วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซีไอเอ็มบีไทย เตือนไทยเจอวิกฤติเงินทุนไหลออก แนะวางแผนรับมือ

ซีไอเอ็มบีไทย ชี้เฟดลด QE หลังช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ประเมินส่งออกไทยปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ไม่ได้ช่วยส่งออกมากนัก หลังอ่อนตัวตามภูมิภาค แต่กำลังแข่งขันน้อยกว่า เตือนเศรษฐกิจไทยหนีไม่พ้นวิกฤติเงินไหลออก แนะเตรียมความพร้อมค่าเงินผันผวน...

นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ มีมติลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE ลง โดยจะลดการซื้อสินทรัพย์อีก 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ลงมาเหลือเดือนละ 85,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่ 0-0.25% ต่อไป พร้อมกับให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านๆ มา

แม้อัตราการว่างงานจะลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูง การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนภาคธุรกิจขยายตัวได้เร็วขึ้น ขณะที่ตลาดรอบบ้านฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ มาตรการทางการคลังแม้จะไม่เอื้อหนุนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากนัก แต่แรงกดดันดังกล่าวกลับลดลง

นอกจากนี้ เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย เงินเฟ้อระยะยาวของทางคณะกรรมการนั้น ประเมินว่า สหรัฐฯ จะฟื้นตัวได้ดี และอาจโตได้ราว 3% แต่การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในปีนี้ ไม่น่าจะเติบโตได้ดี เพราะสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากภาคการผลิตมากกว่าภาคการบริโภค ในขณะที่ไทยเราส่งออกสินค้าเพื่อการบริโภคเป็นหลัก เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งความต้องการของตลาดโลกลดลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าที่เทคโนโลยีสูงขึ้น แต่ไทยไม่มีความสามารถในการแข่งขัน หรือพูดง่ายๆ คือ ผลิตได้ไม่ดี เช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต

นอกจากนี้ ประเทศไทยไม่เด่นพอที่จะผลิตสินค้าทุน เพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือภาคการผลิตของสหรัฐฯ แม้แต่แผงวงจรไฟฟ้าของเราก็ไม่สามารถเติบโตได้ดีเท่าประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่า เช่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ดังนั้น การส่งออกในปีนี้ แม้จะดีกว่าปีที่แล้ว แต่ก็จะไม่สดใสมากนัก หากเรายังไม่สามารถปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อการส่งออกได้

ด้านค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะช่วยการส่งออกได้ไม่มากนัก เพราะการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค กล่าวคือ เราไม่ได้มีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าประเทศคู่แข่งมากนัก ซึ่งการถอนมาตรการ QE น่าจะกระทบประเทศในภูมิภาคนี้พอๆ กัน แต่ที่น่ากังวล คือ ปัจจัยในประเทศที่อาจกดดันให้เกิดเงินไหลออกได้ เช่น ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ หรืออันดับความน่าเชื่อถือ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็อาจส่งผลให้เกิดเงินไหลออก และทำให้บาทอ่อนค่าได้มากกว่าประเทศอื่น ซึ่งแม้จะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจ แต่ก็จะมีนักลงทุนบางกลุ่มได้ประโยชน์จากค่าเงินที่อ่อน

อย่างไรก็ดี สำนักวิจัยไม่ได้มองว่าบาทจะอ่อนค่ามากนัก เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงไม่ได้เป็นผลดีต่อความต้องการสินค้านำเข้า ประเภทสินค้าทุน เพื่อใช้ในภาคการผลิต ดังนั้น ความต้องการเงินเหรียญสหรัฐฯ อาจมีไม่มากนัก และน่าจะส่งผลให้บาทไม่อ่อนค่าแรงเกินไป โดยคาดว่าค่าเงินบาทน่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50 บาท ต่อเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ปลายไตรมาสที่ 1 นี้ เศรษฐกิจไทยไม่อาจหลีกพ้นจากปัญหาวิกฤติเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ได้ โดยเมื่อเทียบเงินสำรองระหว่างประเทศในช่วงกลางเดือนมกราคมปี 2556 จะพบว่า เงินสำรองระหว่างประเทศเราลดลงราว 7% ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าราว 10% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

"จึงสรุปได้ว่า เราต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับความผันผวนของค่าเงินอีก ไม่ใช่เพียงจากการลดมาตรการ QE แต่จากการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนต่างชาติ โดยอาจไม่ได้มองพื้นฐานเศรษฐกิจไทย แต่อาจเหมารวมทั้งตลาดเกิดใหม่ก็เป็นได้" นายอมรเทพ กล่าว

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้น คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ มีมุมมองต่อเศรษฐกิจดีขึ้น ขณะที่คาดว่าอัตราการว่างงานจะต่ำกว่าระดับ 6.5% ได้ในปีนี้ ซึ่งน่าจะเพิ่มมุมมองว่าทางสหรัฐฯ จะหยุดมาตรการ QE ในช่วงกลางปี แต่คณะกรรมการจะไม่รีบร้อนลด QE แต่น่าจะเป็นการทยอยลดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา จึงไม่น่าจะกระทบต่อเสถียรภาพตลาดเงินโลกมากนัก

ขณะที่ตัวเลขอัตราการว่างงานที่ลดลง ไม่ได้มาจากความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานสหรัฐฯ และเป็นการลดลงจากเหตุผลที่ผิด คือ มาจากการที่คนออกนอกตลาดแรงงานมากขึ้น โดยอัตราการมีส่วนร่วมในการทำงาน (Labor Force Participation Rate) ลดลงต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน กล่าวคือ มีแรงงานจำนวนมากที่ออกนอกตลาดแรงงานไปหลังจากที่ไม่สามารถหางานได้มาระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ จำนวนแรงงานที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ กลับไม่ได้มีมากเช่นในช่วงก่อนหน้า

"หากถามว่าทำไมต้องลด QE ต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ขณะนี้สหรัฐฯ กลับมามีความเสี่ยงเรื่องภาวะฟองสบู่ในตลาดที่อยู่อาศัยอีกครั้ง โดยเป็นที่น่ากังวลว่า อัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ถูกกดให้อยู่ในระดับที่ต่ำเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรได้ และที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยยังคงส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างต่ำก็ตาม" นายอมรเทพ กล่าว

ซีไอเอ็มบีไทย ชี้เฟดลด QE หลังช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว ประเมินส่งออกไทยปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ไม่ได้ช่วยส่งออกมากนัก หลังอ่อนตัวตามภูมิภาค แต่กำลังแข่งขันน้อยกว่า เตือนเศรษฐกิจไทยหนีไม่พ้นวิกฤติเงินไหลออก แนะเตรียมความพร้อมค่าเงินผันผวน... 30 ม.ค. 2557 16:49 ไทยรัฐ