้ตายว่า เดี๋ยวจะพาไปหาเหล้ากิน โดยให้ซ้อน จยย.ไปด้วยกันแล้วค่อยย้อนกลับมารับหลาน ระหว่างทางที่ผู้ตายช้อนท้าย จยย.ที่ตนเป็นคนขี่นั้นก็ยังด่ากรอกใส่หูตนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตนโมโหเบรกรถกะทันหันจนถูกรถไม่ทราบชนิดวิ่งตามมาชนท้ายจน จยย.ล้มลง เมื่อผู้ตายลุกขึ้นได้ก็กระชากคอเสื้อตนแล้วตะคอกถามว่า “เองทำอย่างนี้นี่จะเอาใช่ไหม” ด้วยความโมโหที่ถูกกดดันอย่างหนักจึงชักมีดสปริงที่พกไว้แทงผู้ตายจนเสียชีวิต โดยลืมไปว่าผู้ตายเป็นบิดาบังเกิดเกล้า ก่อนยืนรอมอบตัวด้วยความสำนึกผิด  ด้าน พ.ต.ท.สกนธ์ พงส.เจ้าของคดี เผยว่า เบื้องต้นได้ให้ฝ่ายสืบสวนควบคุมตัวนายสุทธิพงษ์ไปสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมให้ทำการขอขมาญาติๆ ฝ่ายพ่อบังเกิดเกล้า ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าบุพการีกับผู้ต้องหารายนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.สกนธ์ ศรีวัฒกพงศ์ พงส.ผนพ. เบิกตัวนายสุทธิพงษ์ มาสอบปากคำเพิ่มเติม ทราบว่าสาเหตุที่ต้องก่อเหตุปิตุฆาตนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ต้องหอบลูก ภรรยาและมารดาออกจากบ้าน หลังผู้ตายเมาอาละวาดไล่ออกจากบ้านมาแล้วนับสิบครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่เป็นวันตรุษจีนผู้ต้องหาให้เงินแต๊ะเอียผู้ตาย แต่กลับโดนด่าสาดเสียเทเสียเนื่องจากผู้ต้องหาใช้ซองอั่งเปาสีเหลืองลวดลายทองทำให้ผู้ตายด่าทอว่าไม่รู้จักธรรมเนียมจีนที่ต้องใช้ซองสีแดง และขณะที่พาผู้ตายซ้อน จยย.ออกจากบ้านญาติไปหาซื้อเหล้าให้กินก็ยังถูกด่าเรื่องเก่าอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้