วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โบรกฯ ห่วงไทยเงินทุนไหลออก หลังเฟดหั่น QE รอบสอง

โบรกเกอร์ คาดเฟดลด QE รอบเหลือ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน หวั่นตลาดเกิดใหม่แย่ เหตุต่างชาติโยกเงินทุน ไปประเทศพัฒนาแล้ว แนะจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ...

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า หลังจากที่เฟดปรับลดขนาด QE ลงเป็นครั้งที่ 2 ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และมีแนวโน้มว่าจะทยอยปรับลดวงเงินในทุกๆ การประชุมของปีครั้งละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ จะส่งผลกระทบให้สภาวะเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย มีทิศทางที่แย่ลง และตกอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดการไหลออกของกระแสเงินของประเทศที่กำลังพัฒนา เป็นเพราะประเทศเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ในขณะนี้นักลงทุนต่างดึงเงินกลับไปลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงทำให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เช่นประเทศตุรกี อินเดีย ที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเงินเฟ้อ

ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่จะได้รับแรงกดดันจากการลดการซื้อพันธบัตรมีโอกาสหนุนเงินจากตราสารหนี้มายังหุ้นมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นโลกมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากเกิดความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ที่ค่อนข้างจะเบาลงแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ภาคการส่งออกจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่ วันที่ 1 ก.พ. 57 ประเทศศจีน จะมีการรายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิต หากออกมาดีอาจจะช่วยลดความกังวลของนักลงทุนลงได้ และจะเป็นปัจจัยที่เร่งให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวดีขึ้น แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงต้องติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศ เนื่องจากวันนี้ (30 ม.ค.57) ศาลแพ่งจะนัดตัดสินว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากผลตัดสินออกมาว่า ไม่ชอบ ก็อาจจะช่วยให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลจากการเมืองในระยะสั้น และในวันที่ 30 ม.ค. -1 ก.พ. ผู้ชุมนุม กปปส.มีแผนที่จะออกเดินเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ. ขณะที่เฟดลดขนาด QE ครั้งที่ 2 ได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และในวันนี้ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุ 33.00 บาท/ดอลลาร์ ได้

แม้ว่า ปัญหาการเมืองมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและไม่สามารถจบได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ในเชิงจิตวิทยาการเมืองในสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่ร้อนแรงที่สุด แม้ว่าจะเกิดกระบวนการใดต่อหลังวันที่ 2 ก.พ. แต่จะเป็นกระบวนการที่ยาวนานกินเวลา ดังนั้น แรงกดดันที่มีต่อตลาดในสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้าจึงน่าจะแย่ที่สุดและมีโอกาสผ่อนคลายลงไม่ว่าสถานการณ์วันที่ 2 ก.พ.จะออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่ไม่ต้องการเสี่ยง ควรชะลอการซื้อและรอดูสถานการณ์ แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร ควรหาโอกาสเสี่ยงซื้อที่ระดับดัชนีต่ำกว่า 1250 โดยใช้ 1205 เป็นจุดตัดขาดทุน

อย่างไรก็ตาม คาดว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก จะหน่วงๆ และยังชะลอตัวอยู่ แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก.

โบรกเกอร์ คาดเฟดลด QE รอบเหลือ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน หวั่นตลาดเกิดใหม่แย่ เหตุต่างชาติโยกเงินทุน ไปประเทศพัฒนาแล้ว แนะจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ... 30 ม.ค. 2557 14:39 30 ม.ค. 2557 16:05 ไทยรัฐ