วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โหวต โน หรือ โน โหวต

โหวต โน หรือ โน โหวต

  • Share:

วันเสาร์สบายๆวันนี้ เริ่มนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์แล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ก็ต้องดูกันต่อไป แต่ช่วงนี้ในโซเชียลมีเดียมีคำถามยอดฮิตที่ถกเถียงกันมากเหลือเกิน วันพรุ่งนี้จะไปเลือกตั้งดีหรือไม่ จะ “No Vote” คือ “ไม่ไปเลือกตั้ง” เพื่อประท้วงการเลือกตั้งตาม กำนันสุเทพ หรือจะไป “Vote No” คือ “กาช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด” ดี

ผู้รู้และไม่รู้ก็ว่ากันไปเดากันไปคนละทาง จนเกจิตัวจริงอย่าง คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ช่ำชองการร่างรัฐธรรมนูญ ช่ำชองการตีความกฎหมาย
สารพัด แถมยังเป็น ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดที่ 1 ในปัจจุบันอีกด้วย

คุณมีชัย  ได้เขียนบทความ “เราควรออกไปเลือกตั้งหรือไม่” โดย สรุปคือ ให้ทุกคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิ และป้องกันผีเลือกตั้ง ที่ชอบสวมสิทธิโดยไม่เห็นตัว แต่ถ้ามีเหตุทำให้ไม่สามารถเข้าไปเลือกตั้งได้ ก็ไม่จำเป็นต้องลำบากถึงขนาดต้องดันทุรังไปเลือกตั้งให้ได้ จะเป็นภัยแก่ตัวเอง และถ้ามีเหตุเช่นนั้น การเลือกตั้งหน่วยนั้นก็คงไม่มีอยู่ดี

ส่วนเรื่องจะ Vote No หรือ No Vote ดี คุณมีชัยแจกแจงชัดเจนดังนี้

ถ้าเป็น “เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครคนเดียว” คนที่ไม่เห็นด้วย ยิ่งต้องออกไปใช้สิทธิกันมากๆ เพราะตามกฎหมาย เมื่อมีผู้สมัครในเขตนั้นคนเดียว ผู้สมัครคนนั้นจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตนั้น  จึงจะได้รับการเลือกตั้ง และยังต้อง “ได้คะแนนมากกว่าจำนวนผู้ Vote No” การออกไปใช้สิทธิกาในช่อง “โหวต โน” จึงสำคัญ และมีผลตามกฎหมาย เป็นการสกัดกั้นคนที่เราเห็นว่าไม่ดี ไม่ให้ได้รับเลือกตั้ง

แต่ “เขตที่มีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งคน” แม้คะแนน Vote No จะไม่มีผลต่อการได้รับเลือกตั้งของผู้สมัคร แต่คะแนนโหวตโนจะแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ต้องการผู้สมัครขนาดไหน ถ้าคะแนน Vote No ยิ่งมาก แม้ผู้สมัครคนนั้นจะได้รับเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถอ้างตัวว่าเป็นผู้แทนของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะคนโหวตโนไม่เอามากกว่าคะแนนที่ได้รับ

ที่สำคัญ คุณมีชัย ระบุว่า น้ำหนักของคะแนน Vote No จะเป็นแรงกระตุ้นให้มีการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง คือ ต่อไปไม่ว่าจะมีผู้สมัครกี่คน คนที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่าคะแนน Vote No และเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ (กรณีไม่มีใครได้รับเลือกตั้ง) ผู้สมัครเดิมที่ได้คะแนนเสียงน้อยกว่าคะแนน Vote No จะต้องหมดสิทธิลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนั้น เพราะประชาชนเสียงข้างมากได้แสดงให้ปรากฏแล้วว่า ไม่เอาคนนั้นแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะดึงดันมาให้ประชาชนเลือกอีก

ถ้าสามารถผลักดันให้มีการ แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้มีผลดังกล่าวนี้ได้ สิทธิของประชาชนก็จะสมบูรณ์มากขึ้น เพราะสามารถจะบอกได้ว่า เราจะเอาใคร หรือไม่เอาใคร

ผมอ่านบทความของ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ตรงนี้แล้ว ขอชักธงเชียร์สนับสนุนเต็มที่ และขอเป็นหนึ่งเสียงที่จะร่วมผลักดันให้มีการ “แก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง” เพื่อ “เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ของคะแนนเสียง Vote No”  ซึ่งเป็น “หนึ่งเสียงของประชาชนเท่ากัน” ให้เป็นเสียงที่มีความหมาย “เท่าเทียมกับเสียง Vote” ไม่ใช่กลายเป็น “เสียงโหวตทิ้งโหวตขว้าง” อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันในเขตที่มีผู้สมัคร 2 คนขึ้นไป โดยให้คนที่ได้เสียงมากกว่าเป็นผู้ชนะ โดยไม่สนใจเสียง Vote No เลย

วิธีการนี้ ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตใดได้เสียง Vote No มากกว่าเสียง Vote ต้องตกกระป๋องไปทันที และห้ามลงสมัครในสมัยนั้นอีก ถือว่าประชาชนได้ออกเสียงไม่เอาแล้ว เป็นการเลือกตั้งที่แฟร์ที่สุด เป็นประชาธิปไตยที่สุด พวกใส่ตะกร้าล้างน้ำจะได้หมดไปเสียที

ทุกอย่างน่าจะกระจ่างแจ้ง “ควรไปเลือกตั้งหรือไม่” การไปใช้สิทธิออกเสียง ไม่ว่าจะ Vote No หรือ Vote เลือกผู้สมัครคนใด ก็ล้วนมีผลต่อการเมืองใน “ทางตรง” และ “ทางอ้อม” ผมจึงขอเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิทุกคน ไม่ว่าชอบรัฐบาลหรือไม่ชอบรัฐบาล ให้ไปใช้สิทธิออกเสียงให้เต็มที่ เพื่อแสดงพลังให้ชัดเจน แทนที่จะเป็น “ไทยเฉย” นอนหลับทับสิทธิด้วยการ No Vote ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรเลย.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้