วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลวงพ่อวัดเทพนารี เผยพระทองคำนำโชค

หลวงพ่อวัดเทพนารี เผยพระทองคำนำโชค

โดย
1 ก.พ. 2557 05:00 น.
  • Share:

การสร้างพระทองคำในสมัยก่อน คนสร้างย่อมไม่ใช่คนธรรมดา

ถ้าไม่เป็นเจ้าพระยา ขุนนางชั้นสูง ก็ต้องเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ หรือไม่ก็พระมหากษัตริย์ เพราะทองคำที่นำมาหล่อพระแต่ละองค์นั้นมหาศาล ชาวบ้านธรรมดาๆ แม้จะมีศรัทธาแรงกล้าอย่างไร โอกาสจะมีได้ก็เพียงฝัน

ปลายธันวาคม พ.ศ.2556 ผ่านมาใหม่หมาด ไทยเรามีโอกาสพบพระทองคำเก่าแก่อีก 1 องค์ ถ้วนทั่วองค์อร่ามเรืองแค่ไหน เพียงใด ยังไม่มีใครสามารถชี้ชัดได้ เพราะว่าองค์พระพุทธรูปยังไม่ได้กะเทาะปูนที่ห่อหุ้มไว้ออกมา เนื่องจากต้องใช้งบประมาณอีกไม่น้อย แถมยังต้องใช้ช่างฝีมือประณีตอีกด้วย


หลังกระแสข่าวพบพระทองคำแพร่ออกไป มวลมหาประชาไทยต่างทยอยเข้าไปกราบนมัสการ นัยว่าเพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต ปกติกราบพระภิกษุสงฆ์ พระสร้างด้วยอิฐ ด้วยปูน และโลหะต่างๆ ก็เปี่ยมเปรมใจแล้ว การได้เข้ากราบนมัสการพระทองคำย่อมไม่ธรรมดา

วัดเทพนารี ตั้งอยู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ 68 แขวงบางพลัดเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เป็นวัดเก่าแก่คู่มากับกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันเจ้าอาวาสคือ พระครูปลัดนายกวัฒน์ (กมล ถาวโร) ในหนังสือประวัติวัดเทพนารีบอกความเป็นมาของวัดอย่างย่นย่อว่า ชาวมอญสองพี่น้องที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร รัชกาลที่ 1 เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2329

คนสร้างวัดเทพนารี ในหนังสือประวัติวัดระบุว่าท้าวทอง เป็นผู้สร้าง ส่วนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร ต้องค่อยๆสืบสาวราวเรื่องกันต่อไป เพราะมีเชื้อสายของผู้สร้างสืบต่อกันเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน

ทำเลของวัดเทพนารีอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยก่อนเราเดินทางกันทางน้ำ ทำให้วัดมีความคึกคัก ได้รับความสนใจของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ร่องรอยความเจริญของวัดที่ยังเหลืออยู่คือ วิหารหลังใหญ่ทรวดทรงแอ่นโค้งคล้ายรูปเรือ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ศิลปะสุโขทัย พุทธลักษณะสวยงาม สีทองอร่ามเรือง

พระพุทธรูปปูนปั้นนี้เอง ปัจจุบันพบว่ามีพระพุทธรูปทองคำอยู่ภายใน

“เรารู้เพราะว่าวิกฤติน้ำท่วมปี พ.ศ.2554” พระครูปลัดนายกวัฒน์บอก พลางอธิบายต่อว่า “หลังน้ำลด พระภิกษุสามเณรและคนในวัดช่วยกันทำความสะอาดในพระวิหาร ขณะที่เช็ดถูพระพุทธรูปปูนปั้นอยู่นั้นเอง คนทำความสะอาดก็เห็นรอยปริแตก”

แล้วทำอย่างไรต่อนะหรือ “ลองเอามือเคาะดู ปรากฏว่ามีเสียงก้องเหมือนมีอะไรอยู่ด้านใน เราจึงแงะปูนออก ทำให้พบเนื้อพระพุทธรูปด้านในว่าเป็นทอง เพื่อความแน่ใจเราจึงเปิดปูนออกมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านหลังองค์พระ แล้วเอาเนื้อไปพิสูจน์”

ผลปรากฏว่า “มีเนื้อทองคำสูงถึง 89.84 เปอร์เซ็นต์” พลางเสริมว่า “เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัย อายุอย่างน้อย 700 ปีขึ้นไป ขนาดหน้าตักกว้าง59 นิ้วความสูง 79 นิ้ว ทองทั้งองค์น้ำหนักไม่รู้ เพราะยังไม่ได้กะเทาะ”


