วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะกปปส.รณรงค์โหวตโน เชื่อ2ก.พ.ไม่ถึงโมฆะ

3 ผู้เชี่ยวชาญเตือนสติ ทำไมคนไทยต้องไปเลือกตั้ง แนะต้องมีคนกลางไกล่เกลี่ยสองฝ่าย อย่าเสพติดปฏิรูปทางลัด เพราะปัญหาจบยาก...

วันที่ 30 ม.ค. 57 ที่อาคารศศนิเวศ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานเสวนาทางออกประเทศไทยวิกฤตเลือกตั้ง’ 57 จัดขึ้น นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) รับผิดชอบงานด้านการบริหารงานเลือกตั้ง แสดงความเห็นว่า ถ้าตนยังคงมีอำนาจหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด

สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยและความสงบของประชาชน ทั้งทหาร ตำรวจต้องช่วยด้วย แต่ที่ผ่านมาการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. 2557 การดูแลความเรียบร้อยหน่วยเลือกตั้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มีน้อยมาก การจัดเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ รัฐบาลต้องจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการยับยั้งเหตุ  เบื้องต้นทำอย่างไรเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้รู้สึกปลอดภัย เต็มใจมาปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ เห็นว่า อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ถ้าไม่ทำจะเสียสิทธิ ขอร้องให้กลุ่ม กปปส.เคารพสิทธิประชาชน


ส่วนทางออกวิกฤติประเทศไทยครั้งนี้ ที่แก้ปัญหาได้จริงๆ คือ คู่กรณีต้องคุยกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีคนกลางที่ทั้ง 2 ฝ่ายเคารพนับถือมาช่วยเจรจา เพราะถึงมีการเลือกตั้งไป ปัญหาก็ไม่จบ อย่างการฟ้องร้องกัน ศาลจะเป็นผู้ตัดสินไกล่เกลี่ย โจทย์กับจำเลยเขาไม่คุยกันหรอก ฉะนั้น ต้องมีคนกลางเป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลและกลุ่ม กปปส. คือ ผู้นำเหล่าทัพ ประธานทั้ง 3 ศาล

 

“ผมเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ข้อดีของปรากฏการณ์ของกลุ่ม กปปส. คือ คนเรียนรู้ได้ดีขึ้น เรียนรู้สิทธิ์ของตนเอง แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องมีหน่วยงาน หรือคนกลางเป็นผู้ไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย เพราะคุณสุเทพจะลงก็ลำบาก เพราะมีคดีติดตัวมา ขณะที่รัฐบาลไม่ใช้ความรุนแรง ไม่บังคับใช้กฎหมาย ทหารก็ไม่ปฏิวัติ ต้องคนกลางเท่านั้น”

ทางด้าน นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเกิดขึ้น เพราะจะเป็นการชี้ความต้องการของประชาชน เพราะประชาชนไทยระยะหลังมีความตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก มากกว่าคนในสหรัฐฯ ด้วย จะเห็นได้จากหลัง คมช.ยึดอำนาจ แล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง ประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากถึง 74 เปอร์เซ็นต์ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

ฉะนั้น ภาพรวมยังเชื่อว่าการเลือกตั้งที่จะถึง ถ้าทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น หรือจะมีก็ส่วนน้อย “อย่างที่ผ่านมา ผมจัดการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดภาคใต้ ท่ามกลางกองกำลังติดอาวุธ ตอนนั้นทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี แต่นี่เป็นเพียงการแตกแยกทางความคิด อยากฝากถึงคุณสุเทพ อย่าไปขวางคนที่จะมาเลือกตั้ง เพราะจะเสียมวลชนและความชอบธรรม ถ้าอยากคัดค้านก็ให้รณรงค์ไปโหวตโน เพราะช่องนี้จะแสดงให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทย

