วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมวิทย์ฯ เตือน ปชช. งดดื่ม 'น้ำหมัก' หลังพบสารอันตรายเสี่ยงมะเร็ง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์น้ำหมักตราผู้ใหญ่สุพรรณ และตราโสมตังเซียม พบมีส่วนผสมของยา และสารเคมีอันตราย แนะประชาชนไม่ควรนำมาบริโภค...

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ได้รับตัวอย่างส่งตรวจจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นครราชสีมา จำนวน 3 ตัวอย่าง จำแนกเป็น ของเหลวใสในขวดแก้วสีชา จำนวน 1 ตัวอย่าง และตัวอย่างเครื่องดื่มน้ำหมักในภาชนะบรรจุปิดสนิท จำนวน 2 ตัวอย่าง ได้แก่ เครื่องดื่มน้ำหมักพืชแท้เต็มพลัง ตราผู้ใหญ่สุพรรณ และเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราโสมตังเซียม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเชื้อ โคลิฟอร์ม (Coliforms) และ อี.โคไล (E. coli) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษในปริมาณที่เกินมาตรฐานกำหนด รวมทั้งมีส่วนผสมของยา และสารเคมีอันตรายในเครื่องดื่มน้ำหมักทั้ง 2 ตัวอย่าง ได้แก่ สารไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) สารไซ-โปรเฮปตาดีน (Cyproheptadine) โดยพบสารไดคลอโรมีเทนในเครื่องดื่มน้ำหมักพืชแท้เต็มพลัง ตราผู้ใหญ่สุพรรณ 4,695 มิลลิกรัม/ลิตร ในน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราโสมตังเซียม พบไดคลอโรมีเทน 5,174 มิลลิกรัม/ลิตร ส่วนในของเหลวใสในขวดแก้วสีชา ตรวจพบสารไดคลอโรมีเทน ในปริมาณสูงถึง 692,088 มิลลิกรัม/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ผู้บริโภคไม่ควรซื้อน้ำหมักดังกล่าวมาบริโภค

นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า หากผู้บริโภคดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรน้ำหมักที่มีสารไดคลอโรมีเทน จะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาจทำให้เกิดแผล และมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ทำให้มีเอนไซม์ตับสูงขึ้น และอาจจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ นอกจากนี้ เชื้อโคลิฟอร์ม และอี.โคไลที่ตรวจพบในน้ำหมัก จะทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการท้องร่วงเล็กน้อย จนกระทั่งรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว อาจจะมีเลือดปน และมีไข้ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรจะได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ถ้าผู้ผลิตยังเติมสารอันตรายลงในผลิตภัณฑ์ และมี สุขลักษณะการผลิตที่ไม่ดี ผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษ ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

ด้านนางธิดารัตน์ บุญรอด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ไดคลอโรมีเทน จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นสารที่มีสภาพเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ระเหยได้ง่าย ไม่ติดไฟ และไม่ระเบิด ใช้เป็นตัวละลายไขมัน และเป็นตัวทำละลายแว็กซ์และเรซิน จึงมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสี พลาสติก และฟิล์มถ่ายภาพ หากกลืนกินจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เกิดแผล และมีเลือดออกในทางเดินอาหาร หากหายใจเอาสารดังกล่าวเข้าไป จะก่อให้เกิดการระคายเคือง ไอ หายใจลำบาก เจ็บแน่นทรวงอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย และหัวใจหยุดเต้นได้ นอกจากนี้ มีรายงานว่า สารไดคลอโรมีเทน เป็นสารที่ก่อให้เกิดเนื้องอกในระบบทางเดินหายใจ ตับ และเต้านม ในสัตว์ทดลอง รวมถึงอาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ด้วย

มีคำแนะนำสำหรับการปฐมพยาบาล ถ้ากลืนกินสารเข้าไป อย่ากระตุ้นให้อาเจียน ควรนำส่งแพทย์ ทันที ถ้าหายใจเข้าไป ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกสู่บริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ หากผู้ป่วยหยุดหายใจให้ช่วยผายปอด และนำส่งแพทย์ ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยสบู่ ถ้าถูกลูกตาให้ล้างทันที ด้วยน้ำอย่างน้อย 15 นาที สำหรับไซโปรเฮปตาดีน เป็นยาในกลุ่มแอนติฮีสตามีน จัดเป็นยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ใช้รักษาอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน น้ำมูกไหล ลมพิษ ทั้งยังมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะจากไมเกรน และยานี้มีผลข้างเคียง ทำให้ง่วงซึม ปากแห้ง หรือมองภาพไม่ชัดเจน ช่วยกระตุ้นให้ทานอาหารได้ การรับประทานยาไซโปรเฮปตาดีนจึงควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์น้ำหมักตราผู้ใหญ่สุพรรณ และตราโสมตังเซียม พบมีส่วนผสมของยา และสารเคมีอันตราย แนะประชาชนไม่ควรนำมาบริโภค... 30 ม.ค. 2557 11:01 30 ม.ค. 2557 22:22 ไทยรัฐ