เมื่อพบว่าเป็นพระทองคำแน่นอนแล้วก็ต้องจัดการเรื่องการรักษาความปลอดภัย เมื่อก่อนให้หลวงตา หลวงพี่จำวัดในวิหาร เมื่อพบดังนี้แล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงไปปรึกษาพระผู้ใหญ่ เริ่มจากเจ้าคณะแขวงก่อน “ท่านเป็นพระผู้ปกครองของเรา ท่านบอกว่าต้องไปถามวัดประยูรฯ อาตมาก็ไปปรึกษา ท่านบอกว่า โอ...ทุกขลาภแล้ว เราก็ได้แต่หัวเราะ แท้จริงแล้ว อาตมารู้ล่วงหน้าแล้วหลายเดือน แต่ที่เฉยไว้ก่อนเพราะว่า ต้องคิดบวกลบคูณหารเรื่องความปลอดภัย”

หลังปรึกษาพระผู้ใหญ่แล้วก็ได้ความรู้มาดำเนินการ เป็นต้นว่า อันดับแรก ต้องทำระบบความปลอดภัย สอง ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาช่วยกันดูแล ลำพังวัดอย่างเดียวอาจจะดูแลได้ไม่ดีพอ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก หลังจากนั้นก็นิมนต์สมเด็จพระมหารัชมังคลา–จารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญมาเปิด

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ “ท่านเมตตาตั้งชื่อว่าพระพุทธ–สิรินธรมหาสุวรรณมุนีเทพนารีศรีกมล เรียกสั้นๆว่าหลวงพ่อยิ้ม แต่ชาวบ้านบางคนเรียกว่า หลวงพ่อทองยิ้ม เพราะว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งก็ได้เหมือนกัน”

หลวงพ่อทองยิ้มผ่านพิธีพุทธาภิเษกเรียบร้อยแล้ว เจ้าอาวาสวัดเทพนารีเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปกราบนมัสการตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2556 เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน และยืนยันว่าจะไม่ปิดพระวิหาร พร้อมให้สาธุชนสร้างกุศลได้ทุกวัน

พลังศรัทธาของผู้คน เจ้าอาวาสบอกว่า ได้นำไปสร้างระบบความปลอดภัย ทำทั้งวงจรปิด และเอาเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล ส่วนแผนพัฒนาวางไว้ว่า จะจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุครบ60พรรษา ใน พ.ศ.2558 ก่อนงานตั้งใจยกพระวิหารหนีน้ำขึ้นมา ให้เป็น2ชั้น

เมื่อถามว่า เคยฝันเห็นอะไรหรือไม่ ท่านบอกว่า “อาตมาไม่เคยฝัน แต่โยมฝัน ตั้งแต่เจาะหลวงพ่อดู เขาฝันเห็นคนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามากันเนืองแน่น มาไหว้หลวงพ่อ เห็นหลวงพ่อนั่งยิ้ม เห็นอาตมารับถุงบริจาคได้ 22 ถุง เป็นแบบยังชีพ อาตมาไม่รู้ว่าถุงอะไร สงสัยจะเป็นถุงเงินถุงทอง”

พร้อมบอกว่า “ส่วนใหญ่โยมมาบอกว่า เมื่อมาไหว้หลวงพ่อยิ้มแล้วจะประสบความสำเร็จ อย่างมีคนหนึ่งเข้ามาไหว้หลวงพ่อแล้วลืมกล้องไว้ในรถแท็กซี่ เขาระลึกถึงหลวงพ่อ ขอให้ได้กล้องคืน ตอนเย็นก็มีคนโทร.ไปหาเขา บอกว่าเอากล้องมาคืนให้แล้ว เขาก็ไปรับได้ และยังมีอีกรายหนึ่งมาขอพรหลวงพ่อ ก็เกิดจิตศรัทธาอยากช่วย แต่ไม่มีกำลังทรัพย์ เลยอธิษฐานจิตว่า ถ้าลูกมีบุญจะมาช่วย เมื่อกลับไปก็ถูกรางวัลที่ 2 ได้เงิน 2 แสน เอามาถวายวัด 1 แสน บ้านอยู่บางพลัดนี่เอง” หลวงพ่อบอก

พระพุทธรูปทองคำวัดเทพนารี เพียงแค่พบก็สร้างความตื่นตะลึง ทำให้คนหลั่งไหลไปกราบนมัสการ แท้จริงแล้วท่านมาจากไหน ใครสร้าง มาอยู่ที่วัดได้อย่างไร

ประเด็นเหล่านี้  และมีอีกหลายประเด็นที่ท้าทายให้หาคำตอบ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้