นายประพันธ์ ยังแสดงความเป็นห่วงภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติว่า ต่างประเทศจับตามองประเทศไทย เพราะเราเป็นผู้นำในกลุ่มอาเซียน การเลือกตั้งวันที่ 2 ธ.ค. 2550 ต่างชาติจับตาเป็นอย่างมาก เพราะกลัวจะไม่โปร่งใส แต่สุดท้ายเมื่อการเลือกตั้งผ่านไป ต่างชาติก็ให้การยอมรับ แต่ถ้ามีการกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะเสียภาพพจน์ในนานาประเทศอย่างมาก และเราจะกลายเป็นตัวตลกของอาเซียน ฉะนั้น การเลือกตั้งอย่าให้มีความรุนแรง

ตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ยิ่งมีวิกฤติการเมือง ยิ่งต้องเลือกตั้ง หลังจากนี้จะทำไรก็ทำไป ส่วนการที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ กรณีที่วันเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร นายประพันธ์ มองว่า เป็นเหตุผลที่ไม่สมควร และไม่น่าจะใช้เป็นเหตุผลที่จะโมฆะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลที่จะพิจารณา เพราะบทเรียนจากการเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 ศาลยังตัดสินให้เป็นโมฆะ ทั้งๆ ที่ที่จริงแล้วในหลักสากล การหันคูหาออกนอกหน่วยเลือกตั้งสามารถทำได้

ด้านนายสุนัย ผาสุข ที่ปรึกษา Human Right Watch ประจำประเทศไทย เห็นด้วยกับนายประพันธ์ว่า การขัดขวางการเลือกตั้งเป็นการก้าวล่วงสิทธิของผู้อื่น ทั้งตามรัฐธรรมนูญไทยและกฎสากล ประชาธิปไตย ปราศจากการเลือกตั้งไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ควรไปแสดงสิทธิ์

สำหรับทางออกประเทศไทยท่ามกลางวิกฤติการเลือกตั้ง นายสุรัย กล่าวว่า ได้เสนอเรื่องเร่งด่วนไปทุกฝ่าย ให้ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงต่อกัน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ที่เป็นแกนนำต้องแสดงความเป็นผู้นำพูดคุยทำความเข้าใจกับมวลชนของตนเอง ขณะที่รัฐบาล มีหน้าที่รักษาความเรียบร้อย ซึ่งสามารถทำได้จากเบาไปหาหนัก ให้เป็นไปตามหลักสากล บทบาทการดูแลความปลอดภัยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นมีน้อยไป

ฉะนั้น ต้องมีบทเรียน ต้องป้องปรามเหตุล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว การตั้งด่านสกัดอาวุธ และบุคคลต้องสงสัยต้องเข้มข้นมากกว่านี้ ตำรวจในพื้นที่ต้องเป็นคนหลัก ไม่ใช้ให้หน่วยอื่นมาเป็นหลัก และเมื่อเกิดเหตุแล้วต้องเข้ามาระงับเหตุอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะไปเสนอกับรัฐบาลในช่วงบ่าย หลังจากที่เสนอกลุ่มผู้ชุมนุมมาแล้ว รัฐต้องเป็นกลางและมีความเป็นมืออาชีพ ต้องดูแลความรุนแรง แบบไม่มีเจ้าภาพ นั่นก็คือมือที่ 3 ตำรวจต้องทำหน้าที่การข่าวที่มากกว่านี้ อย่าให้มือที่ 3 เข้ามาก่อเหตุ เพราะจะเป็นการเพิ่มไม่ไว้วางใจกัน ตำรวจต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมาเมื่อเกิดเหตุแล้วต้องรีบดำเนินการจับผู้ก่อเหตุให้เร็ว เพื่อให้ผู้ชุมนุมจะได้ไม่มีข้ออ้างในการปฏิเสธตำรวจ สุดท้ายผู้ชุมนุมก็จะหมดความชอบธรรมไปเอง

ทั้งนี้ นายสุนัยยืนยันว่า ยังไงการเลือกตั้งก็ต้องเกิดขึ้น เพราะการเลือกตั้งจะเป็นความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า พลังของกลุ่มไหนมากกว่า โดยกลุ่ม กปปส.ต้องไปใช้สิทธิ์ ซึ่งจะ vote no ก็ได้เป็นวิธีการที่ดีกว่าการขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะตัวเลขที่ปรากฏผ่านการเลือกตั้ง จะเป็นตัวสร้างอำนาจการต่อรอง และความชอบธรรมให้กลุ่ม กปปส.

