วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โบรกฯ ห่วงไทยเงินทุนไหลออก หลังเฟดหั่น QE รอบสอง

โบรกฯ ห่วงไทยเงินทุนไหลออก หลังเฟดหั่น QE รอบสอง

  • Share:

โบรกเกอร์ คาดเฟดลด QE รอบเหลือ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน หวั่นตลาดเกิดใหม่แย่ เหตุต่างชาติโยกเงินทุน ไปประเทศพัฒนาแล้ว แนะจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ...

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า หลังจากที่เฟดปรับลดขนาด QE ลงเป็นครั้งที่ 2 ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลให้วงเงินการซื้อพันธบัตรปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน และมีแนวโน้มว่าจะทยอยปรับลดวงเงินในทุกๆ การประชุมของปีครั้งละ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ จะส่งผลกระทบให้สภาวะเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย มีทิศทางที่แย่ลง และตกอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดการไหลออกของกระแสเงินของประเทศที่กำลังพัฒนา เป็นเพราะประเทศเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศ แต่ในขณะนี้นักลงทุนต่างดึงเงินกลับไปลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงทำให้ประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เช่นประเทศตุรกี อินเดีย ที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเงินเฟ้อ

ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่จะได้รับแรงกดดันจากการลดการซื้อพันธบัตรมีโอกาสหนุนเงินจากตราสารหนี้มายังหุ้นมากขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นโลกมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากเกิดความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่ที่ค่อนข้างจะเบาลงแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ภาคการส่งออกจะมีทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่ วันที่ 1 ก.พ. 57 ประเทศศจีน จะมีการรายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิต หากออกมาดีอาจจะช่วยลดความกังวลของนักลงทุนลงได้ และจะเป็นปัจจัยที่เร่งให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวดีขึ้น แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยยังคงต้องติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศ เนื่องจากวันนี้ (30 ม.ค.57) ศาลแพ่งจะนัดตัดสินว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากผลตัดสินออกมาว่า ไม่ชอบ ก็อาจจะช่วยให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลจากการเมืองในระยะสั้น และในวันที่ 30 ม.ค. -1 ก.พ. ผู้ชุมนุม กปปส.มีแผนที่จะออกเดินเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 ก.พ. ขณะที่เฟดลดขนาด QE ครั้งที่ 2 ได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง และในวันนี้ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุ 33.00 บาท/ดอลลาร์ ได้

แม้ว่า ปัญหาการเมืองมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและไม่สามารถจบได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่ในเชิงจิตวิทยาการเมืองในสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่ร้อนแรงที่สุด แม้ว่าจะเกิดกระบวนการใดต่อหลังวันที่ 2 ก.พ. แต่จะเป็นกระบวนการที่ยาวนานกินเวลา ดังนั้น แรงกดดันที่มีต่อตลาดในสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้าจึงน่าจะแย่ที่สุดและมีโอกาสผ่อนคลายลงไม่ว่าสถานการณ์วันที่ 2 ก.พ.จะออกมาเป็นอย่างไร

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่ไม่ต้องการเสี่ยง ควรชะลอการซื้อและรอดูสถานการณ์ แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร ควรหาโอกาสเสี่ยงซื้อที่ระดับดัชนีต่ำกว่า 1250 โดยใช้ 1205 เป็นจุดตัดขาดทุน

อย่างไรก็ตาม คาดว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก จะหน่วงๆ และยังชะลอตัวอยู่ แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้