วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยึดทรัพย์ปลัดสุพจน์ รวม64ล้าน!

ยึดทรัพย์ปลัดสุพจน์ รวม64ล้าน!

  • Share:

เคลียร์ที่มาไม่ได้ ชี้ร่ำรวยผิดปกติ

ศาลแพ่งตัดสินยึดทรัพย์ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมและเครือญาติ รวม 19 รายการ มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ยืนกรานตาม ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ โดยเจ้าตัวไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินจำนวนมโหฬารได้ รวมทั้งริบเงินของกลางจากคดีคนร้าย 8 คน บุกปล้นบ้านในท้องที่ สน.วังทองหลาง หมดเกลี้ยงไม่เหลือหลอ

ศาลตัดสินยึดทรัพย์ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลแพ่งว่า วันที่ 30 ม.ค. ศาลอ่านคำสั่งคดียึดทรัพย์ หมายเลขดำที่ ปช.1/2555 ตามที่อัยการสูงสุดยื่นคำร้องขอศาลให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม และเครือญาติอีก 7 คน เช่น น.ส.สุทธวรรณ ทรัพย์ล้อม ลูกสาวของนายสุพจน์ หนึ่งในผู้คัดค้าน โดยมีทรัพย์สิน เช่น เงินสด เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่างๆ 9 บัญชี เงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์กรมทางหลวง บ้านพัก รถยนต์ ห้องชุด โฉนดที่ดินในกทม.และต่างจังหวัด รวมมูลค่า 64,998,587 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 80(2) เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบทรัพย์สินแล้วชี้มูลความผิดว่า นายสุพจน์มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติโดยไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้

นายสุพจน์ ผู้คัดค้านที่ 1 อ้างว่า การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านมีมาอยู่เดิมและได้มามากกว่า 10 ปี ตกเป็นของแผ่นดินนั้น เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำให้ผู้คัดค้านได้รับความเสียหาย และยื่นบัญชีแสดงต่อคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้ว ทาง ป.ป.ช.ก็ไม่แสดงความเห็นคัดค้านแต่อย่างใด

ศาลพิเคราะห์ว่า โดยเฉพาะกรณีเงินสดของกลางจำนวน 18,121,000 บาท และทองคำรูปพรรณหนัก 10 บาท ในคดีอาญา 2458/2554 ท้องที่ สน.วังทองหลาง จากเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย.54 มีคนร้าย 8 คน บุกเข้าปล้นบ้านนายสุพจน์ ซอยลาดพร้าว 64 และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า เงินของกลางบางส่วนจำนวน 568,000 บาทนั้น เป็นเงินรับไหว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมและผู้ต้องหาเบิกความยืนยันในทิศทางเดียวกันว่า ทรัพย์ทั้งหมดได้มาจากการปล้นทรัพย์และสมเหตุสมผลน่าเชื่อถือ คนร้ายคงไม่ไปขวนขวายหรือแสวงทรัพย์สินอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีเหตุผลที่จะร่วมมือกันบิดเบือนข้อเท็จจริง นายสุพจน์อ้างว่า ทรัพย์ของกลางในคดี คือ ทองรูปพรรณ 10 บาทพร้อมเงินสด หลังหักเงินรับไหว้ที่ผู้ร้องมิได้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน และเงินที่เป็นของญาตินายสุพจน์ ผู้คัดค้านที่ 6 และ 7 จำนวน 4,500,000 บาท ไม่ใช่เป็นของนายสุพจน์นั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ขัดต่อเหตุผล เชื่อว่าทรัพย์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการปล้นทรัพย์

นอกจากนี้ จากการรับฟังการไต่สวนพยานฝ่ายนายสุพจน์ ผู้คัดค้าน กับพวก เป็นพยานผู้ใกล้ชิดมีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเบิกความลอยๆ ปราศจากหลักฐานขัดต่อเหตุผลหลายประการ รวมทั้งการโต้แย้งและคัดค้านของนายสุพจน์ไม่อาจจะนำมารับฟังได้ เช่น การอ้างว่าเข้ารับราชการตั้งแต่ เมื่อ พ.ศ.2520 จนกระทั่งถึงวันยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2545 มาคิดคำนวณแล้วจะเป็นเงินประมาณ 5 ล้านบาทเศษ ก็น่าเคลือบแคลงสงสัย เพราะเหตุใดนายสุพจน์จึงมีทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจนถึงวันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติว่าร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี พ.ศ. 2545 มีมูลค่าสูงถึง 46 ล้านบาทเศษ นายสุพจน์จะต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์แสดงให้กระจ่างแจ้งถึงที่มาที่ไปในการได้ทรัพย์สินดังกล่าวมาตลอด และเงินเดือนที่รับราชการย่อมไม่อาจเป็นไปได้ที่จะเพียงพอมาหาซื้อทรัพย์สินจำนวนมาก ข้ออ้างของ นายสุพจน์เป็นการกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย ปราศจากหลักฐานที่ยืนยันชัดเจน รวมทั้งนายสุพจน์มีอาชีพรับราชการ และมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวบุตร 2 คน ที่ศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรี และไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือจะไม่มีปัญหาต่อทรัพย์สินให้ลดน้อยลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จึงถือไม่ได้ว่านายสุพจน์นำสืบให้รับฟังได้ว่าไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ ต้องฟังข้อเท็จจริงไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ และนำสืบแสดงไว้

ศาลพิพากษาว่า ให้ทรัพย์สินรวม 19 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 46,141,038.83 บาท ของนายสุพจน์ กับพวก พร้อมดอกผลของเงิน หรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ให้นายสุพจน์ส่งมอบทรัพย์สิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องพร้อมดอกผลให้แก่แผ่นดิน โดยผ่านกระทรวงการคลัง หากไม่สามารถดำเนินการให้ทรัพย์สินใดได้แก่แผ่นดิน ให้นายสุพจน์ชดใช้เงิน  หรือโอนทรัพย์สินตามจำนวนมูลค่าที่ยังขาดอยู่แก่แผ่นดินจนครบ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้