“อย่าคิดว่าเพื่อไทยเข้มแข็งมาก เพราะที่ผ่านมา ส.ส.เพื่อไทย ก็แสดงให้เห็นพฤติกรรมบางอย่างสุดท้ายบางเขตที่เป็นฐานเสียงของเพื่อไทยก็ต้องพ่ายอยู่ดี เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง เพราะคนกัมพูชาไม่เคยละทิ้งการเลือกตั้ง แต่คนไทยกำลังจะละทิ้งการเลือกตั้ง ยิ่งถูกรังแก ยิ่งมีปัญหา ยิ่งต้องแสดงพลังการเลือกตั้ง”

ขณะที่ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำสาขาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วิกฤติการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับประเทศ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะนี้ประชาชนมีอาการเบื่อการเมืองและจะปฏิเสธการเมือง และจะทำให้เกิดผลลบต่อการเมือง ปัญหาคือ เราเอาชุดความคิดความดีเข้าไปผูกโยงและจับการเมืองมากเกินไป มันจับไม่ได้ เพราะคนมีมุมมองเรื่องความดีแตกต่างกัน ไม่งั้นปัญหาไม่จบ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ควรกีดกันว่าใครจะมีส่วนร่วมได้หรือไม่ได้

ข้อมูลที่มีอยู่ในสังคมเป็นปัญหาสำคัญ คนที่ดูข่าวมากจะเปลี่ยนแปลงความคิดได้น้อย คนที่ไม่สนใจอะไรเลย แบบกลางๆ จะเป็นกลุ่มคนที่เปลี่ยนความคิดได้ง่าย เชื่อว่าคนที่อยู่ตรงกลางมีอยู่เยอะ คือพวกโลกสวย ไทยเฉย การเลือกตั้งจะเป็นตัวบอกถึงพลังทางความคิดว่าใครคิดอย่างไร จะเป็นการวัดที่วิทยาศาสตร์มากที่สุด ซึ่งในแบบสำรวจ

“ท่านคิดว่า หนึ่งเสียงของท่านจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าปลี่ยนได้ แสดงว่าคนก็ยังเห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง อย่าเสพติดการปฏิรูปทางลัด เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเสพติดการปฏิรูป เราใช้ทางลัดในการปฏิรูป มันไม่ได้แก้ปัญหาต้นตอที่แท้จริง รีเซตแบบทางลัดทุกอย่างไม่จบ เพราะทุกฝ่ายมีมวลชนเป็นของตนเอง สุดท้ายก็แล้วจะเกิดการปะทะ

นอกจากนี้ ดร.อรรถสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า การออกแบบระบบรัฐสภาอีกครั้ง จะเป็นทางออกของประเทศในขณะนี้ เพราะปัญหาทางการเมืองที่เป็นอยู่สะท้อนว่า ระบบรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2550 ไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงปรับตัวของผู้คนในระบอบการเมืองอีกต่อไป เริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดบุคคลเข้าสู่ระบบ การทำงานภายในระบบ และองค์กรพรรคการเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับระบบโดยตรง ซึ่ง ส.ส.ต้องมีเอกภาพในการทำงานมากกว่านี้ ไม่ใช่ถูกยึดโยงกับพรรค เช่น ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจ ไม่ส่งลงเลือกตั้งเป็นต้น นอกจากนี้ ต้องปรับปรุงวิธีการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับความต้องการและความรู้สึกของคนทั้งประเทศ ทั้งนี้ ชื่อว่า วิกฤติการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น จะเป็นโอกาสที่จะปรับปรุงระบบการเลือกตั้งได้.

3 ผู้เชี่ยวชาญเตือนสติ ทำไมคนไทยต้องไปเลือกตั้ง แนะต้องมีคนกลางไกล่เกลี่ยสองฝ่าย อย่าเสพติดปฏิรูปทางลัด เพราะปัญหาจบยาก... 30 ม.ค. 2557 13:10 ไทยรัฐ